royal coronation
วันที่ 22 สิงหาคม 2562
ข่าวทั่วไป

เล็งร้อง ป.ป.ช.-ฟ้องศาล ปค.'ศรีสุวรรณ' จับตาจัดสรร นม ร.ร.

วันที่ 29 เมษายน 2561 - 14:33 น.
นมโรงเรียน,ศรีสุวรรณ จรรยา,เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษณ์รัฐธรรมนูญไทย,ศาลปกครอง,น้ำนมดิบ,ผู้ประกอบการน้ำนม,ผลิตภัณฑ์นม,ปปช,มิลล์บอร์ด
Shares :
เปิดอ่าน 519 ครั้ง

"ส.องค์การพิทักษ์ รธน.ไทย" ออกแถลงการณ์ เตือน "อนุมิลล์บอร์ด" จัดสรรนมโรงเรียน ส่อเอื้อประโยชน์กลุ่มนมกล่อง ระบุ มีเกษตรกรร้องเรียน

           29 เม.ย.61- "สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย" ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ค้านอนุมิลล์บอร์ดจัดสรรนมโรงเรียนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ส่อเอื้อประโยชน์กลุ่มนมกล่อง โดยเรียกร้องให้คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ที่จะมีการประชุมกันใหม่ ในวันจันทร์ที่ 30 เม.ย.นี้ ยึดมั่นในประกาศคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนภาคเรียนที่ 1/2561 อย่างเคร่งครัด ให้การจัดสรรสิทธิต้องเป็นธรรม โปร่งใส

           ซึ่งแถลงการณ์ ออกโดย "นายศรีสุวรรณ  จรรยา" เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เนื้อหาระบุว่า ตามที่ "คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม" หรือ "มิลล์บอร์ด" ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยกำหนดเงื่อนไขในเรื่องการอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการนำน้ำนมดิบ ไปผลิตเป็นนมกล่อง ชนิดยูเอชที ในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2ได้ไม่เกิน 60 วัน ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีการผลิตข้ามภาคเรียน ต้องใช้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพ โดยผ่านการสุ่มตรวจคุณภาพ จากกรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น

           "สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย" ได้รับการร้องเรียนจาก กลุ่มเกษตรกรรายเล็กรายน้อยว่า คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาการจัดสรรสิทธิและคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ภาคเรียนที่ 1/2561 ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้เลื่อนประชุมมาครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 28 เม.ย.แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับการพิจารณาจัดสรรสิทธิการจัดจำหน่ายฯ เนื่องจากมีความพยายามที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเฉพาะราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการนมกล่อง  โดยหลีกเลี่ยงไม่ใช้หลักเกณฑ์ในหมวด 2 ของประกาศคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนภาคเรียนที่ 1/2561 ที่มิลล์บอร์ดได้ออกประกาศไว้ 


...แฟ้มภาพ...

          ซึ่ง ตาม พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ.2551 เมื่อวันที่ 21 มี.ค.61 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ให้นำข้อมูลปริมาณน้ำนมโคที่จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโคกับศูนย์รวบรวมน้ำนมโค/ฟาร์มโคนมเพื่อแปรรูปจำหน่ายของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมทุกรายจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ มาใช้ประกอบการพิจารณาในการจัดสรรสิทธิในการจำหน่ายนมโรงเรียนในภาคเรียนที่ 1/2561 นี้ และไม่เกินค่าเฉลี่ยของปริมาณน้ำนมโคที่มีอยู่จริงตามที่กรมปศุสัตว์สำรวจย้อนหลัง 4 เดือน (พ.ย.60 - ก.พ.61) และต้องเป็นน้ำนมโคที่ได้จากศูนย์รวบรวมน้ำนมโคที่กรมปศุสัตว์รับรอง GMP หรือ GAP เท่านั้น

           การที่ผู้ประกอบการใช้สิทธิภาคเรียนที่ 1/2561 ครบจำนวนที่ได้รับการจัดสรรแล้ว แต่มีการผลิตนมโรงเรียนข้ามภาคเรียนชนิดยูเอชที เกินกว่าปริมาณน้ำนมดิบที่ได้รับการจัดสรร จะต้องนำปริมาณน้ำนมดิบที่ใช้ผลิตนมข้ามภาคเรียนมาหักลดสิทธิที่จะได้รับการจัดสรรในภาคเรียนที่ 1/2561 ซึ่งต้องสอดคล้องตามปริมาณนมที่ได้รับจัดสรรสิทธิในแต่ละวัน พร้อมกันนี้การจัดสรรสิทธิต้องดูพื้นที่เป็นหลักเพื่อลดระยะเวลาขนส่งระหว่างโรงเรียนและสถานที่ผลิตด้วย

          ทั้งนี้การประชุมของอนุมิลล์บอร์ดที่ผ่านมา 2 ครั้งไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะกลุ่มผู้ประกอบการนมกล่องไม่ยอมลดยอดเฉลี่ยลงมาตามที่หลักเกณฑ์กำหนด ยืนยันจะเอาแต่ยอดเดิมที่เคยได้รับเมื่อเทอมก่อน โดยไม่สนใจ MOU ที่กำหนดไว้ ทั้ง ๆ ที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ อีกทั้งกรณีดังกล่าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เคยชี้แนะแนวทางให้ไว้กับคณะกรรมการมิลล์บอร์ดจนมีการปรับหลักเกณฑ์จนเป็นที่พอใจกันของทุกฝ่าย แต่มาครั้งนี้กลุ่มผู้ประกอบการนมกล่องกลับไม่ยินยอมและยืนยันจะใช้ตัวเลขเดิม ทั้ง ๆ ที่ผิดหลักเกณฑ์ตามประกาศของมิลล์บอร์ด

          ดังนั้น "สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย" จึงเรียกร้องมายัง "คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน" ที่จะมีการประชุมกันใหม่ในวันจันทร์ที่ 30 เม.ย.นี้ ยึดมั่นในประกาศคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนภาคเรียนที่ 1/2561 อย่างเคร่งครัด การจัดสรรสิทธิต้องเป็นธรรม โปร่งใส 

         หากมีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการนมกล่องโดยไม่คำนึงถึงประกาศดังกล่าว สมาคมฯ จำต้องนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. และฟ้องศาลปกครอง เพื่อเอาผิดคณะกรรมการฯและคณะอนุกรรมการฯทุกคนอย่างไม่ละเว้นเพื่อรักษาบรรทัดฐานทางกฎหมายต่อไป

Shares :
เปิดอ่าน 519 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ