ป.ป.ท.จ่อเสนอคสช.เพิกถอนที่ดิน 2,700 ไร่ ภูเรือ

ข่าวทั่วไป  :  27 ส.ค. 2561

ป.ป.ท.ลุยสอบสค.บินจากด่านซ้ายมาภูเรือ 2,700 ไร่ มูลค่า 416 ล้าน ผลสอบชัดจนผู้ครอบครองยอมส่งคืนทั้ง 63 แปลงให้รัฐ. จ่อเสนอคสช.เพิกถอนเอกสารสิทธิ์


           จ. เลย- 27 ส.ค.61 พ.ท กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท)ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)และพ.ต.ท วันนพ สมจินตนากุล รองเลขาธิการป.ป.ท.พร้อมกอ.รมน. จังหวัดเลย ลงพื้นที่อ.ภูเรือ จ.เลย เพื่อตรวจสอบปัญหาการออกเอกสารสิทธิ น.ส 3 ก ไม่ชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่ต.ปลาบ่า และต.ร่องจิก หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนว่ามีการนำส.ค.1ในพื้นที่ ต.โพนสูง อ.ด่านซ้าย มาสวมสิทธิ์ออกเป็นนส.3 ก. ในเขตพื้นที่อ.ภูเรือเมื่อ ปี 2533 จำนวน 63 แปลงเนื้อที่ 2,777 ไร่ 3งาน 21ตารางวา จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป.ป.ท ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า สารบบที่ดิน 63 แปลง มีต้นขั้วในสารบบเพียง31 แปลง ส่วนอีก 32 แปลงไม่พบในสารบบ  ซึ่งที่ดินดังกล่าวมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยแปลงละ 150,000 บาท มูลค่ารวม 416.5 ล้านบาท

 

       

        ป.ป.ท.จ่อเสนอคสช.เพิกถอนที่ดิน 2,700 ไร่ ภูเรือ


          พ.ท.กรทิพย์. กล่าวอีกว่า ส.ค.1ที่นำมาออกน.ส3 ก.ทั้งหมดอยู่ในเขตต.โพยสูง อ.ด่านซ้าย ส่วนต.ปลาบ่า เป็นตำบลเดิมที่มีมาก่อนปี 2489 และก่อนตั้งอ.ภูเรือในปี 2517 ดังนั้นการแจ้งสค.1โดยระบุพื้นที่ต.ปลาบ่า อ.ด่านซ้าย จำนวน6 หมู่บ้านจึงมีมาก่อนเช่นกันต่อมาได้มีการแยกการปกครองท้องที่ให้ต.ปลาบ่าขึ้นอยู่กับอ.ภูเรือ จึงชี้ให้เห็นว่าที่ดินส.ค. 1 ต.โพนสูงกับที่ออกน.ส3ก.ในพื้นที่ต.ปลาบ่าอ.โ่พนซ้ายเป็นที่ดินคนละแห่งกัน จากการสอบปากคำชาวบ้าน 26 รายยืนยันตรงกันว่าไม่เคยมีที่ดินส.ค. 1 ที่ต.โพนสูงอ.ด่านซ้ายที่นำมาใช้ออกน.ส 3ก.และไม่เคยรู้จักกับเจ้าของที่ดินข้างเคียงที่มีชื่อในน.ส 3ก.ชาวบ้านบางส่วนบอกว่าเคยมีที่ดินในต.ปลาบ่า แต่ไม่เคยได้รับเอกสารสิทธิ ต่อมาขายให้กับอดีตข้าราชการครูในพื้นที่เมื่อปี2532 ก่อนที่จะมีการออกเอกสารสิทธิฯในปี 2533ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการขอออกเอกสารสิทธินั้นไม่ทราบ และก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปมีชื่อเป็นเจ้าของน.ส3ก หรือไปจดทะเบียนขายต่อให้คนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ในส่วนของผู้ซื้อก็รู้แค่ว่าอดีตข้าราชการครูเป็นนายหน้าที่นำที่ดินให้เท่านั้น

 

           ป.ป.ท.จ่อเสนอคสช.เพิกถอนที่ดิน 2,700 ไร่ ภูเรือ

          พ.ท.กรทิพย์ กล่าวด้วยว่า ผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานย้อนหลังและสอบปากคำพยานบุคคลน่าเชื่อได้ว่ามีการออกน.ส. 3 ก.มิชอบด้วยกฎหมายด้วยการนำ ส.ค.1 บิน จากต.โพนสูง อ.ด่านซ้าย มาออกในต.ปลาบ่า อ.ภูเรือมีการนำแบบพิมพ์น.ส 3ก.มาเขียนโดยใช้ชื่อนายเลย ศรีบุรินทร์ พร้อมทั้งโอนขายโดยไม่มีการรังวัด ไม่มีการสอบสวนสิทธิ ทั้งนี้หากนายเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินจริงตามต้นขั้วเอกสารปัจจุบันนายเลยต้องมีอายุมากกว่า 100 ปี แต่ปรากฎว่านายเลยมีอายุเพียง 60 ปีเศษเท่านั้น ส่วนเจ้าของที่ดินปัจจุบันซึ่งมีชื่อครอบครองที่ดินทั้ง 2แปลง แปลงแรก 1,342 แปลง แปลงที่สอง 1,430แปลง ได้เข้าให้ปากคำในฐานะพยานว่าไม่ทราบที่มาและกระบวนการออกเอกสารสิทธิ น.ส 3ก. ซึ่งที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือกับป.ป.ท เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอดและได้แสดงเจตจำนงค์เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อส่งคืนที่ดินให้กับทางราชการแล้ว

        ป.ป.ท.จ่อเสนอคสช.เพิกถอนที่ดิน 2,700 ไร่ ภูเรือ
            "ส่วนการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบนั้น คดีอาญาได้ขาดอายุความแล้วไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะเหตุเกิดขึ้นนานกว่า 30 ปี แต่ก็ยังสามารถเรียกคืนที่ดินกลับมาเป็นของรัฐต่อไป จากนี้ป.ป.ท จะส่งเรื่องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ดำเนินการส่งเรื่องไปยังกรมที่ดินให้พิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์พื้นที่ทั้งหมด คืนสภาพป่าให้กับพื้นที่ป่าไม้ของไทย. สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องปัจจุบันถูกสอบวินัยและลงโทษไล่ออก ปลดออกจากราชการไปแล้ว "เลขาฯป.ป.ท กล่าว

      ป.ป.ท.จ่อเสนอคสช.เพิกถอนที่ดิน 2,700 ไร่ ภูเรือ
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับที่ดิน 63 แปลงที่เข้าตรวจสอบครั้งนี้ อยู่ในชื่อครอบครองของเสี่ย “ส” ผู้คร่ำหวอดในวงการตลาดหุ้น.. โดยป.ป.ท.ได้ขยายผลต่อเนื่องจากคดีทุจริตออกโฉนดให้กับวัดป่าแห่งหนึ่งในอ.ภูเรือ จำนวน 6 แปลง เนื้อที่กว่า 260 ไร่ โดยที่ดินแปลงดังกล่าวเคยถูกเพิกถอนนส.3 ก. แต่เจ้าหน้าที่กลับเดินสำรวจและอนุมัติออกโฉนด เป็นผลให้ป.ป.ท.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดและเสนอให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนด