royal coronation
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
ข่าวทั่วไป

"แก่งกระจาน" ระอุ ร้องดีเอสไอสอบฮั้วประมูล

วันที่ 24 ตุลาคม 2561 - 12:58 น.
ร้องดีเอสไอ,แก่งกระจานระอุ,สอบฮั้วประมูล
Shares :
เปิดอ่าน 589 ครั้ง

อดีตผอ.สำนักอุทยานฯร้องดีเอสไอรื้อสอบโครงการประมูลในอุทยานแก่งกระจาน ระบุมีอิทธิพลในพื้นที่-ฮั้วประมูลปลูกป่า 15.9 ล. สร้างหน่วยพิทักษ์ป่า 3.5 ล.ทำฝายแม้ว 2.5ล.

คลิปที่ 1


        กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)-24 ต.ค.61-"อดีตผอ.สำนักอุทยานฯ" ร้องดีเอสไอรื้อสอบ 3 โครงการประมูลในอุทยานแก่งกระจาน ระบุมีอิทธิพลในพื้นที่-ฮั้วประมูลปลูกป่า 15.9 ล้าน สร้างหน่วยพิทักษ์ป่า 3.5 ล้าน ทำฝายแม้ว 2.5 ล้าน. ปัดไม่มีเหตุบาดหมางส่วนตัวกับใคร ขณะที่ดีเอสไอส่งเรื่องให้ศูนย์ภาค7 สอบข้อเท็จจริง

         นายสมัคร ดอนนาปี อดีตผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้รับสอบสวนกลุ่มบุคคลที่น่าเชื่อว่ามีพฤติการณ์ส่อไปในทางฮั้วประมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในระหว่างปี พ.ศ.2554- 2558 โดยใช้วิธีพิเศษในหลายโครงการ และมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่

 

          นายสมัคร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ฮั้วประมูลในพื้นที่แก่งกระจายหลายโครงการ. อาทิ โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ปี 2554 มีการตั้งเรื่องของบประมาณจากเงินรายได้ของกรมอุทยาน วงเงิน 15.9 ล้านบาท เพื่อปลูกป่าในพื้นที่ 4,200 ไร่ โดยโครงการระบุว่าเป็นการปลูกป่าแบบเต็มแปลง ซึ่งต้องใช้กล้าไม้ 200 ต้นต่อไร่ หรือประมาณ 840,000 – 1,000,000 ต้น เพื่อปลูกป่าเต็มพื้นที่ แต่เมื่อตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกตามพิกัดจากภาพถ่ายทางอากาศในแอพพลิเคชั่นกูเกิล จะพบว่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยภูเขาสูงไม่มีเส้นทางคมนาคม หากเป็นชาวกะเหรี่ยงคนกลุ่มน้อยเดินตัวเปล่าเข้าป่าต้องใช้เวลาถึง 3 วัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีการจ้างงานเดินเท้าและขนกล้าไม้เข้าไปปลูกป่าในแก่งกระจาน

          "จากการสอบถามชาวกะเหรี่ยงและชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่พบว่ามีผู้ใดรับงานรับจ้างขนกล้าไม้เข้าไปในป่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนได้เข้าร้องเรียนกับกรมอุทยานฯ ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.61 ตามระเบียบจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่ขณะนี้ผ่านมานานถึง 7 เดือนก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือความชัดเจน จึงต้องมาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากดีเอสไอสามารถตรวจสอบจากภาพถ่ายทางอากาศได้ว่ามีการปลูกป่าจริงตามที่ตั้งเบิกงบประมาณหรือไม่ รวมทั้งมีการฮั้วประมูลและอิทธิพลในพื้นที่หรือไม่"นายสมัครกล่าว

          

          นายสมัคร กล่าวอีกว่า. นอกจากโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติแล้วยังมีโครงการดูแลรักษาสวนเดิมระหว่างปี 57-61 ที่มีค่าใช้จ่ายปีละ 4.2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 21 ล้านบาท โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานวงเงิน 3.5 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลระบุว่าถูกขอยืมชื่อไปใช้ร่วมประมูลและมีการมอบอำนาจให้กับพนักงานราชการของอุทยานฯ เป็นผู้เข้าทำสัญญากับอุทยานฯ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการเข้าข่ายสมยอมราคาหรือฮั้วประมูล รวมถึงโครงการจัดทำฝายต้นน้ำแบบผสมผสานในพื้นที่ป่าแก่งกระจานหรือฝายแม้ว วงเงิน 2.5 ล้านบาท ซึ่งน่าเชื่อว่าไม่มีการจัดสร้างจริงเช่นเดียวกับโครงการปลูกป่า

          "ผมเป็นข้าราชการบำนาญกรมอุทยาน ไม่มีเรื่องบาดหมางเป็นการส่วนตัวกับใคร สาเหตุที่ต้องเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ เพราะเห็นว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น มีการนำเงินรายได้ของกรมอุทยานไปใช้โดยไม่เกิดประโยชน์ แต่ที่ผ่านมาประเด็นร้องเรียนของผมถูกเบี่ยงเบนว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว"อดีตผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าว

          ด้านร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กล่าวว่า ภายหลังรับหนังสือการร้องทุกข์กล่าวโทษ จะเร่งประมวลเรื่องเพื่อเสนอให้พ.ต.อ.ไพสิฐ ส่งเรื่องไปให้สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ ภาค 7 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่แก่งกระจานให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเร็ว

Shares :
เปิดอ่าน 589 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ