จำคุก! ยกก๊วน ทุจริต! ออกโฉนดภูเก็ต

ข่าวทั่วไป  :  9 ต.ค. 2560

ศาลทุจริตตัดสินคดี "ธวัชชัย อนุกูล" ทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดินหาดเลพัง ภูเก็ต มูลค่า 300 ล้านบาท สั่งจำคุกช่างรังวัด 5 ปี อดีตกำนันโดนคุก 3 ปี 4 เดือน

 

          9 ต.ค.60 - ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โดยพิพากษาลงโทษจำคุก นายณรงค์ อุ่นเสียม นายช่างรังวัด จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 5 ปี จำคุกนายสมมิตร สืบสิน อดีตกำนันตำบลเชิงทะเล จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน สำหรับนายยุหาด พัฒนสุรีย์ หัวหน้าฝ่ายรังวัดได้รับสารภาพไปก่อนหน้านี้ ซึ่งศาลได้ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ส่วนนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดิน เสียชีวิตในขณะอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน และศาลได้มีคำสั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากมีพยานหลักฐานว่ามีการนำ ส.ค.1 ของที่ดินแปลงอื่นมาอ้างออกในที่ดินแปลงนี้                   
          พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับกรณีการบุกรุกป่า และที่ดินของรัฐซึ่งเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินติดชายทะเล บริเวณหาดเลพัง ม.4 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งผู้ครอบครองได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการออกโฉนดที่ดินเลขที่ 21047 โดยมิชอบทับพื้นที่ดังกล่าว เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ และได้นำไปขายต่อให้บุคคลอื่น ได้ทรัพย์สินเป็นเงินประมาณ 330 ล้านบาท โดยรับเป็นคดีพิเศษที่ 131/2559 ซึ่งกรณีดังกล่าวมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 4 ราย ว่าได้กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ประกอบด้วยนายสมมิตร สืบสิน อดีตกำนันตำบลเชิงทะเล , นายณรงค์ อุ่นเสียม นายช่างรังวัด , นายยุหาด พัฒนสุรีย์ หัวหน้าฝ่ายรังวัด และนายธวัชชัย อนุกูล เจ้าหน้าที่ที่ดินซึ่งลงนามในโฉนดแปลงดังกล่าว โดยดีเอสไอได้แยกสำนวนนี้ส่งให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง                   
          รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับเอกชนที่เป็นผู้ครอบครองที่ดินคือ นายศุภกร เดโชพนัง กับพวก พนักงานสอบสวนได้แยกสำนวนการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีฐานบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐ และขยายผลดำเนินคดีความผิดตามกฎหมายฟอกเงินอีกส่วนหนึ่งแล้ว ปัจจุบันที่ดินแปลงดังกล่าวจำนวน 3 ไร่ ได้มีก่อสร้างเป็นคลับชื่อ NIKKI Beach Club ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น Dream Beach ซึ่งได้มีการลงทุนก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ไปแล้ว ส่วนที่ดินอีก 3 ไร่ ได้นำไปขายฝากไว้กับบุคคลอื่น นอกจากนี้ยังมีที่ดินแปลงติดกันซึ่งมีลักษณะการกระทำผิดในลักษณะเดียวกัน อันเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ป่าลายันของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ก็อยู่ในการพิจารณาของศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อีก 1 คดี ซึ่งมีนายธวัชชัย เป็นผู้ลงนามออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวด้วยเช่นกัน.

 

 

 


เปิดอ่าน