นักลงทุนเตรียมช้อปทรัพย์ระเบียงเศรษฐกิจ

ข่าวทั่วไป  :  14 มี.ค. 2561

กรมบังคับคดี นำทรัพย์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง-บ้านในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ 343 รายการ มูลค่ากว่า 800 ล้าน ออกประมูลนัดแรก 17 มี.ค.นี้  เชื่อยอดขายพุ่ง  

          กรมบังคับคดีส่วนหน้า ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ - 14 มี.ค.61  น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี แถลงข่าวการจัดมหกรรมขายทอดตลาดทรัพย์สินในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเป็นทรัพย์ที่มีที่ตั้งใน จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ยอดรวมทรัพย์สิน 311 คดี 343 รายการ ราคาประเมินกว่า 813 ล้านบาท แบ่งเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 275 รายการ ราคาประเมิน 628 ล้านบาท ห้องชุด 42 รายการ ราคาประเมิน 103 ล้านบาท และที่ดินวางเปล่า 26 รายการ ราคาประเมิน 61 ล้านบาท โดยจัดการขายนัดแรกในวันที่ 17 มี.ค.นี้ และนัดที่ 2 วันที่ 7 เม.ย. ที่ศูนย์การค้าแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา จ.ชลบุรี

             อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวอีกว่า  ถือเป็นตลาดทางเลือกให้กับนักลงทุนในพื้นที่อีอีซี และประชาชนที่สนใจจะซื้อบ้านหลังแรก โดยทรัพย์แต่ละรายการมีราคาเริ่มต้นไม่เกิน 3 ล้านบาท

             อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้สนใจร่วมประมูลซื้อทรัพย์เข้าไปตรวจสอบรายการทรัพย์สินก่อนเข้าร่วมการประมูล เนื่องจากฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้อาจมีการถอนการบังคับคดี งดการขายทอดตลาดทรัพย์ในบางรายการที่สามารถตกลงกันได้

             สำหรับผลการผลักดันทรัพย์สินในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกระหว่างวันที่ 1 ต.ค.60-28 ก.พ.61 สามารถผลักดันทรัพย์ไปได้แล้ว 2,883 ล้านบาท เป็นทรัพย์ในจ.ชลบุรีและเมืองพัทยา 2,016 ล้านบาท ระยอง 528 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 338 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการผลักดันทรัพย์ในปี 59-60

           ทั้งนี้ มหกรรมการขายทอดตลาดที่กำลังจะจัดขึ้น มีการจัดทำแผนที่ให้ผู้สนใจซื้อตรวจสอบทรัพย์ได้ผ่านเว็บไซค์กรมบังคับคดี ที่สามารถค้นหารูปแปลงที่ดินได้แบบเรียลไทม์ ในส่วนของบ้านพักอาศัยเหมาะกับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านไว้อยู่อาศัยเอง และซื้อเพื่อการลงทุน ขณะที่โรงงานและโกดังสินค้า รวมถึงที่ดินเปล่าก็เหมาะกับการนำไปขยายกิจการ คาดว่าในมหกรรมขายทอดตลาดจะสามารถผลักดันทรัพย์ได้จำนวนมาก เพราะที่ผ่านมาในการจัดมหกรรมขายทอดตลาดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ก็สามารถผลักดันทรัพย์ได้เกินกว่าครึ่งหนึ่ง และมีราคาประมูลสูงกว่าราคาประเมิน 15 เปอร์เซ็นต์

            น.ส.รื่นวดี กล่าวว่า ในการจัดมหกรรมขายทอดตลาด กรมบังคับคดีได้เชิญเจ้าหนี้ 5 บริษัท ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทอยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลิซ จำกัด (มหาชน) บริษัทซิติ้คอร์ป ลิซซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ซึ่งมีลูกหนี้ในชั้นบังคับคดี จำนวน 5,812 ราย ทุนทรัพย์ 2,050 ล้านบาท มาร่วมเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

            สำหรับผู้เข้าร่วมมหกรรมขายทอดตลาดยังสามารถใช้บริการนวดผ่อนคลายสุขภาพกับวิสาหกิจสุขภาพชุมชน ที่นำกลุ่มสตรีที่เคยก้าวพลาดมานวดจัดสรีระผ่อนคลายสุขภาพ แก้อาการออฟฟิศซินโดรม ทั้งนี้ เพื่อให้โอกาสและส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มผู้พ้นโทษให้มีรายได้เลี้ยงตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น