"ผู้พิพากษา" คลิปตามง้อ "อดีตภรรยา" ลาออกแล้ว

ข่าวทั่วไป  :  11 ก.ย. 2561

ผู้พิพากษาอาวุโส ยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ออกเองจากศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ ยกเหตุรับราชการมานาน ส่วนปัญหาความสัมพันธ์จบด้วยดีเจรจายอมความ

 

          11 ก.ย.61-จากกรณีก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่คลิปชายสูงวัย ซึ่งภายหลังมีการระบุว่าเป็นผู้พิพากษาผู้ใหญ่ พยายามนั่งคุกเข่าตื้ออ้อนวอนหญิงที่เคยเป็นสามี-ภรรยากัน กลางลานจอดรถที่พักของฝ่ายหญิง เพื่อจะพูดคุยปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างกัน มีการพยายามพูดโน้มน้าวฝ่ายหญิงและอ้างถึงคลิปความสัมพันธ์ครั้งเก่าที่เคยถ่ายเก็บไว้ กระทั่งมีท่าทีลักษณะยื้อยุดจะคุกคามกัน จนฝ่ายหญิงได้เข้าแจ้งเหตุลงบันทึกประจำวัน ที่ สน.บางโพงพาง ซึ่งต่อมามีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากถึงความเหมาะสมในสังคมโซเชียลนั้น         

 

          ล่าสุด วันนี้ (11 ก.ย.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชายคนดังกล่าวที่มีการระบุเป็นผู้พิพากษานั้น ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ ในตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแล้ว ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุถึงเหตุความประสงค์ของการลาออกว่า รับราชการมานานแล้ว ซึ่งการลาออกนั้นก็มีผลตั้งแต่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ขอลาออกและประธานศาลฎีกาก็มีคำสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการแล้ว ขณะที่การลาออกจากตำแหน่งนั้นเป็นไปโดยสมัครใจด้วยความประสงค์ตนเอง ไม่มีรายงานว่าเป็นปัญหาจากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปจนเป็นข่าวดัง และไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องใดๆ รวมทั้งไม่ ใช่การลงโทษต่อกรณีกระทำผิดวินัยแต่อย่างใด  

          อย่างไรก็ดีตามขั้นตอน ผู้พิพากษาซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการตุลาการนั้นจะต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและพ้นจากตำแหน่ง ดังนั้นจึงต้องนำชื่อกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ตามที่บัญญัติใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543มาตรา 32-33 และลงประกาศการพ้นจากตำแหน่งในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ทั้งนี้สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาประจำศาลและทางบริหารของข้าราชการตุลาการนั้น จะสิ้นสุดอายุราชการ 65 ปี โดยจะมีสิทธิที่ขอปฏิบัติหน้าที่ต่อในตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสได้อีก กระทั่งอายุครบ 70 ปี ซึ่งจะต้องผ่านการประเมินสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีของชายที่เป็นผู้พิพากษา และหญิงคนดังกล่าวนั้น ก็ปรากฏว่า หลังจากได้เจรจาไกล่เกลี่ยกันแล้ว ทั้งคู่ก็ลงบันทึกการประนีประนอมยอมความไว้ที่ สน.บางโพงพาง เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายหญิง ก็ยินยอม โอนคืนโฉนดที่ดิน จ.เชียงใหม่ ให้ฝ่ายชาย ขณะที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่คุกคามกัน ต่างคนจะใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งหากฝ่ายใดผิดสัญญา อีกฝ่ายสามารถเรียกร้องได้เป็นเงิน 5 ล้านบาท