โวย รพ.ดังย่านบางนา แค่ท้องถึงกับตาย ?

ข่าวทั่วไป  :  8 มี.ค. 2561

สุดเศร้า !! หนุ่มโพสต์เตือนอุทาหรณ์หลังสูญเสียแฟนสาวและลูกแฝดไปอย่างกะทันหัน แนะฝากครรภ์ควรเลือก รพ.ให้ดี พร้อมลั่นประโยคคาใจ ‘แค่ท้องถึงกับตายเลยหรอ’

 

            กำลังเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังเฟซบุ๊กชื่อ "Golff Storm" ได้โพสต์ภาพพร้อมบอกเล่าเรื่องราวที่ต้องสูญเสียแฟนสาวและลูกแฝดไปอย่างกะทันหัน ระบุว่า..

            #ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ #ฝากกดไลค์กดแชร์

            สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่ภรรยากำลังตั้งครรภ์ เลือก ร.พ. ให้ดี

            จะมาเล่าให้ฟังเรื่องโรงพยาบาลชื่อดังแถวบางนา

            ขอยังไม่บอกชื่อโรงพยาบาลกับชื่อหมอนะครับ 

            เริ่มจากวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 61 แฟนผมได้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจที่บ้านแล้วที่ตรวจครรภ์ขึ้นสองขีด

            แฟนผมรู้สึกดีใจมากจึงรีบโทรหาผมทันทีผมก็รู้สึกดีใจมาก แต่ยังไม่บอกใครจึงรีบไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลในตอนเย็น โรงพยาบาลได้ทำการอันตร้าซาวและตรวจเลือดและยืนยันว่าได้มีการตั้งครรภ์จริงอายุครรภ์ประมาณ8สัปดาห์หลังจากนั้นผมจึงได้พาแฟนผมกลับมาที่บ้านและมาปรึกษาผู้ใหญ่เรื่องการตั้งครรภ์จึงได้ย้อนกลับไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลดังย่านบางนา

            คุณหมอได้ทำการตรวจเลือดคุณแม่แต่ไม่ได้มีการ ตรวจอันตร้าซาวซ้ำและนัดฟังผลเลือดอีกหนึ่งสัปดาห์วันที่ไปฟังผลเลือดในสัปดาห์ที่9คุณหมอได้แจ้งว่าคุณแม่เป็นภาหะ ทารัสซิเมีย แต่ไม่ มีอันตรายต่อเด็กจึงขอ ตรวจเลือดผมด้วยและได้มีการแจ้งว่าครรภ์ปกติ จึงนัดให้ไปตรวจอีกอาทิตย์นึง

            ในสัปดาห์ที่10 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ได้มีการฟังผลเลือดพ่อและมีการตรวจครรภ์ คุณหมอแจ้งว่าครรภ์ปกติ

            จนกระทั่งในวันที่ 3มีนา แฟนผมได้เข้าห้องน้ำและมีเลือดออกมาจากช่องคลอด นิดนึง และปวดท้อง ผมจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลดังย่านบางนาเพื่อให้คุณหมอตรวจ ไปถึงเวลาประมาณเที่ยง

            ให้รอ14คิว แทนที่จะฉุกเฉินให้ และรอจนได้ตรวจ เกือบ5โมงเย็น คุณหมอได้ทำการตรวยภายใน. และแจ้งให้ทราบว่าไม่มีเลือดออกภายในและครรภ์ปกติจึงได้ทำการตรวจด้วยการอันตร้าซาวอีกครั้งจึงพบว่าได้มีการตั้งครรภ์แฝด คุณหมอแจ้งว่าเป็นการตั้งครรภ์แฝดในมดลูกด้วยใข่ใบเดียวกันหรือที่เรียกว่าแฝดเหมือน คุณหมอได้แจ้งกับเราว่าให้ไปฝากครรภ์ต่อที่โรงบาลศิริราชเนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีตู้อบเพียงพอในกรณีที่เด็กคลอดก่อนกำหนดจึงได้ทำการคืนเอกสารให้เพื่อนำเอกสารผลตรวจต่างๆไปฝากครรภ์ต่อที่โรงพยาบาลศิริราช และได้ให้ยากันแท้งมากินด้วย และคุณหมออธิบายว่าอาการปวดท้องมาจากการตั้งครรภ์ที่มีลูกแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน

            นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ที่ได้ลูกแฝด 

            จนถึงเช้าวันที่4 มีนาคม 2561 แฟนผม ได้ตื่นมาประมาณ 9 โมงครึ่งได้บ่นว่ามีอาการเวียนหัวและอาเจียนจากนั้นผมจึงได้นำน้ำแดงมาให้แฟนกินนั่งพักประมาณ 10 นาทีและได้พาแฟนไปโรงพยาบาลก็ยังคุยกันอยู่บนรถปกติจนกระทั่งก่อนถึงโรงพยาบาลดังย่านบางนางประมาณ 5 นาทีแฟนผมได้บอกว่าปวดท้องผมจึงได้โทรไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้เตรียมรับแฟนผมที่ห้องฉุกเฉิน ไปถึงห้องฉุกเฉินประมาณเวลา 10.45 ได้นำตัวส่งโรงพยาบาล ไปถึงพยาบาลได้เจาะตรวจน้ำตาลเป็นอย่างแรกผลขึ้น 451 พยาบาลแจ้งว่าคนไข้ช็อคเนื่องจากน้ำตาลสูงและได้มีหมอสู มาดูครรภ์ และได้บอกว่าครรภ์ปกติ แล้วหมอสูได้พูดว่าหมดหน้าที่ของหมอแล้วเดี๋ยวให้หมออายุรกรรมดูต่อ ขนาดนั้นแฟนผมได้หยุดหายใจไปชั่วขณะเจ้าหน้าที่ในห้องฉุกเฉินได้ทำการปั๊มหัวใจครั้งแรกเวลา 11.12 น. และหมอได้ออกมาบอกว่ายังไม่ทราบสาเหตุกำลังตรวจเช็คอยู่แต่แฟนผมมีอาการท้องโตขึ้นด้วยความสงสัยพ่อผม จึงได้สอบถามจากเพื่อนที่เป็นหมอที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลอื่นเขาจึงแนะนำมาว่าอาการที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นอาการตั้งท้องนอกมดลูกผมจึงนำเรื่องนี้ไปบอกพยาบาล พยาบาลจึงเรียกหมอสูกลับมาอีกครั้ง

            และได้ทำการอันตร้าซาวอีกรอบ สักพักหนึ่งคนไข้หยุดหายใจไปเพิ่มอีกหนึ่งรอบ และได้ทำการปั๊มหัวใจขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง และหมอสูเดินมาแจ้งกับผมว่ามีน้ำในช่องท้องต้องทำการเจาะเพื่อตรวจดูว่าเป็นน้ำหรือเป็นเลือดขนาดนั้นความดันได้ตกไปเยอะมากจึงได้มีการให้เลือดอยู่ตลอดเวลา พอทำการตรวจช่องท้องเสร็จรู้ว่าเป็นเลือด เลยได้ทำการส่งตัวขึ้นห้องผ่าตัด ในเวลาประมาณ 13.50 การผ่าตัดได้เริ่มขึ้นมีหมอร่วมกันผ่าตัดทั้งหมด 6คน คุณหมอได้แจ้งว่าได้ทำการตัดมดลูกออก สาเหตุที่ต้องตัดมดลูกออกเนื่องจากมดลูกแตกเพราะสายรกไปเกาะกับผนังมดลูกผิดที่ซึ่งอาการแบบนี้คุณหมอไม่เคยเจอมาก่อนทำให้เสียเลือดเยอะ 

            ประมาณ 19.00จึงได้ย้ายไปห้อง ICU และแฟนผมได้รู้สึกตัวในวันรุ่งขึ้นในวันที่ 5 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 4.45 น. มีอาการตอบสนองที่ดีขึ้นถามอะไรสามารถพยักหน้าได้กระพริบตาได้บีบมือได้คุยรู้เรื่องทุกอย่างจากการที่เราดูเห็นว่าอาการดีขึ้น

            แต่คุณหมอย้ำบอกเราว่าอาการไม่ดียังอยู่ในวิกฤตและมีทีท่าว่าจะเลวร้ายลง

            คุณหมอบางท่านได้มาพูดกับผมว่าคุณหมอช่วยกัน อย่างเต็มที่แล้วแต่อาการคนไข้ไม่ดีขึ้นเลย และคุณหมอยังบอกอีกว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นและการฟ้องหมอไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด 

            หลังจากนั้นเวลาประมาณบ่ายสองของวันที่ 5 มีนาคม 2561 คุณหมอได้เดินมาบอกว่าความดันน้องไม่ดีขึ้นเลยร่างกายขับของเสียไม่ได้เนื่องจากมีภาวะไตวายและตับไม่ทำงานคุณหมอจึงต้องทำการฟอกไตด้วยวิธีแบบพิเศษต้องใช้เครื่องมือจากบริษัทเอกชนเข้ามาผมจึงเดินไปบอกน้องว่าคุณหมอจะฟอกไตนะแล้วจะได้หายไวๆน้องก็พยักหน้ารับเพราะน้องยังตอบสนองได้อยู่ 4 โมงเย็นเครื่องฟอกไปติดตั้งเรียบร้อยเริ่มฟอกตอน 4 โมง 40 นาทีเข้าไปดูน้องตอน 5 โมงน้องไม่ตอบสนองแล้วได้ทำการฟอกไตต่อไปเรื่อยเรื่อย

            ผมได้เดินเข้าไปหาน้องอยู่บ่อยบ่อยแต่การตอบสนองของน้องน้อยลงไปเรื่อยเรื่อยจนกระทั่งเวลาห้าทุ่มครึ่งเครื่องฟอกไตได้เกิดปัญหาต้องหยุดการทำงานเนื่องจากกรองตัน

            ผมจึงได้สอบถามกับคนที่มาคุมเครื่องแต่ได้คำตอบที่ไม่ชัดเจนว่ากองตันเพราะอะไรผมจึงเดินออกมาที่หน้าห้องและสักพักหนึ่งแล้วกลับไปใหม่พร้อมกับถามเจ้าหน้าที่ที่คุมเครื่องฟอกไปว่าเครื่องทำงานได้ปกติแล้วหรือยัง เค้าตอบผมว่าทำงานได้แล้ว ผมจึงเดินออกมานั่งตรงที่ที่เค้าจะเอาไว้ให้ญาติรอ หน้าห้องไอซียูได้มีพนักงานห้องไอซียูเดินออกมาบอกว่าขออนุญาตล็อคประตู #ตอนล๊อคประตูไม่มราบว่าเครื่องฟอกไตทำงานมั้ย จนกระทั่งตีสี่ วันที่ 6 มีนาคม 2561 พยาบาลได้ออกมาปลุกให้ไปพบคุณหมอ คุณหมอได้แจ้งว่าความดันต่ำลงถึงขีดอันตรายไม่สามารถฟอกไตต่อไปได้ และได้บอกให้ญาติทำใจคิดว่าน้องอาจจะอยู่ได้ไม่ถึงเที่ยงเนื่องจากร่างกายไม่ตอบสนองอะไรแล้ว เราก็ยื้อกันจนถึงตอนเย็นแล้วคุณหมอก็เริ่มลดยาเนื่องจากน้องรับไม่ไหวแล้วและน้องได้จากไปเมื่อเวลา 20.54 น. 

            สิ่งที่อยากรู้

            ตอนที่อัลตราซาวด์ครั้งแรก ทำไม่ไม่เห็นว่าเป็นแฝด
            ตอนที่ปวดท้องทำไมไม่ให้แอดมิด
            ตอนที่อันตราซาวด์ครั้งที่สองในรูปอัลตร้าซาวน์ลูกแฝดของผมมีสัญญาณชีพเพียง1 คน อีก 1 คนไม่มีสัญญาณชีพทำไมไม่รีบจัดการ
            ตอนที่ปวดท้องทำไมให้ยากันแท้งมา
            ตอนที่อยู่ห้องฉุกเฉิน อัลตร้าซาวน์ครั้งแรกทำไมไม่รู้ว่ามีน้ำอยู่ในช่องท้อง ถ้าผมไม่แย้งให้อัลตร้าซาวอีกรอบ น้องจะเป็นยังไง
            มดลูกที่ตัดออก และตัวอ่อน ทั้งสองอยู่ที่ไหน?

            #อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกๆคนว่าจะพาคนที่คุณรักไปฝากครรณ์ที่ไหนขอให้เลือกโรงพยาบาลดีๆ #แค่ท้องถึงกับตายเลยหรอ????????

            ทั้งนี้นายเกรียงไกร ทรัพย์ศิริอยู่คง อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นสามีผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยกับ "คมชัดลึกออนไลน์" ว่า ผู้เสียชีวิตคือนางสาวศุภนุช สัปปัชชา อายุ 23 ปี ภายหลังจากเสียชีวิตก็ได้มีการส่งศพไปพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช ซึ่งผลตรวจระบุว่าเสียชีวิตเพราะปอดอักเสบ จึงยิ่งทำให้ติดใจกับการรักษาของโรงพยาบาลดังกล่าว อีกทั้งผู้เสียชีวิตเพิ่งเคยตั้งท้องเป็นครั้งแรก

 

***เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รพ.ไทยนครินทร์ 'เสียใจ' คุณแม่ตั้งครรภ์เสียชีวิต

เก็บ 100 วัน... คุณแม่ท้องลูกแฝดเสียชีวิต "ท้องนอกมดลูก"