"ศปถ."ห่วงใยปชช.จัดศูนย์อาชีวะอาสา 252 แห่ง ช่วยบริการตรวจรถ

ข่าวทั่วไป  :  16 เม.ย. 2561

5 วัน ยอดเจ็บยังนับพัน ตายกว่า 320 ราย เชียงใหม่-โคราชสถิติสูง เน้น จว.เพิ่มด่าน-ความถี่เรียกตรวจสายหลัก-ทางเลี่ยง ห่วงขากลับอ่อนล้า-หลับในเสี่ยงอุบัติเหตุ

           16 เม.ย.61- หลังจากเริ่มการรณรงค์ "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 15 เม.ย. รวม 5 วัน สถิติอุบัติบนถนน ตัวเลขยังคงทยานขึ้นต่อเนื่อง โดยอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันที่ผ่านมา (11-15 เม.ย.61) เกิดรวม 3,001 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 323 ราย และผู้บาดเจ็บ 3,140 คน จากที่ก่อนหน้านี้อุบัติเหตุสะสม 4 วัน ทั้งสิ้น 2,449 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 ราย และผู้บาดเจ็บ 2,557 คน โดยล่าสุดวันที่ห้า 15 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุ 552 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 69 ราย ผู้บาดเจ็บ 589 คน

"ศปถ."ห่วงใยปชช.จัดศูนย์อาชีวะอาสา 252 แห่ง ช่วยบริการตรวจรถ

           โดยผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561พบว่าสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 15 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังเคงเป็นดื่มแล้วขับ 42.03% และขับรถเร็ว 25.72% โดย จยย. ก็ยังเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 78.53% และส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรงและบนถนนกรมทางหลวง กับถนนใน อบต./หมู่บ้าน

"ศปถ."ห่วงใยปชช.จัดศูนย์อาชีวะอาสา 252 แห่ง ช่วยบริการตรวจรถ

            ส่วนตั้งจุดตรวจยานพาหนะ มีจำนวนมากถึง 886,202 คัน พบผู้ต้องถูกดำเนินคดี รวม 178,191 ราย ซึ่งเป็นกรณีความผิดไม่สวมหมวกนิรภัยสูงถึง 51,488 ราย และไม่มีใบขับขี่ 46,094 ราย โดย จ.เชียงใหม่ ยังคงครองสถิติอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 119 ครั้ง และมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด 136 คน เช่นเดียวกับ จ.นครราชสีมา หรือโคราช มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 19 ราย ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์นั้น มี 7 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู และอ่างทอง จากเดิมเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่่ผ่านมา ยังมี 8 จังหวัดที่ตายเป็นศูนย์

"ศปถ."ห่วงใยปชช.จัดศูนย์อาชีวะอาสา 252 แห่ง ช่วยบริการตรวจรถ

            อย่างไรก็ดี "นายดำรง ลิมาภิรักษ์" ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ก.ศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเดินทางกลับ ทำให้เส้นทางสายหลักที่เชื่อมต่อจังหวัดต่างๆ และมุ่งสู่ กทม.มีปริมาณรถมาก "ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน" (ศปถ.) จึงได้ประสานให้จังหวัด เพิ่มจุดตรวจและจุดบริการประชาชนบนเส้นทางสายหลัก โดยเน้นย้ำให้ จนท.อำนวยการจราจรและเปิดช่องทางพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางที่มีการจราจรแออัด นอกจากนี้ให้จังหวัด ร่วมกับขนส่งจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมบริการรถโดยสารประจำทางให้เพียงพอ ไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง เข้มงวดการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และพนักงานขับรถ รวมถึงกวดขันไม่ให้มีรถเสริมที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถเข้าตรวจสอบสภาพรถ และแวะพักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างเดินทางได้ที่จุดบริการศูนย์อาชีวะอาสากว่า 252 แห่งบนเส้นทางสายต่างๆ ทั่วประเทศ

         "ศปถ."ห่วงใยปชช.จัดศูนย์อาชีวะอาสา 252 แห่ง ช่วยบริการตรวจรถ

       ด้าน "นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ" รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คาดวันนี้เส้นทางสายหลักทั่วประเทศจะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.จึงได้กำชับให้ดูแลการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะเส้นทางสายหลัก เส้นทางสายรองที่เป็นทางเลี่ยง ทางลัด ซึ่งผู้ขับขี่มักใช้ความเร็วในการขับรถ ประกอบกับส่วนใหญ่เป็นเส้นทางตรง ระยะทางไกล โดยให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ/ด่านตรวจเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจ และประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากขับรถเร็วและการง่วงหลับใน

"ศปถ."ห่วงใยปชช.จัดศูนย์อาชีวะอาสา 252 แห่ง ช่วยบริการตรวจรถ

"ศปถ."ห่วงใยปชช.จัดศูนย์อาชีวะอาสา 252 แห่ง ช่วยบริการตรวจรถ

"ศปถ."ห่วงใยปชช.จัดศูนย์อาชีวะอาสา 252 แห่ง ช่วยบริการตรวจรถ

      โดย "นายชยพล ธิติศักดิ์" อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการ ศปถ. ระบุด้วยว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์บนเส้นทางสายหลัก และพบว่าจุดเกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นเส้นทางตรง ซึ่งในวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับโดยการท่องเที่ยวและเล่นน้ำสงกรานต์ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา อาจส่งผลให้ผู้ขับขี่เกิดความอ่อนล้าก็จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ดังนั้น "ศปถ." จึงได้เน้นย้ำให้ ตร.และอาสาสมัคร เข้มข้นการดูแลเส้นทางที่มีจุดเสี่ยงอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะทางโค้ง และเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว