ข่าว

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

03 ก.ย. 2561

ถอดบทเรียน"กู้ภัยอุทยานถ้ำหลวงฯ"จัดทำมาตรฐานอาชีพบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพยกระดับเทียบเท่าสากล


          3 สิงหาคม  2561  "3 หน่วยงาน"ถอดบทเรียน“กู้ภัยอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย”ช่วยทีมหมูป่า จัดมาตรฐานอาชีพบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ ยกระดับเทียบเท่าสากล

 

          นายชัยณรงค์ วาสนะสมสิทธิ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพธุรกิจสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ สาขาการบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ และการเสวนาเรื่อง  “ถอดบทเรียนการกู้ภัยในภาวะวิกฤติ กรณีศึกษา การกู้ภัยในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย” ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดขึ้น

 

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

 

           โดยมีนายพิสิฐ รังสกฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และรองศาสตราจารย์ ดร.เนตร์พัณณา ยาวิราช อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในฐานะผู้จัดการโครงการและที่ปรึกษาโครงการฯ ร่วมกิจกรรม ณ โรงแรมรามาการ์เด้น ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ 

 

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

 

           นายพิสิฐ รังสกฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานการณ์ความเป็นอยู่การดำเนินชีวิตของประชาชน มีความเสี่ยงจากการเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ อุบัติเหตุ ภัยอันตรายจากการเดินทาง ทั้งภัยธรรมชาติ และภัยที่มนุษย์กระทำขึ้น จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหาย สูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก  ดังนั้น จึงเห็นควรให้มีการจัดทำมาตรฐานอาชีพการบรรเทาสาธารณภัยขึ้นเพื่อให้การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีความเป็นมาตรฐานตามหลักวิธีการที่ถูกต้อง

 

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

 

           โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการจัดทำโครงการมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพธุรกิจสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ สาขาบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ ซึ่งนับเป็นภารกิจอันสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เกิดจากภัยพิบัติต่าง ๆ อุบัติเหตุ ได้รับความปลอดภัย ทั้งผู้ประสบภัย และผู้ให้ความช่วยเหลือ ให้มีการขับเคลื่อนมาตรฐานอาชีพ สาขาบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานบุคคลที่มีสมรรถนะในอาชีพดังกล่าว ให้มีความเป็นสากล

 

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

   

           รองศาสตราจารย์ ดร.เนตร์พัณณา ยาวิราช อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในฐานะผู้จัดการโครงการและที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวถึงรายละเอียดการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพธุรกิจสาขาวิชาชีพธุรกิจสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะฯว่า ได้มีการศึกษาแนวทางจากต่างประเทศที่เป็นตัวอย่างที่ดี เช่น สหรัฐอเมริกา  ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น เป็นต้นแบบ แล้วนำมาปรับให้สอดคล้องกับประเทศไทย เพื่อให้มีความเป็นสากลตามมาตรฐานที่ทั่วโลกถือปฎิบัติ

 

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

 

            โดยมีการประชุมระดมสมองจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสาขาการบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ มีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มเป้าหมาย เพื่อจัดทำการวิเคราะห์แผนผังแสดงหน้าที่งาน ประกอบด้วย บทบาทหลัก และหน้าที่หลัก หน่วยสมรรถนะ หน่วยสมรรถนะย่อย เกณฑ์การปฎิบัติงาน หลักฐานความรู้ในการทำงาน ทักษะและความรู้ที่ต้องการ กฎระเบียบ ข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขอบเขตการทำงาน ตลอดถึงคุณธรรม จริยธรรมของผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการกู้ชีพ กู้ภัย และดับเพลิง ตามสาขาวิชาชีพธุรกิจสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ สาขาการบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ

 

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

 

            นอกจากนี้ มีการจัดทำรายละเอียดวิธีการและกระบวนการประเมินสมรรถนะ อาชีพบรรเทาสาธารณภัยแต่ละประเภท ในรูปแบบต่างๆ ทั้งวาตภัย อุทกภัย อัคคีภัย สาธารณะภัย สามารถแบ่งระดับสมรรถนะของบุคคล โดยมีการจัดแบ่งชั้นคุณวุฒิวิชาชีพออกเป็นระดับชั้นต่างๆ เป็น 8 ระดับ ตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพแห่งชาติ ตามสมรรถนะของบุคคลแต่ละอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาชีพธุรกิจสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ สาขาบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ ทั้งหมด  เป็นต้น นอกจากนี้จะได้มีการจัดทำประชาพิเคราะห์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มาตรฐานอาชีพในครั้งนี้มีความสมบูรณ์และถูกต้องและมีความเป็นสากลมากที่สุด

 

ถอดบทเรียน"หมูป่า"ยกระดับมาตรฐานกู้ชีพเทียบสากล

 

           “การจัดทำมาตรฐานอาชีพสาขาวิชาชีพธุรกิจสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ สาขาการบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2562 และประกาศในพระราชกฤษฎีกา ถือเป็นมาตรฐานของประเทศไทยเพื่อถือปฎิบัติ จึงนับเป็นนิมิตหมายอันดีต่อผู้ประกอบอาชีพในสาขาวิชาชีพธุรกิจสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ สาขาการบรรเทาสาธารณภัยและกู้ชีพ ให้เกิดความเป็นมาตรฐานสากล มีความเชื่อถือได้ และมีความภูมิใจในอาชีพในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย”รองศาสตราจารย์ ดร.เนตร์พัณณา กล่าว