คุก 1 ปี 6 เดือน "หนุ่มนครนายก"ดอดนีคดีกลางศาล

ข่าวทั่วไป  :  12 ก.ย. 2561

พิพากษาคุกไม่รอลงอาญา"ศราวุธ"หนุ่มนครนายกคดีฉ้อโกงฐานละเมิดศาล-หนีการควบคุม ม.190 หลังฉวยโอกาส ตร.เผลอรอฝากขังแกล้งเข้าห้องน้ำก่อนชิ่งหนีช่วงส.ค.

 

12 กันยายน 2561 จากกรณีเกิดเหตุการณ์ "นายศราวุธ ตั้งภู่ตระกูล" อายุ 33 ปี ชาว จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลหลายแห่งในข้อหาฉ้อโกงหลอกสั่งซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อดัง iPhone เกิดความเสียหายหลายล้านบาทถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนครนายก จับตัวได้ที่ ร.ร.เทศบาล 3 ต.บ้านคำบุญศิริ จ.นครยายก แล้วส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อทำการสอบสวนคดีต่อ

 

          แต่เมื่อวันที่ 10 ส.ค.61 ระหว่างนำตัวมายื่นคำร้องผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกใน 2 สำนวนที่ศาลแขวงธนบุรี ถ.บางบอนเอกชัย "นายศราวุธ" ผู้ต้องหา ได้ฉวยโอกาสหลบหนีไปจากอาคารศาลแขวงธนบุรีระหว่างรอผัดฟ้องฝากขัง

 

        แล้วต่อมาผอ.สำนักอำนวยการศาลแขวงธนบุรี ได้ ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา เพื่อทำการรวบรวมข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อวันที่ 14 ส.ค.61 ได้รายงานข้อเท็จจริงตามลำดับชั้น ต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงธนบุรี  , อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แล้วศาลจึงได้ตั้งสำนวนกล่าวหา "นายศราวุธ"เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ( ป วิ.แพ่ง) มาตรา 31 แล้ว ศาลกำหนดนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจในวันที่ 12 ก.ย.นี้  ซึ่งปรากฏว่าเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว"นายศราวุธ" ผู้ต้องหาที่หลบหนี ได้ที่ จ.เชียงใหม่ ภายหลังจึงส่งตัวกลับมาให้พนักงานสอบสวนและนำส่งต่อศาลแขวงธนบุรี


        โดยวันนี้ (12 ก.ย.) ที่ศาลแขวงธนบุรี ถ.บางบอนเอกชัยศาลได้ไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลที่ "ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลแขวงธนบุรี" เป็นผู้กล่าวหา "นายศราวุธ" ผู้ถูกกล่าวหา ขณะที่ "ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลแขวงธนบุรี" ได้แถลงต่อศาลว่าหลังเกิดเหตุที่นายศราวุธได้หลบหนีไประหว่างการควบคุมตัวอยู่ที่ศาลก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้มีการทำรายงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งได้มีการสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจประจำศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ท่าข้าม 2 นาย ซึ่งเป็นผู้นำตัว "นายศราวุธ" มาขอผัดฟ้องและฝากขัง

 

        ทั้งนี้ศาลได้อธิบายข้อกล่าวหาให้ "นายศราวุธ" ฟังแล้ว "นายศราวุธ" ก็ให้การรับสารภาพโดยแถลงว่า ในวันเกิดเหตุ ( 10 ส.ค.61)ได้ถูกนำตัวมาขอผัดฟ้องและฝากขังที่ศาลนี้ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องพิจารณาคดี 12 พร้อมกับผู้ต้องหาคดีอื่น ๆ แล้วระหว่างที่ตำรวจประจำศาลกำลังตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายและประวัติผู้ต้องหาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้โอกาสเดินปะปนไปกับผู้ต้องหาอื่นที่ขอไปเข้าห้องน้ำ และเมื่อพบตำรวจประจำศาลอีกคนหนึ่งที่หน้าห้องน้ำ แล้วถูกถามว่ามาติดต่อคดีอะไร ผู้ถูกกล่าวหาก็ได้ออกอุบายว่าตนเป็นผู้เสียหายคดีฉ้อโกง ตำรวจประจำศาลดังกล่าวจึงแนะนำให้ผู้ถูกกล่าวหามาติดต่อในช่วงบ่าย หลังจากนั้นผู้ถูกกล่าวหาก็ได้เดินไปเข้าห้องน้ำและซ่อนตัวอยู่เป็นเวลา 5 นาทีก่อนเดินออกมาจากห้องน้ำและเดินออกไปที่ชั้น 2 แล้วจึงได้หลบหนีออกไปจากอาคารศาล

 

        ศาลพิเคราะห์รายงานการสืบสวนข้อเท็จจริงประกอบถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและคำรับสารภาพของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว เชื่อว่า "นายศราวุธ" ผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีไประหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศาลจริงการกระทำดังกล่าวเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิแพ่ง มาตรา 31(1) ให้จำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

 

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลแล้ว ในวันเดียวกันนี้ "พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 7"  ยังได้ยื่นฟ้องคดีด้วยวาจากับ "นายศราวุธ" หรืออาร์ม อายุ 33 ปี เป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำ 5467/2561 ในความผิดฐานหลบหนีไประหว่างที่คุมขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 ระวางโทษจำคุกไม่ 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 

        โดยระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค.61 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งถูกจับกุมคดีอาญาความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนของ สน.ท่าข้าม จำเลยได้หลบหนีไประหว่างคุมขัง โดยฉวยโอกาสช่วงที่ตำรวจผู้ควบคุมตัวเผลอ แล้วเดินออกจากห้องพิจารณาคดีที่ 12 อาคารศาลแขวงธนบุรีและหลบหนีไป ขณะที่พนักงานสอบสวนรอยื่นคำร้องผัดฟ้องและฝากขัง เหตุเกิดที่แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม. โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการจับกุมจำเลยแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน โดยจำเลยให้การรับสารภาพทุกข้อหา

 

        ซึ่งศาลได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายความแล้วแถลงว่า ไม่มีและไม่ต้องการทนายความ ศาลจึงอ่านพร้อมอธิบายคำฟ้องด้วยวาจาของอัยการโจทก์  ให้ "นายศราวุธ" จำเลยฟังแล้วก็ให้การรับสารภาพ โดยอัยการโจทก์และจำเลย ไม่ติดใจสืบพยาน คดีจึงเสร็จสิ้นกระบวนพิจารณา

 

        จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตาม ม.190 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

 

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อรวมโทษทั้งคดีละเมิดอำนาจศาลและคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องฐานหลบหนีระหว่างถูกคุมขังฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190  แล้ว นายศราวุธ ถูกพิพากษาให้จำคุกทั้งสิ้น เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน