royal coronation
วันที่ 20 กันยายน 2562
ข่าวทั่วไป

ร้านกาแฟสุดฮอตไทย-เทศพาเหรดผุดสาขา

วันที่ 12 มีนาคม 2562 - 10:16 น.
ร้านกาแฟ,หลุยซ่า คอฟฟี่,วงศ์พันธ์ เหล่าธรรมทัศน์,Coffee Journey,กวิน กิตติบุญญา
Shares :

ร้านกาแฟสุดฮอตไทย-เทศพาเหรดผุดสาขาดันมูลค่าตลาดทะลุ2.5หมื่นล.

 

ธุรกิจร้านกาแฟ พุ่งทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท จับตาแบรนด์ไทย-เทศพาเหรดขยายสาขาเพิ่ม ประเดิมต้นปีครั้งแรกกับแบรนด์ จากไต้หวัน “หลุยซ่า คอฟฟี่” ท้าชนสตาร์บัคส์ด้วย Specialty Coffee และชูจุดขายราคาตํ่ากว่า 10-20% ขณะที่ทุนใหญ่ตบเท้ารุกหนักประกาศปักหมุดผุดสาขาเพิ่มทั่วประเทศ 

 

          ต้องยอมรับว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดกาแฟยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลศูนย์อัจฉริยะ เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร สถาบันอาหารพบว่า มูลค่าตลาดร้านกาแฟในเมืองไทยใน ปี 2560 มีมูลค่า 2.12 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในปี 2561 มีมูลค่า 2.34 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในปี 2562 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 2.58 หมื่นล้านบาท จากการขยายสาขาของเชนร้านกาแฟเดิมที่มีอยู่ทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติ ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีแบรนด์ร้านกาแฟจากนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยมีทั้งแบรนด์โลคัล และแบรนด์อินเตอร์ ส่งผลให้ตลาดมีการเติบโต 15-20%โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดเติบโต นอกจากภาวะเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัว ยังพบว่าตลาดไทยมีศักยภาพจากการบริโภคกาแฟที่เพิ่มขึ้น ซึ่งพบว่าการบริโภคกาแฟของคนไทยยังมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับผู้บริโภคประเทศอื่น โดยพบว่าคนไทยมีการบริโภคกาแฟราว 0.5-1 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือประมาณ 300 แก้วต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตํ่ากว่าประเทศอื่นๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย ทำให้ธุรกิจร้านกาแฟมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

 

          ขณะเดียวกันพบว่าภาครัฐ ให้การส่งเสริมธุรกิจกาแฟไทย ด้วย การจัดทำยุทธศาสตร์กาแฟปี 2560-2564 เพื่อยกระดับกาแฟไทย และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้ากาแฟในอาเซียนก็ถือเป็นอีก หนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจกาแฟไทยมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

 

          ล่าสุดพบว่าแบรนด์ “หลุยซ่า คอฟฟี่” (Louisa coffee) กาแฟพรีเมียมแบรนด์แรกของประเทศไต้หวัน ที่ผงาดเข้าสู่สนามแข่งขันในธุรกิจร้านกาแฟเมืองไทย โดยนายวงศ์พันธ์ เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการ บริษัท หลุยซ่า คอฟฟี่ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การเข้ามาของหลุยซ่า คอฟฟี่ เพราะมองเห็นศักยภาพในตลาดเมืองไทย ทำให้ตัดสินใจเข้ามาร่วมทุนกับนักธุรกิจไทย พร้อมจัดตั้งเป็นบริษัท หลุยว่า คอฟฟี่ ประเทศไทย จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาและจัดตั้งโรงงานผลิตแบบครบวงจรขึ้น 

 

วงศ์พันธ์ เหล่าธรรมทัศน์

 

          โดยเปิดให้บริการสาขาแรกที่อัมรินทร์ พลาซ่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาบนพื้นที่ 127 ตร.ม. ใช้งบลงทุน 3-4 ล้านบาท และจะเปิดสาขา 2 ที่อาคารอินเตอร์เชนจ์ อโศกในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าบนพื้นที่ราว 40 ตร.ม. เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าคนทำงาน และตั้งเป้าหมายที่จะเปิด 3 สาขาในปีแรก โดยเบื้องต้นตั้งเป้าหมายที่จะคืนทุนใน 4-5 ปี 

 

 

          ทั้งนี้หลุยซ่า คอฟฟี่ เป็นร้านกาแฟระดับพรีเมียม มีสาขามากที่สุดในประเทศไต้หวัน โดยมีเครือข่ายสาขา 450 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Coffee Journey” ด้วยการนำกาแฟพรีเมียมสูตรพิเศษ (Specialty Coffee) ที่มีคุณภาพ คัดสรรจากแหล่งกาแฟท้องถิ่น ในประเทศไทย ลาว พร้อมส่วนผสมชา จากประเทศอังกฤษ และไต้หวัน โดดเด่นด้านราคาที่ตํ่ากว่าคู่แข่งในระดับพรีเมียม 10-20% ทำให้เชื่อว่าจะสามารถตอบรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ 

 

 

          “การขยายสาขาในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในแผนก้าวสู่การเป็นโกลบัลแบรนด์ของหลุยซ่า คอฟฟี่ โดยไทยถือเป็นการลงทุนนอกประเทศครั้งแรก และมีแผนขยายสาขาไปยังประเทศอื่นในโซนเอเชียต่อไปในอนาคต”

 

 

          ความสำเร็จของเชนร้านกาแฟในวันนี้คือ ต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ศึกษาข้อมูลผู้บริโภค ศึกษาตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นของสินค้า ขณะเดียวกันต้องรู้จักการขยายธุรกิจในทำเลที่มีศักยภาพ และต้องได้มาตรฐานและคุณภาพเดียวกันในทุกๆ แห่ง

 

          ขณะที่นายกวิน กิตติบุญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นอกจากธุรกิจกาแฟทั่วไปแล้ว ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ได้รับความนิยมเพิ่มอย่างต่อเนื่องในเมืองไทย โดยช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตขึ้น 3-5% หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% ของตลาดกาแฟ ทั้งหมด และเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง ซึ่งในอดีตอาจจะมีตลาด กาแฟพิเศษที่มีแค่ 1% ในการบริโภคทั่วโลก แต่ ณ ปัจจุบันนี้เพิ่มขึ้นมาถึง 20% แทบจะทุกร้านกาแฟเริ่มมีspecialty coffee หรือ single origin มากขึ้น แม้แต่เชนใหญ่ๆ อย่างสตาร์ บัคส์เอง ก็หันมาให้ความสำคัญกับกาแฟพิเศษมากขึ้น

 

          อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ประกาศรุกหนักในธุรกิจร้านกาแฟมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปตท. กับแบรนด์อเมซอนที่ประกาศขยายสาขาเพิ่มจาก 2,600 สาขา เป็น 3,500 สาขาใน 5 ปี, บางจากกับการสร้างแบรนด์อิมเมจให้กับอินทนิล, พีที กับการเดินหน้าสร้างแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย และคอฟฟี่เวิลด์บุกตลาดพรีเมียม และซีพี กับการขยายสาขาแบรนด์ออลล์ คาเฟ่ และมวลชนทั้งในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นและสแตนด์อะโลน รวมทั้งล่าสุด กับเบอร์ลี่ยุคเกอร์ (บีเจซี) ในกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่เข้าซื้อกิจการร้านกาแฟวาวี พร้อมปรับตัวเข้าสู่ตลาดพรีเมียม และเดินหน้าขยายสาขาในบิ๊กซีทั่วประเทศ.

 

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ