"ป๋าเกิด"เจ้าของโมเดลลิ่งโคโยตี้เจรจาค่าเสียหายผู้เยาว์

ข่าวทั่วไป  :  12 ก.พ. 2561

"อัยการ"ระบุเจรจาครั้งแรกฟ้องค้ามนุษย์-ข่มขืนผู้เยาว์ผู้เสียหายคนแรกข้อหาข่มขืนตกลงได้นัดเจรจาต่อ 19 มี.ค.ค้ามนุษย์ยอมความไม่ได้"ป๋าเกิด"ยันบริสุทธิ์

          12 ก.พ.61 ที่ศูนย์ประนอมข้อพิพาทชั้น 8 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดประนอมข้อพิพาทในคดีค้ามนุษย์ หมายเลขดำ คม.75/2560 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด รวยจริงนะ อายุ 46 ปี เจ้าของธุรกิจ "นินิวส์โมเดลลิ่ง" จัดหาโคโยตี้บริการตามสถานบันเทิง ย่านบางขุนนนท์ , นางพรรณวรท หรือนินิว ควบคุม อายุ 35 ปี ผู้ดูแลโคโยตี้  และ น.ส.มลฤดี หรือม๊าแอม อินอ่อน อายุ 28 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานสมคบกันค้ามนุษย์ , ร่วมกันค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหาพาไปซึ่งบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ , ร่วมกันชักจูงส่งเสริมให้เด็กกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารฯ, พรากและพาเด็กไปเพื่อหากำไรฯ และข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 , พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 , 283 , 284 , 318

         โดยคดีนี้อัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.60 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเดือน พ.ค.59 – 5 ก.ย.60 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1-3 สมคบกันเป็นธุระจัดหา บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี มาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบทางเพศ โดยพาผู้เสียหาย อายุ 16 ปีเศษ เป็นผู้เยาว์ มาทำงานเป็นโคโยตี้ในสังกัด และส่งไปยังร้านบาร์เต้นโคโยตี้ย่านสีลม ใส่ชุดบิกินี่ และนั่งดื่มกินกับลูกค้า ถูกกอดจูบลูบคลำเพื่อสำเร็จความใคร่ เป็นการนำบุคคลมาแสดงออกทางเพศ เพื่อที่จำเลยทั้งสามจะได้แสวงหาประโยชน์โดยได้รับส่วนแบ่งจากค่าตัวของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายยินยอม อันเป็นการร่วมยุยงส่งเสริมให้เด็กแสดงออกหรือกระทำลามกอนาจาร เหตุเกิดที่แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย , แขวงจอมพล เขตจตุจักร และแขวง- เขตใดไม่ปรากฏชัดเจน กทม.  

          ขณะที่ ศาลนัดเจรจาประนอมข้อพิพาท ครั้งต่อไป ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ส่วนการพิจารณาคดีศาลจะนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 19 ก.พ.นี้ เวลา 9.00 น.

          "แหล่งข่าวอัยการ" เปิดเผยว่า การเจรจาประนอมข้อพิพาทในคดีนี้ถือเป็นครั้งแรก โดยเจรจาในประเด็นที่ยอมความได้ถ้าผู้เสียหายยอมความ คือในส่วนของข้อหาข่มขืนและข้อหาพาไปฯ ถ้าอายุเกิน 15 ปี ผู้เสียหายสามารถตกลงยอมความถอนคำร้องทุกข์ได้ แต่ในส่วนข้อหาค้ามนุษย์และพรากผู้เยาว์เป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้ ซึ่งผลการเจรจาจำเลยสามารถตกลงกับผู้เสียหายที่ 1 ได้

          "นายเกิดใหม่" เปิดเผยหลังการประนอมข้อพิพาทว่า ตนมีความประสงค์ที่จะเจรจาประนีประนอมข้อพิพาทยอมความกับผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกข่มขืนกระทำชำเรา กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ในวันนี้ได้มีการนัดเจรจากับผู้เสียหายทั้งหมด 3 คน แต่ผู้เสียหายเดินทางมาเพียงคนเดียว จึงได้เจรจากับผู้เสียหายโดยมีการตกลงว่าจะชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนผู้เสียหายอีก 2 คน จะนัดมาเจรจาอีกครั้งในวันที่ 19 มี.ค. นี้ แต่ด้วยความบริสุทธิ์ตนยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืน ทั้งชีวิตไม่เคยข่มขืนใคร ยอมรับว่าท้อกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาก เคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ยังมีอะไรที่ต้องทำอยู่จึงต้องมีชีวิตต่อไป ขณะนี้ได้กลับเนื้อกลับตัวแล้ว