ข่าว

ยังไม่เจอ!2สาวหนีทัวร์เกาหลี

ยังไม่เจอ!2สาวหนีทัวร์เกาหลี

12 มิ.ย. 2560

ไร้ร่องรอย !! ยังไม่เจอ 2 สาวชาวอุดรฯหนีกรุ๊ปทัวร์เกาหลี พ่อแม่ร่ำไห้วอนลูกกลับบ้าน ด้านจัดหางานยันยังไม่พบตัว ขณะที่บริษัททัวร์พร้อมออกค่าตั๋วเครื่องบินให้

 

           จากกรณีที่ 2 สาวอุดรธานีหนีกรุ๊ปทัวร์เกาหลีใต้ ซึ่งทางไกด์ทัวร์โฟสต์เฟซบุ๊กวอนทั้ง 2 คนให้กลับประเทศไทย โดยบริษัททัวร์พร้อมจะออกค่าตั๋วเครื่องบินให้

           ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2560 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 182/15 หมู่ 15 บ้านเชียงพัฒนา ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน บ้านของ น.ส.ยุพิณ จันทะแสน อายุ 32 ปี สาวทอม แฟนของ น.ส.ชุติมา เรืองภัทรเวช อายุ 36 ปี 2 สาวที่หนีกรุ๊ปทัวร์ที่เกาหลีใต้ พบนายทอง อยุ 58 ปี และ นางบุญน้อม จันทะแสน อายุ 56 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.ยุพิณ ที่รอเจ้าหน้าที่จาก สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี ที่จะเข้ามาพบ แต่ปรากฎว่าทาง เจ้าหน้าที่จาก สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี ได้มารับตัวนายทอง ไปยังห้องประชุมสภาฯ เทศบาลตำบลบ้านเชียง เพื่อพบ น.ส.วนิดา จารีย์ จัดหางาน จ.อุดรธานี ซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ยุพิณ และ น.ส.ชุติมา โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวร่วมรับฟัง

           หลังจากการซักถามนายทอง ที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.วนิดา จารีย์ จัดหางาน จ.อุดรธานี พร้อมนิติกร เจ้าหน้าที่ สนง.จัดหางาน และตัวแทนนายอำเภอหนองหาน ได้เดินทางไปยังบ้านของนายทอง และนางบุญน้อม จันทะแสน พ่อแม่ของ น.ส.ยุพิณ เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ทางบ้าน พร้อมได้อธิบายให้ทั้งนายทอง และนางบุญน้อม ว่าถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการพบตัว น.ส.ยุพิณ และ น.ส.ชุติมา ตามที่มีข่าวออกมา โดยขณะนี้ทั้ง 2 คน ยังไม่มีความผิด เนื่องจากวีซ่าที่อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ ยังไม่หมดอายุอยู่ และยังไม่มีความผิด หากทางครอบครัวสามารถติดต่อทั้ง 2 คนได้ ให้แจ้งให้กลับประเทศไทย ที่เบื้องต้นทางไกด์ของกรุ๊ปทัวร์ ยินดีที่จะจัดหาตั๋วเครื่องบินให้กลับ

           นายทอง และ นางบุญน้อม จันทะแสน พ่อและแม่ของ น.ส.ยุพิณ เปิดเผยว่า ก่อนไปตนทราบแต่ว่าลูกสาวและแฟนของเขาไปท่องเที่ยวที่เกาหลี มาถึงตอนนี้เมื่อมันเกิดปัญหาขึ้นก็อยากให้เขากลับบ้านมา ก่อนหน้าลูกเดินทางไปมีเงินเก็บก้อนหนึ่ง จากการขายวัวไป 2 ตัว 55,000 บาท และกู้เงินนอกระบบอีก 10,000 บาท ให้เขาไป แต่ก่อนไปเขาบอกว่า ถ้ามีงานที่เกาหลีเขาก็จะทำงานที่นั่น ทางบ้านติดต่อเขาได้ล่าสุดก็เมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา เขาบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นกระแสสังคมเฉย ๆ จะรอดูเหตุการณ์ก่อน เมื่อมีกระแสสังคมออกมาแรง ทำให้แตกตื่นกัน เขาก็ไม่ได้คิดจะอยู่ที่นั่น ขอหลบตัวคอยฟังเหตุการณ์อยู่

           “แต่มาถึงนี้รู้สึกห่วงลูกมาก ๆ ขอฝากบอกให้ลูกกลับมา ยิ่งกลับมาเร็วแค่ไหนก็ยิ่งดี ซึ่งก่อนไปเขาปรึกษาพ่อแม่ รู้ว่าพ่อแม่ไม่มีเงิน บ้านเรามีแค่นี้จะไปได้ไหม และก็มาออกจากงาน ทั้งที่พ่อบอกไม่ให้ไป แต่เขาอยากไปเอง เพราะหนี้สินของเขาที่มีก็เรื่องผ่อนรถผ่อนบ้านที่ทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันที่ตัวเมืองอุดรธานี ครอบครัวเราก็มีลูกคือเขาเพียงคนเดียว” นายทอง กล่าว

           นายทอง บอกทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้อยากให้ลูกกลับบ้าน พ่อแม่เป็นห่วงมาก เรื่องหนี้สินที่มีอยู่ก็จะหาทางแก้ไขช่วยเหลือกันทีหลัง แต่ตอนนี้ขอให้ลูกกลับบ้านก่อน เพราะสงสารลูกมาก

           เช่นเดียวกับนางบุญน้อม ผู้เป็นแม่ บอกทั้งน้ำตาเช่นกันว่า ลูกเอ๋ยกลับบ้านเราซะเถิด ให้ออกมาหาเขา เพื่อที่เขาจะได้ส่งกลับบ้าน อย่าไปหลบไปซ่อนเลยลูกเอ๋ย หนี้สินกลับมาค่อยว่ากัน ไม่เป็นไรกับปัญหาแค่นี้ ขอให้กลับมาบ้านก่อน ตอนนี้ลูกยังไม่มีความผิด เป็นแค่นักท่องเที่ยวเท่านั้น ที่หลบหนีไปหาเพื่อน ไปเที่ยวกับเพื่อน ถ้าได้ยินข่าวก็ขอให้กลับบ้าน เป็นห่วงลูกเพราะเขาเป็นลูกคนเดียว รวมทั้งปุ๋ยด้วย (น.ส.ชุติมา) ให้กลับมาทั้ง 2 คน กลับมาถึงค่อยว่ากันใหม่ อีกทั้งสงสารไกด์เขาที่เขาจะเดือดร้อน ขอให้กลับมาบ้านด้วย

           ด้าน น.ส.วนิดา จารีย์ จัดหางาน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เรื่องนี่ทาง นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี พบเพจของไกด์ทัวร์ที่ระบายความรู้สึก ที่ลูกทัวร์ที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาหลีใต้หายตัวไป ทาง ผวจ.มีความเป็นห่วงว่า ทั้ง 2 คนอาจจะหลงทาง เจ็บป่วย หรือว่าเป็นเพราะสาเหตุใด เพราะคนที่หายไปเป็นชาว จ.อุดรธานี จึงสั่งการให้ทาง สนง.จัดหางานจังหวัด ช่วยตรวจสอบ ทาง สนง.จัดหางานจังหวัด จะลงพื้นที่มาเยี่ยมตรวจสอบ ได้ข้อเท็จจริงว่าทั้ง 2 คน เดินทางไปกับคณะทัวร์ ซึ่งทางเราพยายามที่จะติดต่อว่าไปกับทัวร์ โดยมีวัตถุประสงค์อะไรก็แล้วแต่ หากไปในฐานะนักท่องเที่ยว ทางบริษัททัวร์เขายินดีที่จะพาทั้ง 2 คนกลับพร้อมกับทัวร์รอบใหม่ที่จะเดินทางไป

           “ตอนนี้เมีข่าวออกมาสับสนว่า พบตัว หรือ จับกุมตัวบุคคลทั้ง 2 ได้แล้ว ทาง สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี ได้ตรวจสอบไปแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ส่วนทางไกด์ทัวร์ที่ได้ติดต่อสอบถาม เขาบอกว่ายินดีที่จะรับทั้ง 2 คนกลับมา ในฐานะลูกทัวร์ของเขา ซึ่งเขาต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ถึงขณะนี้ขอยืนยันว่า ยังไม่พบตัวบุคคลทั้ง 2 วันนี้เราจึงเดินทางมาพบญาติพี่น้องของทั้ง 2 คน เพื่อบอกว่าหากทางครอบครัวสามารถประสานหรือติดต่อกันได้ ก็ให้แจ้งมาทาง สนง.จัดหางานจังหวัด เพื่อจะเข้ามาช่วยดำเนินการเรื่องนี้” น.ส.วนิดา กล่าว

           น.ส.วนิดา จัดหางาน จ.อุดรธานี กล่าวอีกว่า ขอฝากเรื่องการจะไปทำงานที่ประเทศเกาหลี จะต้องไปในลักษณะรัฐเป็นผู้จัดส่ง ระหว่างรัฐบาลเกาหลีกับรัฐบาลไทย ที่จะต้องมีการสอบทักษะภาษาเกาหลีก่อน เมื่อสอบได้นายจ้างจะเป็นผู้คัดเลือก จึงทำสัญญาจ้าง จะเป็นการไปทำงานในลักษณะนี้ ซึ่งทาง จ.อุดรธานี เพิ่งปิดรับสมัครแรงงานไปเกาหลีเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนการรับสมัครรอบต่อไปคงจะใช้เวลาสักระยะ

           “ส่วนประเภทที่เดินทางไปกับคณะทัวร์แล้วหลบหนีไปทำงาน เราพยายามให้ทางบริษัททัวร์ต้องระมัดระวัง เช่นกรณี 2 คนนี้ เราก็เช็คดูประวัติไม่เคยมาลงทะเบียนคนหางาน เขาคือคนที่มีเจตนาจะไปทำงาน เพราะในฐานทะเบียนของเราไม่มีชื่อของทั้ง 2 คน ฉะนั้นตอนนี้เราต้องยังคิดว่าเจตนาของเขาคือไปท่องเที่ยว ส่วนด้านการป้องกันไม่ให้มีคนไปหลบหนีที่เดินทางไปกับคณะทัวร์ ทาง สนง.จัดหางานจังหวัด เราออกประชาสัมพันธ์แบบเคาะประตูบ้านกับประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะที่ อ.หนองหาน ที่มีสถิติคนไปทำงานต่างประเทศที่อยู่ในระบบมากที่สุด ไม่นับพวกที่ไปอย่างผิดกฎหมาย เพื่อให้ทราบวิธีเดินทางไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้อง” นางวนิดา กล่าว

 

-----------------------------
(ภาพ FB : บันทึกหญิงอ้วน)