"ดีเอสไอ"จบคดีฟอกเงินทุจริตกู้กรุงไทย

ข่าวทั่วไป  :  11 ต.ค. 2561

"DSI"รอความเห็นสั่งฟ้องคดีฟอกเงินกรุงไทยอย่างเป็นทางการก่อนพิจารณาทำความเห็นแย้งหรือไม่ แจงฟ้อง"โอ๊ค"เฉพาะวงเงิน 10 ล.เพราะไม่พบความเกี่ยวข้องกับวงเงิน 26 ล.

 

            11 ตุลาคม 2561 "ดีเอสไอ"รอความเห็นสั่งฟ้องคดีฟอกเงินกรุงไทยอย่างเป็นทางการก่อนพิจารณาทำความเห็นแย้งหรือไม่ แจงฟ้อง"โอ๊ค"เฉพาะวงเงิน 10 ล้าน เพราะไม่พบความเกี่ยวข้องกับวงเงิน 26 ล้าน

 

            พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีอัยการจะส่งสำนวนการสั่งฟ้องคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร โดยสั่งฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟอกเงิน 10 ล้านบาท สั่งฟ้องนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย หงษ์เหิน ฟอกเงิน 26 ล้านบาท และสั่งไม่ฟ้องนางเกศินี จิปิภพ แม่ของนางกาญจนาภา

 

            โดยกล่าวว่า ดีเอสไอยังต้องรอความเห็นสั่งฟ้องอย่างเป็นทางการของอัยการ หากสอดคล้องกับการสอบสวนของดีเอสไอก็จะไม่ทำความเห็นแย้ง โดยในชั้นแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการแจ้งข้อกล่าวหารวมทั้ง 2 วงเงิน แต่เมื่อการสอบสวนแล้วเสร็จพบว่า นายพานทองแท้ ไม่เกี่ยวข้องกับเงินจำนวน 26 ล้านบาท จึงมีความเห็นสั่งฟ้องเฉพาะนางกาญจนาภาและนายวันชัย ส่วนวงเงิน 10 ล้านบาทนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายพานทองแท้โดยตรง จึงมีความเห็นสั่งฟ้อง


            อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับผู้ที่มีธุรกรรมการเงินเกี่ยวข้องกับผู้บริหารกฤษดานครกว่า 190 ราย ดีเอสไอได้สอบสวนพบว่าเป็นการรับเงินตามที่มีมูลหนี้ต่อกัน และมีเหตุผลการใช้จ่ายเงินที่รับฟังได้ เช่น เป็นการชำระค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง จึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีฟอกเงิน ขณะนี้ได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งไปให้อัยการพิจารณาสั่งคดีตามขั้นตอนแล้ว


            แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่มีรายชื่อรับเช็คจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ 2 ราย ซึ่งถูกโยงไปเป็นประเด็นการเมือง คือ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งสำรองจ่ายเงินค่าจัดเลี้ยงรุ่นวปอ. จำนวน 200,000 บาทแทนนายวิชัย ในภายหลังนายวิชัยจึงสั่งจ่ายเช็คคืนเงินให้

 

            ส่วนวงเงิน 1 00,000 บาทที่บริจาคให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ก็มีความชัดเจนในทางบัญชีว่าเงินไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น แต่ถูกนำเข้าบัญชีของมูลนิธิรัฐบุรุษในทันที โดยที่ไม่มีผลประโยชน์ระหว่างผู้ให้กู้กับผู้รับเงินบริจาค แตกต่างจากกรณีของนายพานทองแท้ ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่เชื่อว่าเช็คสั่งจ่าย 10 ล้านบาท ที่รับจาก นายรัชฎา กฤษดาธานนท์ ลูกชายของนายวิชัย เป็นการร่วมทุนนำเข้ารถยนต์หรูเข้ามาจำหน่าย