ขีดเส้น 30 วัน ให้ อธ.อัยการคดีพิเศษฟ้อง กปปส.ที่เหลือ

ข่าวทั่วไป  :  15 พ.ค. 2561

"ทนายวิญญัติ" ให้เวลา อธ.อัยการคดีพิเศษ 30 วัน ฟ้อง กปปส.ที่เหลือ หลังผ่าน4ปี เผยได้ข่าวผู้ใหญ่ในรัฐบาลสั่งดูเเลผู้ต้องหาบางรายพิเศษ ขีดเส้น 30 วันต้องฟ้อง

 

          15 พ.ค.61 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายวิญญัติ ชาติมนตรี"เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) และในฐานะผู้กล่าวหาคดีการชุมนุม กปปส. พร้อมคณะทำงาน เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อให้เร่งนำตัวผู้ต้องหา ผู้ชุมนุม กปปส. ที่เหลืออีกอย่างน้อย 18 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมี น.ส.จิตรภัสร์ หรือตั๊น กฤดากร รวมอยู่ด้วย ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในคดีร่วมกันเป็นกบฏ

 

          โดย นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตัวเเทน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ในการรับหนังสือดังกล่าวไว้

 

          ซึ่งภายหลังรับหนังสือแล้ว นายประยุทธ รองโฆษกอัยการฯ กล่าวว่า จะรีบดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของสำนักงานอัยการสูงสุดโดยเร็ว โดยเรื่องนี้เคยได้รับหนังสือจากนายวิญญัติ หลายครั้งเเล้ว ซึ่งคดีก็มีความคืบหน้าไปมาก

 

          ขณะที่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ตนได้กระแสข่าวว่า มีบุคคลมีอำนาจระดับสูงในรัฐบาลกำชับให้ดูแลเป็นพิเศษ จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีการนำตัวมาฟ้อง ทั้งที่ผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นชุดเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งมีคำสั่งฟ้องจากอธิบดีอัยการฯไปแล้วเมื่อปี 2558 ต่อมาคณะทำงานคดีก็ยืนยันมติเดิมจนนำมาสู่การฟ้องแกนนำหลักๆไปแล้ว เรื่องนี้สำนักงานอัยการสูงสุด ต้องทำหน้าที่ของตนอย่างมีเกียรติให้เป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ได้รับคำสั่งใคร เรื่องนี้จะจริงเท็จอย่างไรหรือไม่ ตนยังไม่ยืนยัน จึงมายื่นหนังสือเร่งรัดในวันนี้

 

          ในการมายื่นหนังสือครั้งนี้ มีเจตนาชัดแจ้งว่า เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะและทางราชการ จึงต้องมาบอกกล่าวความเสียหายว่า หากไม่จัดให้มีการนำตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาฟ้องต่อศาลโดยเร็ว ภายใน 30 วันนี้ ตนมีความจำเป็นที่จะต้องกล่าวโทษและใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป    


         

 

          สำหรับผู้ต้องหาที่ยังไม่ได้นำตัวมาฟ้องต่อศาลอาญาอีกหลายคน อาทิ นายนิติธร ล้ำเหลือ ผู้ต้องหาที่ 11 , นายอุทัย ยอดมณี ผู้ต้องหาที่ 12 , นายสุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ผู้ต้องหาที่ 17 , น.ส.จิตรภัสร์ กฤดากร ผู้ต้องหาที่ 19 , นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ต้องหาที่ 25 , นายกิตติศักดิ์ ปรกติ ผู้ต้องหาที่ 27 , พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ผู้ต้องหาที่ 31 , นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ต้องหาที่ 32 , นายพิภพ ธงไชย ผู้ต้องหาที่ 33 , นายอมร อมรรัตนานนท์ (รัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี) ผู้ต้องหาที่ 37 , นายกิตติชัย ใสสะอาด ผู้ต้องหาที่ 43 , นายคมสัน ทองศิริ ผู้ต้องหาที่ 44 , นายพิเชษฐ พัฒนโชติ ผู้ต้องหาที่ 46 , นายประกอบกิจ อินทร์ทอง ผู้ต้องหาที่ 48 , นายนัสเซอร์ ยีหมะ (ตัวในเรือนจำคดีบุก NBT) ผู้ต้องหาที่ 49 , นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ผู้ต้องหาที่ 50 , นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้ต้องหาที่ 51 , นางทยา ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 55

 

          นายวิญญัติ กล่าวอีก่วา คดีนี้กินเวลามากว่า 4 ปีเเล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าบรรดาผู้ต้องหาที่เหลือนั้น อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ คนก่อนหน้านี้ได้มีความเห็นสั่งฟ้องไว้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะมีการชะลอหรือประวิงคดี อาจจะมีบางคนที่ตนได้ยินข่าวมาว่ามีการยื่นร้องขอความเป็นธรรม ต้องขอตั้งขอสังเกตว่าการที่จะให้ความเป็นธรรม หรือมีคำสั่งที่จะสามารถกลับความเห็นเดิมถอนฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องของอดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะทำไม่ได้ คนที่มีอำนาจคนเดียวที่จะกลับคำสั่งได้คืออัยการสูงสุดเท่านั้น ถ้า อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ คนปัจจุบันมีคำสั่งกลับคำสั่งเดิมจะเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่อให้เห็นว่ามีการเอื้อประโยชน์กับผู้ต้องหาบางราย

 

          ซึ่งตรงกับที่ตนได้ข่าวมาว่ามีบุคคลระดับสูงในรัฐบาลฝากความเป็นห่วงหรือกำชับมาให้ดูเเลผู้ต้องหาบางคน หากเป็นเรื่องจริงจะทำให้หลักนิติธรรมล้มเหลว ซึ่งคำสั่ง คสช.ที่ 63/2558 ก็ได้บอกไว้ชัดเจนว่า กระบวนการยุติธรรมต้องยึดหลักไม่ให้เกิดความขัดเเย้งในประเทศ ฉะนั้นเมื่อครบกำหนด 30 วัน หากยังไม่มีการดำเนินการฟ้องผู้ต้องหาในคดีกบฏ ตนจะเดินทางไปยื่นฟ้อง อธิบดีอัยการฯ เเละคณะทำงานที่พิจารณาคดีนี้ ต่อศาลอาญาทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ตามพฤติการณ์ของเเต่ละคน ว่าใครในขณะทำงานมีความเห็นสั่งฟ้อง หรือใครไม่สั่งฟ้อง

 

          "ผมเข้าใจต่อความอึดอัดใจของคนในตำแหน่ง แต่เมื่อท่านเป็นข้าราชการมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ท่านย่อมต้องมีความกล้าหาญที่จะยึดหลักนิติธรรมและจริยธรรมของท่าน อย่าให้เสีย" นายวิญญัติ เลขาธิการ สกสส.กล่าว.