ด่วน !! "สมเด็จพระมหาวีรวงศ์" มรณภาพแล้ว

ข่าวทั่วไป  :  10 พ.ย. 2561

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ มรณภาพแล้ว ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ สิริอายุได้ 100 ปี 10 เดือน 13 วัน พรรษา  81 

 

          วันที่ 10 พ.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ.9) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม ได้มรณภาพลงแล้ว ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริอายุได้ 100 ปี 10 เดือน 13 วัน พรรษา  81 

 

          โดยช่วงเย็นวันนี้ สังคมออนไลน์เผยเเพร่ข้อมูลของเฟซบุ๊ก “พัดยศ สมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย” ที่โพสต์ล่าสุดว่า 

          #ขอน้อมถวายความอาลัย
          สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
          (มานิต ถาวโร ป.ธ.๙)
          อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม
          อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร
          #มรณภาพเเล้ว ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
          สิริอายุได้ ๑๐๐ ปี ๑๐ เดือน ๑๓ วัน พรรษา ๘๑

 

          ทั้งนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เป็นสมเด็จพระราชาคณะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม เคยดำรงตำแหน่งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช[1] มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย งดงาม น่าเลื่อมใส ดุจเดียวกับพระกัมมัฏฐาน ที่ครั้งหนึ่งเคยเดินธุดงค์ไปบนเส้นทางเดียวกับพระกัมมัฏฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เน้นการปฏิบัติภาวนาพร้อมกับการปฏิบัติเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย ก่อนจะหันเหชีวิตมุ่งหน้าสู่การเรียนพระปริยัติธรรมตามแนวทาง “คันถธุระ” จนประสบผลส่าเร็จสูงสุด ได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และได้น้อมนำหลักธรรมค่าสอนของพระพุทธองค์มาสู่การปฏิบัติ อบรมสั่งสอนพุทธบริษัท บริหารการคณะสงฆ์ นำความเจริญรุ่งเรืองให้กับพระพุทธศาสนาโดยรวม

 

          ชาติภูมิ
          สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เกิด ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2460 ที่บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นอำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ) โยมบิดาชื่อช่วย โยมมารดาชื่อกา นามสกุล ก่อบุญ เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 11 คน[3]

 

          นอกจากเจ้าประคุณสมเด็จฯ แล้วยังมีผลผลิตทางธรรมจากบ้านบ่อชะเนงและเป็นญาติกับเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีก 2 รูป คือ หลวงปู่ขาว อนาลโย และพระราชปรีชาญาณมุนี (หลอม มหาวิริโย ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดบ่อชะเนงและเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ (รูปปัจจุบัน)[4]

 

          บรรพชาและอุปสมบท
          สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้บรรพชาเมื่อ พ.ศ. 2472 ที่วัดบ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ) โดยมีญาคูโม้เป็นพระอุปัชฌาย์ และ ต่อมาได้ออกธุดงค์ติดตามครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น ผ่าน จังหวัด ร้อยเอ็ด สารคาม ขอนแก่น ได้บรรพชาญัติเป็นสามเณรธรรมยุต โดยมี หลวงปู่สิงห์ ขนฺตญาคโม ณ.วัดป่าวิเวกธรรม จ.ขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์