เกษตรฯคุมเข้มโรคพิษสุนัขชี้สถานการณ์ยังไม่รุนแรง

ข่าวทั่วไป  :  13 มี.ค. 2561

เกษตรฯคุมเข้มโรคพิษสุนัขชี้สถานการณ์ยังไม่รุนแรง ประกาศลดพื้นที่เขตโรคระบาดพิษสุนัขบ้าเหลือ 26 จังหวัด ตั้งเป้าฉีดวัคซีนสุนัขแมว 10 ล้านตัว ก.ย.นี้

            13 มี.ค.61 นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าและมาตรการควบคุมโรค ว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปีนี้ไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา จากการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในปีนี้พบว่ามีเพียง 4 ราย ซึ่งน้อยกว่าในปี 2559 ที่พบผู้เสียชีวิต 13 ราย และในปี 2560 จำนวน 11 ราย ซึ่งลดลงทุกปี เป็นผลมาจากการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคพิษสุนัขบ้ามากขึ้น รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 อย่างจริงจัง เพื่อให้โรคสงบอย่างรวดเร็ว

           โดยเร่งดำเนินการ 3 มาตรการหลัก คือ 1) ประกาศเขตโรคระบาด มีรัศมีครอบคลุม 5 กม. 2) สำรวจสุนัขและแมวในรัศมี 5 กม. ให้ได้ 100 % 3) ฉีดวัคซีนให้ได้ 100 % รวมทั้งสั่งกักสัตว์ที่มีเจ้าของห้ามออกนอกบริเวณบ้าน ยกเว้นได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หากพบสัตว์เป็นโรค สัมผัสสัตว์ป่วย หรือสงสัยว่าเป็นโรค เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการทำลายสัตว์ทันที ซึ่งตั้งแต่มกราคม – 12 มีนาคม 2561 ได้ประกาศพื้นที่เขตโรคระบาดชั่วคราว 37 จังหวัด และขณะนี้คงเหลือประกาศ 26 จังหวัด อาทิ อยุธยา นนทบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี เป็นต้น ซึ่งบางจังหวัดมีเพียง 1 จุด บางจังหวัดมีเพียง 2-3 จุด (1 จุดมีรัศมี 5 กม.) ทั้งนี้ประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวมีอายุ 30 วันนับตั้งแต่วันประกาศ โดยไม่มีโรคระบาดเกิดขึ้นอีก

          นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการป้องกันและควบคุมโรค ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคระดับจังหวัดและอำเภอ มีหน้าที่กำหนดแผนการฉีดวัคซีน การกำกับ ติดตาม เสนอแนะและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า สนับสนุนให้การปฏิบัติงานระดับอำเภอเป็นไปตามเป้าหมาย

          ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในปี 2561 ที่ผ่านมาได้ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทั้งหมด 932,807 ตัว (ตั้งแต่ ต.ค.60 ถึง 8 มี.ค.61) ในช่วงรณรงค์เดือน มี.ค - พ.ค 61 คาดว่าจะได้จำนวน 5 - 6 ล้านตัว และครบตามเป้าหมาย 10 ล้านตัว ภายใน ก.ย.61   

          ผ่าตัดทำหมันรวมทั้งสิ้น 79,431 ตัว (ตั้งแต่ ต.ค.60 – 8 มี.ค.61) และครบตามเป้าหมาย 2 แสนตัว ภายใน ก.ย. นี้ และอบรมอาสาปศุสัตว์/อสม. เพื่อฉีดวัคซีนให้เป็นไปตาม พรบ.วิชาชีพสัตวแพทย์ ปี 61 อบรมไปแล้วจำนวน 15,500 ราย จากเป้าหมาย 17,500 ราย

          สำหรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคระดับจังหวัดและอำเภอ ทำหน้าที่กำหนดแผนการฉีดวัคซีน โดยขณะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดซื้อวัคซีนและเริ่มทยอยส่งมอบในพื้นที่แล้วกว่า 50% คาดว่าจะทำการฉีดวัคซีนให้สัตว์ทุกตัวได้ภายในพ.ค.นี้ โดยเฉพาะสุนัขและแมวจรจัดตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ได้ถึง 80% โดยกรมปศุสัตว์ตั้งเป้าฉีดวัคซีนสัตว์ให้ครบ 10 ล้านตัว ภายใน ก.ย.61

          “เรื่องจำนวนวัคซีนในปี 61 ปัจจุบันมีบริษัทนำเข้าวัคซีน 3 บริษัท รวมกันจำนวนกว่า 10 ล้านโด๊ส  ซึ่งเพียงพอกับปริมาณที่จะฉีดให้กับสัตว์ในประเทศแน่นอน เพราะจากการสำรวจทั่วประเทศมีจำนวนสุนัขและแมว ประมาณ 10 ล้านตัว แบ่งเป็น สุนัข 7 ล้านตัน และแมว 3 ล้านตัว ส่วนสุนัขและแมวจรจัดมีอยู่ราว 1 ล้านตัว โดยกรมปศุสัตว์จะซื้อวัคซีนประมาณ 1 ล้านโด๊ส เพื่อนำมาฉีดให้การควบคุมโรคในพื้นที่เกิดโรคและพื้นที่เสี่ยงเกิดโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนประชาชนที่เลี้ยงสัตว์ทั่วไปสามารถนำสุนัขและแมวมาฉีดวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลทั่วประเทศ”         

           อย่างไรก็ตามกรมปศุสัตว์ยังมีเป้าหมายจะทำให้ประเทศไทยปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้าทุกจังหวัดภายในปี 2563 ตามโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  จึงมีการจัดระดับการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า แบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ 1.จังหวัดสีเขียว หรือจังหวัดที่ไม่พบการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์ ไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวน 21 จังหวัด อาทิ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ เป็นต้น

            2.จังหวัดสีเหลือง หรือจังหวัดที่พบการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าเฉพาะในสัตว์ จำนวน 41 จังหวัด อาทิ กระบี่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร เป็นต้น และ3.จังหวัดสีแดง หรือ ที่จังหวัดที่พบการเกิดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์ ในระยะเวลา 2 ปี  จำนวน 15 จังหวัด อาทิ สุรินทร์ ชลบุรี สมุทรปราการ เป็นต้น โดยกรมปศุสัตว์จะเร่งยกระดับให้จังหวัดที่อยู่ในสีแดงหรือพบการเกดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไป