"ทนายอนันต์ชัย-อ.อ๊อด"บุกกองปราบ แฉเบื้องลึกหน้ากากป้องกันฯ

ข่าวทั่วไป  :  14 มี.ค. 2561

"ทนายอนันต์ชัย-อ.อ๊อด" นำทีมนักวิจัยหน้ากากป้องกันสารพิษ บุกกองปราบ พรุ่งนี้ ปกป้องสิทธิหลังถูกนายทหารกล่าวหาปลอมเอกสาร / CHES ออกแถลงการณ์เรียกร้อง รบ.ตรวจสอบ

 

          14 มี.ค. 61 - นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีทหารกลุ่มหนึ่งแจ้งความจับ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด นักวิชาการและอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทีมงานโครงการวิจัยและพัฒนาการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหาร ข้อหาร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม ว่า โปรดช่วยเหลือคณะนักวิจัยฯ ด้วยครับ...!

 

"ทนายอนันต์ชัย-อ.อ๊อด"บุกกองปราบ แฉเบื้องลึกหน้ากากป้องกันฯ

 

          ผมขอกราบเรียนเชิญ นักวิจัย นักประดิษฐ์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษา ชาวสวนยางพารา ข้าราชการ ทหาร ประชาชน ทุกๆท่าน โปรดช่วยเหลือและปกป้องคณะนักวิจัยและอาจารย์ ที่ทำโครงการวิจัยเรื่อง หน้ากากป้องกันสารพิษทางทหาร ซึ่งได้แก่ 1.รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ม.เกษตรศาสตร์ 2.ผศ.ดร.สุนทร สิทธิสกุลเจริญ ม.เทคโนโลยี่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ 3.ผศ.ดร.กิตติภัฏ รัตนจันทร์ ม.เทคโนโลยี่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ 4.ผศ.วัชระ ลายลักษณ์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่สามารถวิจัยและประดิษฐ์หน้ากากป้องกันสารพิษทางทหารซึ่งทำจากยางพาราได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรกของ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการใช้ยางพารามาทำหน้ากากป้องกันสารพิษ ทางทหารเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากสิ้นสุดยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มาตรฐานสากล เป็นประโยชน์ต่อชาวสวนยางพารา พี่น้องทหาร ประชาชน และประเทศชาติ ซึ่งจะได้ใช้ของดี ราคาถูก 

 

"ทนายอนันต์ชัย-อ.อ๊อด"บุกกองปราบ แฉเบื้องลึกหน้ากากป้องกันฯ

 

          แต่ถูกทหาร(บางคน)ใส่ร้ายและรังแกโดยการไปแจ้งความกล่าวหาว่า ร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม โดยไม่มีการตั้งคณะกรรมการมาสืบสวนสอบสวนก่อน โดยไม่มีมูลความจริง จนคณะวิจัยฯได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส คณะนักวิจัยฯจึงต้องออกมาปกป้องสิทธิของตนเองโดยชอบธรรมและโดยชอบด้วยกฎหมาย 

          หากท่านทั้งหลายไม่ช่วยเหลือและปกป้องต่อไปจะไม่มีนักวิจัยและนักประดิษฐ์คนใดทำการวิจัยและประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ผมจึงกราบวิงวอนขอความช่วยเหลือจากทุกท่าน 

          อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(วันที่ 15 มี.ค.2561) เวลา 10.00 น. จะนำคณะนักวิจัยและอาจารย์ชุดนี้ ไปแจ้งความที่กองปราบเพื่อป้องกันสิทธิของตนโดยชอบธรรมและกฏหมาย ผมและคณะวิจัยจะแฉให้หมด...? เหตุใดไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างทั้งๆที่ไม่เกี่ยวกับคณะนักวิจัยฯ เลย...! 

         ขณะเดียวกัน ดร.มณเธียร โอทองคำ ในฐานะผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ก็ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นประเด็นที่อ่อนไหว บั่นทอนขวัญและกำลังใจของอาจารย์ที่ตั้งใจทำงานวิจัยเพื่อประเทศ และข้อเท็จจริงคือ นักวิจัยรับงานวิจัยมาจาก สกอ. ไม่ใช่กองทัพ จึงเกิดข้อสงสัยว่ากองทัพจะมาฟ้องร้องเพื่ออะไร เป็นเจ้าทุกข์จริงหรือไม่ หาก สกอ.ได้รับผลงานวิจัยก็นับว่างานวิจัยเสร็จถูกต้องสมบูรณ์แล้วไม่ใช่หรือ การกล่าวอ้างว่ากองทัพเสียผลประโยชน์จากการได้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยที่ถูกต้องเกิดขึ้นจริงหรือไม่อย่างไร สัญญาว่าจ้างการทำวิจัยนั้น มิได้ระบุกองทัพเป็นผู้รับผลประโยชน์ ด้วยธรรมชาติของงานวิจัยผ่าน สกอ. มีลักษณะทางวิชาการเป็นหลัก ไม่ได้เป็นการทำอะไรให้แก่กองทัพโดยตรง และในกรอบความสัมพันธ์ระหว่าง กองทัพ-สกอ-ผู้วิจัย หน้าที่ของผู้วิจัยคือต้องรับผิดชอบต่อ สกอ. ตามขอบเขตของสัญญาการวิจัยเป็นหลักเท่านั้น

 

"ทนายอนันต์ชัย-อ.อ๊อด"บุกกองปราบ แฉเบื้องลึกหน้ากากป้องกันฯ 

          และสืบเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า กองทัพหรือนายทหาร ไม่น่าจะมีสิทธิเรียกร้องอะไรจากทางฝั่งผู้วิจัยได้ การที่กองทัพและนายทหารออกมาดำเนินการทางคดีเต็มสูบขนาดนี้ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ขอออกแถลงการณ์เพื่อให้รัฐบาลเข้ามาตรวจสอบ ยุติการกลั่นแกล้ง แทรกแทรงมหาวิทยาลัยทุกกรณี.