กรมคุกดึงธ.กรุงไทย จัดระบบฝากเงินนักโทษ

ข่าวทั่วไป  :  26 ก.ย. 2561

ราชทัณฑ์จับมือกรุงไทยจัดระบบการเงินผู้ต้องขัง เปิดช่องทางให้ญาติฝากเงินเข้าบัญชีผู้ต้องขัง ตรวจสอบยอดเงินฝาก-รายการใช้จ่ายได้แบบเรียลไทม์ รองรับการย้ายเรือนจำ



          กรมราชทัณฑ์ - 26 ก.ย.61-ราชทัณฑ์จับมือกรุงไทย จัดระบบการเงินผู้ต้องขัง เปิดช่องทางให้ญาติฝากเงินเข้าบัญชีผู้ต้องขัง ตรวจสอบยอดเงินฝาก-รายการใช้จ่ายได้แบบเรียลไทม์ รองรับการย้ายเรือนจำของผู้ต้องขัง ญาติไม่ต้องเดินทางมาฝากเงินหน้าคุก. นำร่อง 3 เรือนจำ ทดสอบระบบ 2 เดือน ก่อนขยายไปทั่วประเทศ

           กรมราชทัณฑ์ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการรับฝากเงินผู้ต้องขังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับธนาคารกรุงไทย เพื่อพัฒนาระบบรับฝากเงินผู้ต้องขังผ่านระบบอิเล็กทรอนิคส์ เพิ่มช่องทางให้ญาติของผู้ต้องขังสามารถทำรายการฝากเงินผ่านสาขา ตู้เอทีเอ็ม และเคทีบี เน็ทแบงก์ได้สะดวก

          พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในอดีตการฝากเงินให้กับผู้ต้องขังไว้สำหรับใช้จ่ายในเรือนจำ เพื่อเป็นการซื้อเครื่องใช้ประจำวันส่วนตัวจำพวก สบู่ ยาสีฟัน ขนม หรือนมกล่อง ญาติจะต้องเดินทางมายังเรือนจำที่ผู้ต้องขังถูกควบคุมตัว เพื่อฝากเงินเข้าบัญชีให้แก่ผู้ต้องขัง โดยเรือนจำอนุญาตให้ฝากเงินได้เดือนละไม่เกิน 9,000 บาท และให้นักโทษได้ใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 300 บาท ซึ่งระเบียบดังกล่าวเป็นภาระในการเดินทางแก่ญาติของผู้ต้องขัง เนื่องจากบางรายมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ แต่ผู้ต้องขังกระทำความผิดในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดภาคใต้ กรมราชทัณฑ์จึงมีโครงการทำความร่วมมือกับธนาคารของรัฐ เพื่อเข้ามาเปิดบัญชีเงินฝากและบัตรกดเงินให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อให้ญาติสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องขังผ่านระบบ e- banking หรือช่องทางต่างๆ ของทางธนาคารได้

 

 

          “กรมราชทัณฑ์พร้อมดำเนินการให้ธนาคารกรุงไทยเข้ามาออกเลขบัญชีให้กับผู้ต้องขังทั่วประเทศกว่า 367,000 คน แต่ในช่วงทดลองระบบจะนำร่อง 3 เรือนจำ ได้แก่ เรือนจำคลองเปรม, เรือนจำกลางเพชรบุรี และทันฑสถานหญิงธนบุรี รวมผู้ต้องขังประมาณ 10,000 คน โดยจะทดลองระบบ 2 เดือน หากระบบมีความสมบูรณ์จะขยายให้ครบ 143 เรือนจำทั่วประเทศ ยืนยันว่าการร่วมมือกับกรุงไทย เพื่อประโยชน์แก่ญาติผู้ต้องขังและเรือนจำ ที่สำคัญเงินฝากในบัญชีธนาคารของนักโทษยังจะได้รับการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่สถาบันการเงินกำหนดอีกด้วย โดยธนาคารจะเข้ามาบันทึกการฝากเงินและการใช้เงินของผู้ต้องขังให้เข้าสู่ระบบเรือนจำ และจัดทำระบบหรือออกบัตรเพื่อใช้ตัดลดวงเงินฝากจากยอดการใช้จ่ายประจำวันของนักโทษ ธนาคารแทบจะไม่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะจำกัดการฝากเงินในแต่ละเดือน 9,000 บาท” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

            กรมคุกดึงธ.กรุงไทย จัดระบบฝากเงินนักโทษ
          อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า ระบบเงินฝากรูปแบบใหม่นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับญาติของผู้ต้องขังแล้ว ยังช่วยลดภาระหน้าที่ของเรือนจำที่ต้องเกลี่ยอัตราผู้คุมมาทำหน้าที่รับฝากเงินให้กับผู้ต้องขัง และเก็บรักษาเงินฝากของผู้ต้องขัง นอกจากนี้ ยังเป็นการปิดช่องว่างไม่ให้เกิดข้อครหาว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำหักหัวคิวหรือค่าดำเนินการฝากเงินให้กับนักโทษ ซึ่งที่ผ่านมามีการร้องเรียนจากญาติผู้ต้องขังว่าฝากเงินให้ผู้ต้องขัง 3,000 บาท แต่ส่งถึงผู้ต้องขัง 2,500 ซึ่งไม่เป็นความจริง ตนเบื่อเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีความตั้งใจในการทำงาน แต่อาจจะทำผิดพลาดหรือล่าช้าก็ถูกวิจารณ์เป็นข้อครหาว่าเงินส่งไม่ถึงผู้ต้องขัง การดึงกรุงไทยเข้ามาจัดระบบการเงินจึงช่วยลดปัญหาดังกล่าว และในอนาคตคาดหวังให้ผู้ต้องขังใช้บัญชีเงินฝากเพื่อเก็บสะสมเงินจากการฝึกงานสร้างอาชีพ ซึ่งจะได้รับเงินปันผลระหว่างถูกคุมขังสำหรับนำไปใช้เป็นทุนประกอบอาชีพเมื่อพ้นโทษ
          ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐ จึงพร้อมเข้าให้บริการประชากรอีกภาคส่วนหนึ่งให้เท่าเทียมกัน โดยญาติสามารถใช้บริการฝากเงินเข้าบัญชีเรือนจำเพื่อผู้ต้องขังได้ทุกสาขา ตู้เอทีเอ็ม รวมถึงที่ทำการไปรษณีย์ซึ่งจะขยายเป็นแบงก์กิ้งเอเยนต์ และแอปพิเคชั่นของกรุงไทย ซึ่งญาติสามารถโอนเงินให้ผู้ต้องขังได้จากทุกพื้นที่ นอกจากนี้ บัญชีเงินฝากผู้ต้องขังที่ต้องย้ายเรือนจำ ยังสามารถโอนเงินข้ามเรือนจำได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อรองรับการย้ายของผู้ต้องขัง ขณะที่รายการรับฝากเงินและการใช้จ่ายเงินของนักโทษยังสามารถตรวจสอบผ่านระบบแบบเรียลไทม์ได้ตลอดเวลา