โจมตีซีเรียรักษาความศักดิ์สิทธิ์ ก.ม.ระหว่างประเทศ !?

ข่าวทั่วไป  :  14 เม.ย. 2561

ผู้สื่อข่าวอาวุโสเชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ โพสต์อธิบายข่าว "พันธมิตรโจมตีซีเรีย"

               เกษม อัชฌาสัย ผู้สื่อข่าวอาวุโสเชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ โพสต์อธิบายข่าว "พันธมิตรโจมตีซีเรีย" ระบุ
               การโจมตีซีเรียเมื่อค่ำวันศุกร์ของกองกำลังพันธมิตรอันประกอบไปด้วยสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอังกฤษ นั้นกระทำเพื่อย้ำคำเตือนก่อนหน้ามิให้ซีเรียใช้อาวุธเคมีซึ่งเป็น "อาวุธต้องห้าม" มาแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มาใช้กับพลเรือน หรือแม้แต่กับเป้าหมายทางทหาร

 

 

 

               โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ "โดนัลด์ ทรัมป์" ระบุว่า เป้าหมายคืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับอาวุธเคมี ซึ่งเข้าใจว่าฝ่ายพันธมิตรต้องสืบทราบมาก่อนแล้วว่าตั้งอยู่ ณ ที่ใดบ้าง ขณะที่ฝ่ายทหารสหรัฐฯ ย้ำว่า เป้าหมายเหล่านี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับทหารรัสเซียในซีเรียอย่างแน่นอน
               ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ก็มีการโจมตีเป้าหมายทางทหารซีเรีย ด้วยขีปนาวุธมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้นทางการยิงมาจากอิสราเอล ซึ่งเข้าใจได้ว่า อิสราเอลคงได้รับสัญญานใดๆ จากสหรัฐฯ ให้ช่วยโจมตีล่วงหน้าไปก่อน เพื่อเป็นการลงโทษซีเรีย กรณีที่ใช้อาวุธเคมี หรือ แก๊สพิษ ทำร้ายราษฏรในดินแดนครอบครองของฝ่ายกบฏ (รวมทั้งการใช้แก๊สพิษทำร้ายจารชนรัสเซียในอังกฤษ) ทำให้พลเรือนรวมทั้งเด็กเล็กเป็นจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 50 ราย ที่เสียชีวิตเพราะโดนแก๊สพิษ เป็นข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลก เป็นที่น่าอเนจอนาถ
               ในการโจมตีครั้งล่าสุด "ทรัมป์" แถลงเหตุผลต่อชาวอเมริกันและชาวโลกผ่านโทรทัศน์ว่า นอกจากจะเป็นการป้องปรามการแพร่ขยายการใช้อาวุธเคมีแล้ว ก็ต้องการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายระหว่างประเทศเอาไว้ ว่าไม่สมควรที่ชาติใดจะมาละเมิด (แม้ในอดีตสหรัฐฯ เคยละเมิดโดยการทำสงครามไม่ประกาศกับอิรักมาแล้วก็ตาม)
               มีคำถาม ณ ที่นี้สั้นๆ ว่า แล้วรัสเซียจะว่าอย่างไร จะมีการตอบโต้อย่างไรหรือไม่
               ก็ต้องคอยดูกัน คงไม่พ้นวันนี้ คงจะมีคำตอบจากผู้นำรัสเซีย "วลาดิมีร์ ปูติน"
               แต่ก็เชื่อว่า สงครามจะไม่ขยายตัวจากพื้นที่ในซีเรีย เพราะชาติอภิมหาอำนาจ ไม่ต้องการเปิดฉากรบกันโดยตรง เพราะจะเท่ากับทำลายตัวเองไปด้วย
               นี่ก็เป็นเพียงการคาดคะเนเท่านั้นครับ อย่ามาเชื่อถืออะไรมาก