
วอนช่วย 13 ขวบป่วยกระดูกพรุนตัวหดเท่า 2 ขวบ
‘น้องเปีย’ ด.ญ.วัย 13 ปี ป่วยโรคกระดูกพรุน ตัวหดเหลือเท่าเด็ก 2 ขวบ ช่วยเหลือตัวเองได้เพียงกินข้าว-น้ำ พ่อเสียชีวิต แม่ดิ้นรนทำงานเลี้ยงชีพ มีเพียงยายชราคอยดูแล
28 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านโนนศิลา หมู่ 18 ต.ผไทรินทร์ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ว่า มีเด็กหญิงป่วยด้วยโรคกระดูกพรุน ช่วยเหลือตัวเองได้เพียงกินข้าว ดื่มน้ำเท่านั้น แต่ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง แม้จะมีหน่วยงานยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือบ้าง แต่ก็อยู่อย่างยากลำบาก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ
พบนางสงัด มีจันทร์ อายุ 62 ปี ผู้เป็นยายคอยเฝ้าดูแล น้องเปีย อายุ 13 ปี หลานสาว ที่ป่วยโรคกระดูกพรุนอยู่ไม่ห่าง เพราะน้องเปียไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพียงกินข้าว ดื่มน้ำเองได้เท่านั้น โดยน้องเปียป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนตั้งแต่เกิดมาได้ไม่นาน ซึ่งระยะแรกก็ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ แต่หลังจากนั้นสภาพร่างกายก็จะไม่ปกติเหมือนคนทั่วไปเพราะกระดูกจะเปราะบาง
ปัจจุบัน น้องเปียมีสภาพร่างกายหดตัวลงเหลือเท่ากับเด็ก 2 ขวบ อีกทั้งกระดูกยังบิดงอจนไม่สามารถเดินไปไหนมาไหน แค่พอขยับตัวได้เท่านั้น และสามารถพูดคุยสื่อสารเข้าใจทุกอย่าง แต่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เท่านั้น ทำให้ผู้เป็นยายต้องรับภาระคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยฐานะที่ยากจน บางครั้งยายต้องปล่อยน้องเปียอยู่ตามลำพัง เพราะยายต้องออกไปขุดปูและหาปลามาประทังชีวิต เพราะพ่อน้องเปียเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนแม่ก็ต้องไปรับจ้างทำงานต่างจังหวัด
นางสงัด เล่าว่า เคยพาน้องเปียไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่แพทย์บอกว่าน้องเปียป่วยด้วยโรคกระดูกพรุนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทุกวันนี้ยังพาน้องเปียไปรับยารักษาโรคกระดูกที่โรงพยาบาลลำปลายมาศเป็นประจำทุกเดือน สำหรับเงินที่ซื้อข้าวปลาอาหารประทังชีวิตและเลี้ยงดูน้องเปีย ก็ได้มาจากเบี้ยยังชีพคนชราของตัวเองเดือนละ 600 บาท ส่วนน้องเปียจะมีเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท ส่วนที่นาที่มีอยู่ 4 ไร่ ก็ต้องนำไปจำนองไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว จำนวน 32,000 บาท เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวและเลี้ยงดูน้องเปีย
ทุกวันนี้ลำบากมาก เพราะตนเองก็อายุมากแล้วไม่สามารถออกไปรับจ้างทำงานหนักได้ ทั้งต้องคอยดูแลน้องเปียทั้งเช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ หาข้าว หายาให้กิน เมื่อเห็นสภาพหลานสาวก็แอบร้องไห้เพราะสงสารหลานมาก ภาวนาอยากให้หลานหายสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป และสิ่งที่กังวลคือเกรงว่าตนเองจะเป็นอะไรไปแล้วไม่มีใครดูแลหลาน ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีเพื่อนบ้านที่มีเมตตาสงสารคอยหยิบยื่นความช่วยเหลือให้บ้างตามกำลังที่มี จึงอยากวิงวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือหลานสาว เช่น รถเข็นที่สามารถให้หลานช่วยเหลือตัวเองได้ เครื่องอุปโภคบริโภค และนมให้หลานกิน และหากเป็นไปได้ก็อยากจะได้ที่นาที่นำไปจำนองคืนด้วย เพราะลำพังตนเองคงไม่มีปัญญา
หากผู้ใจบุญ หรือผู้มีจิตศรัทธาต้องการช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 093 419 4922 หรือบริจาคได้ที่ หมายเลขบัญชี 020120813999 ชื่อบัญชี ด.ญ.พรทิพย์ คำหล่าย โดย นางสาวสงัด มีจันทร์ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์



