โฆษกยธ.กระตุกคิด พวกแขวะหมูป่า อย่าเยอะ อย่านอยด์

ข่าวทั่วไป  :  14 ก.ค. 2561

"รองปลัด ยธ."ติงกลุ่มแขวะหมูป่าขวางมอบทุนการศึกษาถึง ป.เอก.ระบุอุบัติภัยถ้ำหลวงมีคุณูปการต่อท้องถิ่นประเทศและมวลมนุษยชาติ ถือเป็นการปลอบขวัญแทนการสวมกอด

 

          ข้อเสนอของมหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่องการมอบทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี-ปริญญาเอก ให้กับเยาวชนทีมหมูป่า ผู้ประสบภัยติดอยู่ในถ้ำหลวง -ขุนน้ำนางนอน จนเกิดเป็นกระแสวิจารณ์ในโซเซียลมีเดีย ว่าทีมหมูป่า 13 คน คือ ผู้ประสบภัย ไม่ใช่ฮีโร่หรือผู้ทำคุณประโยชน์อย่างสูงให้กับประเทศ เหตุใดมหาวิทยาถึงต้องให้ทุนการศึกษา โดยมองว่านักศึกษาที่ยากจนและด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจควรได้รับทุนการศึกษานี้มากกว่า

 

          เมื่อวันที่ 14 ก.ค.61 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความในเฟชบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า อย่าเยอะ อย่านอยด์...!! นับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศไทยมาจวบจนถึงปัจจุบัน ตนยังไม่เคยเห็นมีกิจกรรมใดที่ทำให้คนรู้จักประเทศไทยของเราตั้งแต่ผู้นำประเทศ ผู้นำทางศาสนา ทุกวงการ จนถึงลูกเด็กเล็กแดงในทุกประเทศทั่วโลกรู้จักประเทศไทยได้มากเท่านี้ ตนเดินทางไปทั่วโลกในนามประเทศไทยแนะนำตนเองว่า เรามาจากประเทศไทย คนก็จะถามย้อนว่า ไต้หวัน เจอหน้าก็ทักเราก่อนว่า หนีห่าว คิดว่าเราเป็นคนจีน แต่ต่อไปนี้แนะนำตนเอาว่ามาจากประเทศไทย เชื่อว่าเขาจะรู้จักดีจากเหตุการณ์นี้ และยังชวนเราสนทนาเหตุการณ์นี้ต่อ ทำให้เรามีโอกาสแนะนำสิ่งดีงามในประเทศของเราต่อยอดไปได้อีก

          รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุด้วยว่า  เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่ดึงเครื่องมือที่ดีที่สุดและคนที่เก่งที่สุดในโลกมารวมตัวก่อให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียนและพัฒนาต่อยอดไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเพื่อช่วยมนุษยชาติโดยไม่หวังผลตอบแทน ยังไม่รวมถึงการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว ซึ่งอาจมากไม่แตกต่างจากอุบัติด้านการท่องเที่ยวแบบพืชสวนโลก แต่ที่สำคัญคนมาจากทั่วโลก ก่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมทั้งของประเทศและท้องถิ่น เหตุการณ์ที่เกิดเป็นอุบัติภัยมิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาท แต่สามารถสร้างอุบัติการณ์ด้านต่างๆ ที่มีคุณูปการต่อท้องถิ่นประเทศและมวลมนุษยชาติในโลกนี้อย่างมหาศาล

          แค่นี้ยังไม่เป็นการสร้างคุณูปการอีกหรือ..!!

          “ผมเคารพในความคิดเห็นต่าง แต่ก็ขอสงวนสิทธิที่จะแสดงความเห็นและเหตุผลเพื่อชวนให้สังคมได้ตระหนักรู้และคิดรวมกัน การให้ประโยชน์กับเด็กถือเสียว่าเป็นการปลอบขวัญแทนการสวมกอด เหมือนผู้ใหญ่ใจดีที่เรียกขวัญกลับคืนมาก็น่าจะเป็นประโยชน์กับเด็กชุดนี้ เพราะถึงอย่างไร เขาก็ยังต้องใช้ชีวิตที่เหลืออีกยาวนานที่จะทำประโยชน์ให้กับชุมชน สังคมและประเทศนี้ต่อไปได้อีกมากมาย” รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ