บุคลากร สพม.ไม่ร่วมประชุมหลังไล่ ผอ.สพม.31

ข่าวทั่วไป  :  12 มี.ค. 2561

บุคลากร สพม.อ้างไม่ชอบด้วย ก.ม. ลงชื่อไม่ร่วมประชุม หลังไล่ ผอ.สพม.31

 

               12 มี.ค. 61  จากกรณีเมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายชาตรี ดีทองหลาง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 นครราชสีมา พร้อมบุคลากรทางการศึกษาประจำ สพม.31 ยื่นหนังสือร้องทุกข์ให้ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา เสนอความเห็นให้หน่วยงานต้นสังกัดออกคำสั่งย้าย นายพิทยา ไชยมงคล ผอ.สพม.31 ที่เพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งเพียง 5 เดือน กล่าวหามีพฤติการณ์ลุแก่อำนาจ ก้าวก่ายหน้าที่และสร้างความปั่นป่วนในระบบขั้นตอนการปฏิบัติราชการ ทำให้บุคลากรอึดอัด กังวล ขาดขวัญกำลังใจ และหวาดระแวง อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการและการประสานจัดการศึกษากับโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัด 50 แห่ง แต่สถานการณ์ไม่ปรากฏความชัดเจนตามข้อเรียกร้อง ซึ่งต้องการให้ย้ายด่วน กลุ่มผู้ประท้วงจึงเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น

               ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. นายพิทยาและกลุ่มบุคลากร คู่กรณี ยังคงเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ หลังเสร็จภารกิจเคารพธงชาติ สวดมนต์ และกล่าวคำปฏิญาณ บุคลากรส่วนหนึ่งได้เดินออกนอกแถว แยกย้ายขึ้นไปบนอาคารทันที ไม่ยอมอยู่ฟังนายพิทยาขึ้นไปกล่าวมอบนโยบายประจำวัน ทำให้บรรยากาศตึงเครียด จากนั้นบรรดาแกนนำได้นำเอกสารมาให้บุคลากรที่ประสงค์ให้ย้ายนายพิทยา ลงรายมือชื่อบันทึกการไม่เข้าร่วมประชุมหารือในช่วงบ่ายวันนี้ ตามที่ ผอ.สพม.31 เชิญผู้บริหารทุกกลุ่มงานพบปะพูดคุย ซึ่งกลุ่มคู่กรณีเห็นว่าการประชุมร่วมแต่ไม่มีผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย เกรงอาจมีเหตุทะเลาะกันรุนแรงบานปลาย หากพิจารณาการที่นายพิทยาใช้อำนาจผู้บังคับบัญชาเรียกประชุม จะเป็นกรณีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 5 และมาตรา 16 วรรค 1 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) วิธีปฏิบัติทางราชการปกครอง พ.ศ. 2539 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครอง ซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาไม่เป็นกลาง ความจริง นายพิทยาควรจะทราบตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในวันที่ 9 มี.ค. ไม่สามารถใช้อำนาจ ผอ.สพม.31 ในฐานะผู้บังคับบัญชาของผู้ชุมนุมขับไล่ได้อีกต่อไป เนื่องจากเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดปัญหา ผู้ลงรายมือชื่อขอใช้สิทธิ์คัดค้านการเรียกประชุมครั้งนี้ ทำให้การประชุมต้องยกเลิกกะทันหัน

               นายพิทยา กล่าวว่า การเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมไม่ได้มีนัยแอบแฝงแต่อย่างใด ถือเป็นการพบปะ พูดคุยพร้อมขอความร่วมมือช่วยกันคลี่คลายและประสานความเข้าใจในความเป็นพี่น้อง เพื่อนองค์กรเดียวกัน ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองกลุ่มคู่กรณี สาเหตุอาจเป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน ทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม จะให้ใครมาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยปัญหา ยินดีปฏิบัติตามทุกเงื่อนไข พร้อมเปิดใจรับฟังในทุกประเด็น และปรับเปลี่ยนในสิ่งที่ร้องขอตามความเหมาะสม เพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนได้ตามเป้าประสงค์ เนื่องจากใกล้ปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษาและต้องเปิดรับนักเรียนใหม่ ทั้ง ม.1 และ ม.4 จึงต้องให้บริการครอบคลุมทั้งจังหวัด ซึ่งมีโรงเรียนมัธยม 50 แห่ง ขอให้หันหน้าเข้าหากัน สร้างความปรองดอง สามัคคีในหมู่คณะ อยู่กันช่วยกันเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

               นายวิเชียร กล่าวว่า แม้อำนาจหน้าที่ของปกครองจังหวัดไม่ได้ครอบคลุมกับเรื่องดังกล่าว แต่ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน กศจ.นม. มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษาในภาพรวม ไม่อาจนิ่งนอนใจหรือเพิกเฉยได้ เพื่อความเป็นธรรมต้องรวบรวมข้อมูลการชี้แจงทั้งสองฝ่าย เพื่อเสนอเป็นข้อมูลต่อเลขาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป มูลเหตุกรณีนี้เกิดขึ้นจากผู้บริหารขาดศิลปะการบริหารงานร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งภายในองค์กร