"บิ๊กตู่" เล็งเก็บเงินค่าถุงพลาสติก

ข่าวทั่วไป  :  11 ก.ย. 2561

"บิ๊กตู่" ให้แนวทาง "มท." สร้างความเข้าใจเรื่องขยะ ชี้ทั้งประเทศควรมี 300คลัสเตอร์ เพื่อกำจัดที่ตกค้างหลายล้านตัน วอนร้านค้าเก็บเงินค่าถุงพลาสติกจะรับได้หรือไม่

 

          เมื่อวันที่ 11 ก.ย.61 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ได้ให้แนวทางในที่ประชุมครม.เกี่ยวกับเรื่องขยะ โดยให้กระทรวงมหาดไทยไปทำความเข้าใจอีกครั้งว่า มันมีอะไรบ้างตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ถ้าแยกขยะตั้งแต่ต้นทางใส่ถุงสีแดงมีพิษ สีเขียวเป็นขยะอาหาร ขยะอินทรีย์ สีขาวขยะนำไปแปรรูปรีไซเคิล-รียูส์

 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเราสามารถแยกขยะได้ตั้งแต่ต้นทางแล้วทำให้รู้ว่าขยะเหล่านี้มีคุณค่าอย่างไร เราต้องคิดเรื่องนี้อยู่เพราะปริมาณขยะปีหนึ่งมี 27 ล้านตัน สะสมไปอีกเท่าไหร่ เราถึงไปมองทั้งภูมิภาคทั้งประเทศควรจะมีคลัสเตอร์ขยะทั้งหมด 300 คลัสเตอร์จะบริหารจัดเก็บกันอย่างไร หน้าที่ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของท้องถิ่น วันนี้เงินที่เก็บไปนำไปบริหารจัดการขยะ ซึ่งบางคนก็ไม่ได้เก็บบางคนก็เก็บพอพูดเรื่องเก็บเงินก็มีเรื่องทุกทีไป แต่ทุกคนต้องการให้มันดี เราต้องเริ่มต้นอย่างไร เช่น การบางแยกใส่ถุงอะไรก็ได้ไปก่อน จะถุงดำ-ขาว ถุงพลาสติกก็ว่ามาและจัดที่ทิ้งขยะให้พอเพียงแยกเป็น 4 ประเภทไม่ได้แยกเป็น 2 ประเภทก่อนได้ไหม ทำนองนี้ต้องหาวิธีการทำให้ได้ ตั้งแต่ผลิตขยะมาก่อน 

 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทุกคนทำขยะวันละ 1.14 กก./วัน ถ้าเราลดลงจาก 1.14 กก.ลงเหลือ 1 กก.หรือครึ่งกก.ได้หรือไม่ ถุงพลาสติกจะลดลงได้หรือไม่ ซักใช้ใหม่ได้ไหม ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าภาคเอกชนช่วยกันลด ถ้าจะต้องขอถุงพลาสติกมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจะรับได้หรือไม่ วันนี้รถขนขยะก็มีอยู่เท่าเดิม งบประมาณกำจัดขยะมี 2 พันกว่าล้านบาทใช้จริงๆ 2 หมื่นกว่าล้านรัฐบาลต้องเอางบฯกลางโปะไปอีก 17,200 ล้านบาทต่อปี แล้วจะเอาอะไรให้มันดีขึ้น พอพูดถึงเก็บเงินก็ไม่ได้แล้วรัฐบาลจะไปร้องตรงไหน ไม่รู้จะไปหาเงินจากไหนมาให้ไปคิดเอาแล้วกัน ไม่ได้บอกจะบริหารขยะแล้วตูดขาดตูดเขิด แล้วที่ผ่านมาเก็บภาษีได้ตามเป้าหมายมากกว่าเป้าหมายตั้งหลายอย่าง ไม่มีตูดขาดหรอก คำว่าตูดขาดต้องบริหารไม่ได้หนี้สาธารณะท่วมหัวมันไม่ท่วมหรอก วันนี้มันเพิ่มเข้ามาเท่าไหร่กี่เปอร์เซ็นต์แล้วที่เพิ่มมาก็ไปทำรถไฟ รถไฟทางคู่เป็นการลงทุนที่จะเกิดมูลค่าในอนาคต และเรามีทุนสำรองระหว่างประเทศเป็นระดับต้นๆ ของโลก.