ป.ป.ท.ชี้โกงงบฯช่วยคนจนขอนแก่น คดีมีมูล

ข่าวทั่วไป  :  13 ก.พ. 2561

บอร์ด ป.ป.ท. มีมติตั้งอนุกก.ไต่สวนความผิดคดีโกงเงินอุดหนุนคนไร้ที่พึ่ง พบจนท.ศูนย์ฯ ขอนแก่น เกี่ยวข้อง 6 ราย ผิดหลายข้อหา ตีกรอบให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน


          สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) - 13 ก.พ. 61 นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยบอร์ด ป.ป.ท. ประกอบด้วย นายจีระรัตน์ นพวงศ์ ณ อยุธยา, พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี, พล.อ.ชัยรัตน์ ชีระพันธุ์, นายภิญโญ ทองชัย, นายอนุสิษฐ คุณากร และนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. และพ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. ร่วมประชุเพื่อลงมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญาโดยวาระแรก เป็นการพิจารณาลงมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณสนับสนุนศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชม. 

 

ป.ป.ท.ชี้โกงงบฯช่วยคนจนขอนแก่น คดีมีมูล

 

ป.ป.ท.ชี้โกงงบฯช่วยคนจนขอนแก่น คดีมีมูล


          ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีผู้ร้องเรียนมาที่ศูนย์ร้องเรียนกองทัพบกเมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา และได้ส่งเรื่องต่อมาที่ป.ป.ท.ให้ตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลจนสามารถรวบรวมหลักฐานได้พอสมควร บอร์ดป.ป.ท.เห็นว่าคดีมีมูลความผิดจึงมีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยมีพฤติการณ์ยักยอกเงินสงเคราะห์ เบิกจ่ายเงินซ้ำซ้อน ระบุจำนวนเงินสูงกว่าความเป็นจริง และบังคับให้ผู้อื่นปลอมเอกสารในใบสำคัญรับเงินและสำเนาบัตรประชาชน เป็นวงเงินกว่า 6.9 ล้านบาท ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประกอบด้วย ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ รวม 6 ราย 

 

ป.ป.ท.ชี้โกงงบฯช่วยคนจนขอนแก่น คดีมีมูล


          พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวอีกว่า เบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่หน้าซื้อหรือรักษาทรัพย์ใด แต่เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ม. 147, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดทำเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น ม.161 และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดทำเอกสารแต่รับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ม.162 ซึ่งป.ป.ท.จะเร่งไต่สวนความผิดให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 6 เดือน หากพบการกระทำความผิดจะชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง ส่งเรื่องให้ต้นสังกัดไล่ออกจากราชการ พร้อมส่งสำนวนให้อัยการดำเนินคดีอาญา ในส่วนของประชาชนที่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด จะถือเป็นผู้สนับสนุน.