"ประยุทธ์" ยก "จ่าแซม" วีรบุรุษช่วยชีวิต 13 ทีมหมูป่า

ข่าวทั่วไป  :  13 ก.ค. 2561

"บิ๊กตู่" ชู ภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่า เป็นการบูรณาการ "พลังประชารัฐ" ทั่วโลก ชี้ เป็นการกู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมชวนคิด จัดทำบทเรียน ป้องกันเกิดซ้ำในอนาคต


           13 ก.ค.61-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่าจากเหตุการณ์นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี แม่สาย 13 คน ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเวลากว่า 17 วัน โดยภารกิจการค้นหาและกู้ภัยที่เกิดจากการบูรณาการของพลังประชารัฐไม่เพียงในประเทศไทย แต่หลั่งไหลมาจากทั่วโลก ด้วยความร่วมมือของคนไทย และคนต่างประเทศที่สำคัญที่สุดคือ พระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้เป็นกำลังใจที่พระราชทานกำลังใจให้กับพวกทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นผลสำเร็จก็ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ     

    “นับเป็นปฏิบัติการกู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์ ของมวลมนุษยชาติที่ไม่มีเส้นแบ่งทางเผ่าพันธุ์ ชนชาติ หรือศาสนา โดยจิตอาสาเหล่านั้นต่างทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายร่วม คือการรักษา 13 ชีวิตในถ้ำจนประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามที่มีรายงานข่าวสู่สายตาชาวโลก” นายกฯกล่าว

           นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนอยากชี้ชวนปวงชนชาวไทยให้ช่วยกันคิดไปข้างหน้าพร้อมๆ กันขยายประเด็น การจัดทำแผนบทเรียน อาทิ การบันทึกสิ่งที่ได้ดำเนินการไประหว่างภารกิจนี้ อธิบายถึงกระบวนการคิด การบริหารจัดการ แผนงาน แผนเผชิญเหตุ การถ่ายทอดประสบการณ์ ข้อมูลทางสถิติต่างๆ ของบุคคล และหน่วยงานตามบทบาทหน้าที่ของตน
หรือที่ต้องปฏิบัติร่วมกับผู้อื่น รวมทั้ง องค์ความรู้ใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ ในทุกๆ สาขาวิชาชีพ ที่ได้มารวมกันในครั้งนี้ ทั้งธรณีวิทยา ถ้ำวิทยา อุทกวิทยา  การดำน้ำ การดำน้ำในถ้ำ การเจาะน้ำบาดาล การบริหารการไหลเวียนของน้ำ การเบนน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของศูนย์อำนวยการร่วม ทั้งหมดทั้งปวงต้องถูกบันทึกอย่างเป็นระบบ สำหรับเป็นบทเรียน จะเป็นการยกระดับมาตรฐานการทำงานของเราสู่สากล

          “ผมเห็นว่าการจัดทำแผนบทเรียนของเราต้องตอบได้แก่การแก้ไขข้อบกพร่องในอดีต การป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคตโดยโมเดลถ้ำหลวงนี้ จะต้องถูกนำไปขยายผล กับทุกแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นป่าเขา ถ้ำ น้ำตก แม่น้ำ ทะเลจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติให้ได้รับบริการที่ดี ประทับใจ และปลอดภัย
โดยเจ้าหน้าที่ต้องมีการตรวจตรา กำกับดูแลให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎกติกาเพื่อสวัสดิภาพของตน และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีคู่มือ – มีคำแนะนำ” นายกฯ กล่าว

          นายกฯ กล่าวว่า ประเด็นการพัฒนาเป็นห้องสมุด หรือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ตามที่ตนได้กล่าวไว้ว่าถ้ำหลวงนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ ทางประวัติศาสตร์การกู้ภัยของโลก เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ณ เวลานี้ที่มีลักษณะเฉพาะ ก็คือเป็นถ้ำที่มีน้ำท่วมจนเต็มในฤดูฝนที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นทางระบายน้ำใต้พื้นดิน ในฤดูฝนน้ำจะเต็มซึ่งชาวโลกรู้จักเป็นอย่างดีแล้ว และย่อมเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย

 

บ่นเสียดายครั้ง “สึนามิ” ไม่มีอะไรให้ศึกษา

           ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายในอดีต ที่เหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 2547 ก็มีเรื่องราวยิ่งใหญ่ มีการสูญเสียจำนวนมากแล้วก็น้ำใจของคนไทยเกิดขึ้นมากมายคนทั้งโลกได้รับรู้ แต่หลักฐาน และบันทึกเรื่องราวต่างๆส่วนใหญ่สูญหายไปกับกาลเวลา ไม่นำไปส่งเสริมการศึกษา เช่น การตามรอยสึนามิ หากถามถึงอนุสรณ์สถานสึนามิ คำตอบที่ได้รับจากไกด์ท้องถิ่น คือ ไม่มีอะไรจะให้ชม หรือศึกษามากนัก ควรจะดีกว่านั้น ก็ช่วยกันทำ ช่วยกันคิด ค่อยๆ ทำไป อย่าใช้งบประมาณสูงมากนัก ต้องเกิดขึ้นมาได้ในอนาคต เพราะฉะนั้น จึงทำให้ผู้ที่สนใจ อยากจะเรียนรู้ก็ผิดหวัง

ยก “จ.อ.สมาน” วีรบุรุษ ขอบคุณ “อ.เฉลิมชัย” เตรียม สร้างอนุสรณ์สถาน

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับจ่าเอก สมาน กุนัน ที่เราให้เขาเป็นวีรบุรุษถ้ำหลวง นั้นเพราะเขาสละชีพเพื่อภารกิจ
แล้วก็เต็มเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ในส่วนนี้ ก็น่าชื่นชมและยกย่อง ที่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ประกาศว่าจะนำลูกศิษย์พร้อมทั้งบรรดาศิลปินชาวเชียงราย ประมาณ 300 คน จัดทำอนุสรณ์สถาน เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่านี้และสร้างอนุสาวรีย์ให้กับจ่าแซมบริเวณปากถ้ำหลวงนี้ ด้วยก็ขอให้ดูให้เหมาะสม ตนมั่นใจว่าท่านจะทำให้เกิดผลสำเร็จเหมือนกับที่ท่านเคยสร้างวัดร่องขุ่นจนเป็นที่รู้จักทั่วโลกขอบคุณอาจารย์เฉลิมชัย จะได้ถูกบรรจุลงในแผนที่ท่องเที่ยวของชาวโลกในการมาเยือนเมืองไทย