คุก 4 ปีอดีตวิศวะ"บึ้ม"รพ.พระมงกุฎ"

ข่าวทั่วไป  :  13 ก.ย. 2560
ระเบิด, คุก, บึ้ม, วัฒนา

"วัฒนา"อดีตวิศวกร กฟผ.วัย 62 ปี มือบึ้ม รพ.พระมงกุฎฯรับสารภาพ คดีประกอบระเบิดบ้านพักย่านบางเขน หลังอัยการฟ้อง 12 ก.ย. ศาลสั่งคุก 4 ปี ปรับ 975 บาท

 

            13 ก.ย.60 ศาลได้เบิกตัวนายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  (กฟผ.) จำเลยคดีระเบิดมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อสอบคำให้การจำเลย 2 สำนวน คือ คดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และคดีประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ที่บ้านพักย่านบางเขน ปี 2560  

             โดยสำนวนแรกระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ หมายเลขดำ อ.2868/2560  พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 3 ได้ยื่นฟ้องนายวัฒนา หรือตุ่ม อดีตวิศวกร กฟผ.เป็นจำเลย ในความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ม.288 , 289(4)  , ทำให้เกิดระเบิด ,ทำให้เสียทรัพย์ , พกพาอาวุธระเบิดไปในที่สาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218(4) , 221,222,224,358,371 และพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 , พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ซึ่งระบุพฤติการณ์สรุปหว่างวันที่ 21- 22 พ.ค.60 จำเลยได้ประกอบระเบิด แสวงเครื่องชนิดจุดปะทุด้วยไฟฟ้า เป็นระเบิดแรงต่ำชนิดดินดำ ประกอบไว้ในท่อพลาสติกพีวีซี สีฟ้า หรือเรียกว่า "ไปป์บอมบ์" ที่ใส่ตะปูเข็มเป็นสะเก็ดระเบิดไว้ในแจกันดอกไม้พลาสติก 1 ลูก หากระเบิดจะทำอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บ เสียชีวิต และทำลายทรัพย์สินได้ในรัศมี 5 – 10 เมตร โดยจำเลยได้นำแจกันซึ่งใส่ระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวเดินทางโดยรถเมล์จาก ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ผ่านทาง ถ.จรัญสนิทวงศ์ ไปที่ รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ ซึ่งจำเลยนำแจกันดอกไม้นั้นไปติดไว้ที่บนผนังห้องวงษ์สุวรรณ แล้วเปิดสวิตช์ทำให้วงจรระเบิดทำงาน ส่งผลให้ พ.ท.กฤษฎา อินทรณเดช , พ.อ.หญิงพูนศรี บุญปาลิต และผู้เสียหายอื่นทั้งทหาร-พลเรือน รวม 21 คนได้รับอันตรายสาหัสและอันตรายแก่กาย และยังทำให้กล้องวงจรปิด รวมทั้งอุปกรณ์อื่นของรพ.พระมงกุฎฯ เสียหายรวม 1,201,000 บาท ซึ่งตำรวจ เข้าตรวจค้นบ้านของจำเลย ย่าน จ.นนทบุรี พร้อมยึดแบตเตอรี่ , ชิ้นส่วนตัวเก็บปะจุไฟฟ้า , ชิ้นส่วนท่อพีวีซี , สวิชต์ , ตะปู , ตะขออลูมิเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดได้  

              ส่วนคดีประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ที่บ้านพัก ย่านบางเขน หมายเลขดำ อ.2869/2560 พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 3 ยื่นฟ้องนายวัฒนา ในความผิดฐานประกอบ , ทำ และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้ , มียุทธภัณฑ์(วัตถุระเบิดชนิดดินดำ)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.60 จำเลยได้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ชนิดไปป์บอมบ์ 4 ลูกขึ้นเองซึ่งเป็นระบบไฟฟ้า มีตัวตั้งเวลา และระเบิดดินดำ ในท่อพลาสติกพีวีซีสีฟ้าโดยใส่ไว้ในกระถางสีน้ำตาลเมื่อเกิดระเบิดจะก่อให้เกิดอันตรายรัศมีฉกรรจ์ 5 -10 เมตร นอกจากนี้ยังพบดินดำ 3 กระปุก และกระสุนลูกกรดขนาด .22 จำนวน 39 นัด ภายในบ้านพักจำเลยย่านบางเขน กทม. โดยคดีทั้ง 2 สำนวนนั้น อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา

              ทั้งนี้ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องทั้ง 2 คดีให้นายวัฒนา จำเลย ฟังแล้วสอบคำให้การ ซึ่งนายวัฒนา อดีตวิศวกร กฟผ.จำเลย ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ไม่ขอต่อสู้คดี
               ศาลพิเคราะห์แล้ว จึงมีคำพิพากษาก่อนเฉพาะสำนวนคดีประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ที่บ้านพัก ย่านบางเขน หมายเลขดำ อ.2869/2560 โดยให้จำคุก 4 ปี นายวัฒนา จำเลยฐานประกอบ , ทำ และมีวัตถุระเบิดฯ และจำคุกอีก 4 ปีฐานมีเครื่องยุทธภัณฑ์ (ระเบิดดินดำ)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กับให้ปรับเป็นเงินอีก 1,950 บาทฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ ขณะที่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกนายวัฒนา ทั้งสิ้น 4 ปี และปรับ 975 บาท พร้อมทั้งริบชิ้นส่วนระเบิดของกลางด้วย

             ส่วนสำนวนคดีระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ หมายเลขดำ อ.2868/2560 ที่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ด้วยซึ่งอัตราโทษสูงกว่านั้น ศาลให้นัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพจำเลยก่อนในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากเหตุระเบิดดังกล่าว นายวัฒนา อดีตวิศวกร กฟผ. ยังถูกดำเนินคดีระเบิดใน กทม.พื้นที่อื่นอีกรวม 7 สำนวน ซึ่งส่วนที่เหลืออีก 5 สำนวนนั้น คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหาสั่งคดีของอัยการ โดยตัวของนายวัฒนานั้นปัจจุบันถูกคุมขังที่เรือนจำมาตลอด นับตั้งแต่การฝากขังนายวัฒนาตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22  มิ.ย.60 เนื่องจากไม่ได้ยื่นประกันตัว

 


เปิดอ่าน