
ศูนย์ประสานงานลูกหนี้ฯฟ้องอาญา 157 "ไพสิฐ" อธ.DSI
ผู้เสียหาย 12 ราย ฟ้อง "อธิบดี-จนท.ดีเอสไอ" ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ดอง 6 คดีฟอกเงินปี 59 ลุ้นศาลสั่งรับคดีไต่-ไม่ไต่มูลฟ้อง 18 ก.ย.นี้
23 ส.ค.61-ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี เมื่อเวลา 13.50 น. "น.ส.กัลยาณี รุทระกาญจน์" เลขาธิการศูนย์ประสานงานลูกหนี้แห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญมี จีระเรืองรัตนา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายศูนย์ฯ ผู้รับมอบอำนาจผู้เสียหาย รวม 12 ราย เดินทางมา ยื่นฟ้อง "พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ รวม 18 ราย เป็นจำเลยที่ 1-18 ในความผิดฐานสมคบร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต , สมคบกันเกินกว่า 5 คนในลักษณะเป็นซ่องโจรและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมในกระบวนการฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 วรรคหนึ่ง , 209 , 210 , พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (10) , 11 และ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1)
ข่าวเกี่ยวข้อง ดีเอสไอ แจงยิบทุกขั้นตอนการทำงาน. หลังศูนย์ลูกหนี้ฯ ฟ้อง157
โดยคำฟ้องระบุถึงพฤติการณ์สรุปว่า กลุ่มผู้เสียหายทั้ง 12 ราย ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำผิด ตาม พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยอธิบดี ดีเอสไอได้รับคำร้องทุกข์ไว้เมื่อวันที่ 9 ก.พ.59 จำนวน 6 คดี แต่ดีเอสไอไม่ดำเนินการ "สืบสวนสอบสวน" กลับใช้วิธี "ตรวจสอบข้อเท็จจริง" แทน ซึ่งเป็นการบิดเบือนอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และเป็นการขัดขวางไม่ให้ผู้ร้องทุกข์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา อีกทั้งเป็นการตัดตอนไม่ให้มีการดำเนินคดีกับขบวนการฟอกเงิน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นสวรรค์ของการฟอกเงินและเปิดทางให้มีการปล้นโฉนดจากคนไทย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ ศาลได้นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์หรือไม่ต่อไป
ขณะที่ "พ.ต.ท.บุญมี" ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายศูนย์ประสานงานลูกหนี้ฯ กล่าวว่า เราฟ้องคดี ก็เนื่องจากมีการรับคำร้องทุกข์ไว้กว่า 2 ปีแล้วไม่ทำการสอบสวน ดำเนินการโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นอันตราย อาชญากรก็ลอยนวล คดีฟอกเงินมีความซับซ้อนมาก ทางพนักงานสอบสวนให้คำตอบผิดปกติว่ายุติ ทั้งที่ประเด็นต้องสอบสวนมีอยู่
การที่ผู้ร้องทุกข์ มาร้องแล้วบอกไม่พบความผิดอาญา ผู้ร้องทุกข์อาจกลายเป็นโดนแจ้งความเท็จได้ จึงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องมายื่นฟ้องให้รู้ว่าจริงหรือเท็จ เพื่อให้อธิบดีดีเอสไอ กับเจ้าหน้าที่มาพิสูจน์และนำหลักฐานมาดูกัน



