"สุเทพ" รายงานตัวศาลแพ่งคดีขวางเลือกตั้ง 

ข่าวทั่วไป  :  12 ก.พ. 2561

 "สุเทพ" พร้อมแกนนำ กปปส. รายงานตัวศาลแพ่งคดีขวางเลือกตั้ง 57 ยันจะร่วมรับผิดชอบบ้านเมืองกับปชช. โดยไม่ทิ้งไปไหน


          12 ก.พ. 61 - ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) เดินทางมารายงานตัวต่อศาล หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีที่อ้างว่า กลุ่ม กปปส. ได้ขัดขวางการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เมื่อปี 2557 ทำให้ กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้

 

          โดยนายสุเทพ ระบุว่า ทาง กกต. ได้กล่าวโทษว่า กลุ่มของตนเป็นต้นเหตุที่ทำให้การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่สำเร็จโดยอ้างว่ามาจากกระทำของกลุ่ม กปปส. และตน ซึ่งถือเป็นการละเมิดโดยการยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกลุ่มตนทั้งหมด 38 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 3,100 ล้านบาท วันนี้ศาลจึงนัดทั้งโจทก์และจำเลย เพื่อที่จะทำการสอบถามถึงพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งนี้เบื้องต้นการดำเนินการคดีนั้นต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากในปัจจุบันมีจำเลย 1 ราย เป็นชาวจังหวัดพัทลุง ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วโดยทนายได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลได้พิจารณาจำหน่ายคดีบุคคลดังกล่าว แต่อัยการไม่ยินยอมโดยให้เหตุผลว่าให้ภรรยาและลูกของผู้เสียชีวิตเข้ามาทำการรับผิดชอบแทน โดยการยื่นฟ้องและจะทำการออกหมายเรียกภรรยาและลูกของบุคคลดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา และในวันนี้อัยการได้ยื่นฟ้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเพิ่มเติมเป็นจำเลยรายที่ 39 จึงเป็นเหตุผลที่ต้องทำให้คดี ต้องต้องเลื่อนออกไป โดยอาจมีการพิจารณากันอีกครั้งในวันที่ 21 พ.ค. โดยนายสุเทพ ยืนยันว่า ส่วนตัวตนต้องการต่อสู้คดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ไม่มีการยืดเยื้อเกิดขึ้น

 
          นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีนั้น ตนพร้อมที่จะต่อสู้กันในชั้นศาล ยืนยันว่าตน กลุ่ม กปปส. และประชาชนทั้งหมด มีเจตนาที่จะคัดค้านการเลือกตั้ง โดยที่ไม่ได้ทำการขัดขวางการเลือกตั้งตามที่โจทก์กล่าวอ้าง รวมถึงมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ากรณีดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความผิดของกลุ่ม กปปส. และประชาชน พร้อมให้เหตุผลว่าการที่ กกต. จัดการเลือกตั้งไม่สำเร็จนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลในขณะนั้น และ กกต. ที่จะต้องรับผิดชอบ
ทั้งนี้นายสุเทพ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่างๆในด้านสถานการณ์ การเมืองในขณะนี้ โดยระบุว่า ยังไม่ถึงเวลา และขอให้ความสำคัญเกี่ยวกับการสู้คดีความที่ตนมีทั้งหมดก่อน แต่ยืนยันว่า จะมาร่วมรับผิดชอบบ้านเมืองกับประชาชนโดยไม่ได้ทิ้งไปไหน.