11 หน่วยฝนหลวงเกาะติดปฏิบัติการภัยแล้ง

ข่าวทั่วไป  :  14 มี.ค. 2562

"กฤษฏา"กำชับ 11 หน่วยฝนหลวงเกาะติดปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่เกษตร ชี้นาปรังเจอภัยแล้งเสียหายแล้ว 1 แสนไร่ เสี่ยงอีกกว่า 2 ล้านไร่

 

 

                  14 มีนาคม 2562 นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ว่านายกรัฐมนตรี ห่วงใยสั่งทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน เกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง 

 

 

                  โดยขณะนี้มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังเกินแผนจัดสรรน้ำ กว่า 1 แสนไร่ กำลังเกิดความเสียหาย และอีก 2 ล้านไร่ ใน 36 จังหวัด ที่จะเสี่ยงเกิดความเสียหายเนื่องจากต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอีก 2 เดือนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ ตนได้สั่งการกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปรับแผนปฏิบัติการใหม่ ให้ตั้งหน่วยฝนหลวงทุกภูมิภาค ขณะนี้ได้ตั้ง 11 หน่วย และมีความพร้อมขึ้นบินปฏิบัติการทำฝนหลวงทันทีและทั่วถึงเมื่อสภาพอากาศเข้าเงื่อนไข เพื่อเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่เกษตรให้เกษตรกรได้ผลผลิต

 

11 หน่วยฝนหลวงเกาะติดปฏิบัติการภัยแล้ง

 

                  นายกฤษฏา กล่าวว่าสำหรับน้ำอุปโภค บริโภค มีเพียงพอใช้ถึงวันที่ 31พ.ค.แม้ช่วงนี้ฝนไม่ตกแม้แต่หยดเดียว แต่หากเกิดฝนทิ้งช่วงในเดือนมิ.ย.-ก.ค. จะมีมาตรการจำกัดการใช้น้ำภาคการเกษตร และอุตสาหกรรม ซึ่งขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 21จังหวัด ต้องงดปลูกข้าวนาปรังรอบสอง ทั้งกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่ร่วมกันชี้แจงเกษตรกรงดปลูกพืชใช้น้ำมาก แนะนำให้ทำพืชอื่นใช้น้ำน้อย ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ


                  “พื้นที่ทางเกษตรเสียหายแล้ว กว่า 1 แสนไร่ และมีความเสี่ยงเสียหายอีก 2 ล้านไร่ขณะนี้ให้หน่วยฝนหลวงกระจายทุกภูมิภาค 11 หน่วย เกาะติดพื้นที่หากพบสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยสามารถขึ้นบินได้ทันที ทำฝนช่วยพื้นที่เกษตร ทั้งนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนใช้ ได้ถึงเดือนพฤษภาคม หากเกิดฝนทิ้งช่วงจำเป็นจะต้องนำน้ำสำรองที่ไว้ในปีหน้ามาใช้ก่อน “นายกฤษฏา กล่าว

 

 

11 หน่วยฝนหลวงเกาะติดปฏิบัติการภัยแล้ง

 

                   ฝนหลวงภาคตะวันออก บินทำฝนช่วยพื้นที่เพาะปลูก -เติมน้ำกินใช้ ให้จ.จันทบุรี ตราด”

 

                  นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่าได้ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งทั่วประเทศ และลดปัญหาฝุ่นละออง ในส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกจากผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์สัตหีบ จังหวัดชลบุรี พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ 62% และค่ายกตัวดี จึงตัดสินใจขึ้นบินปฏิบัติการจำนวน 2 ภารกิจ โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่ปลูกข้าวโพดหลังนาและพืชไร่บางส่วนที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้ง

 

                  ภารกิจที่ 2 มีเป้าหมายในพื้นที่อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งได้รับการร้องขอฝนเนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบด้านการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงพื้นที่การเกษตรบางส่วนของจังหวัดจันทบุรีและตราด

 

11 หน่วยฝนหลวงเกาะติดปฏิบัติการภัยแล้ง

 

                  ด้านพื้นที่ภาคกลาง พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆเพียง 38% ค่าดัชนีการยกตัวไม่ดี ซึ่งยังไม่เข้าเงื่อนไขที่เหมาะสม


                  พื้นที่ภาคเหนือ คุณภาพอากาศในหลายจังหวัด เช่น เชียงราย ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แพร่ อยู่ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีค่า PM2.5 สูงถึง 199 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นผลมากจากปัญหาไฟไหม้ป่าทำให้ค่าฝุ่นละอองในอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสูงหลายพื้นที่ และจากผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์ร้องกวาง จังหวัดแพร่ และสถานีเรดาร์อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆไม่เข้าเงื่อนไข หน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดพิษณุโลก จึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากมีความเหมาะสมจะวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ที่รับผลกระทบ และบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่การเกษตร

 

11 หน่วยฝนหลวงเกาะติดปฏิบัติการภัยแล้ง

 


                  พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและเลยมีคุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในภาวะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และจากผลการตรวจอากาศ  จึงขอติดตามสภาพอากาศและพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากยังไม่เข้าเงื่อนไขที่เหมาะสม

 

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่