ปิดจ๊อบ"ดื่มไม่ขับจับยึดรถ"  ยึดรถได้ 8,124 คัน

ข่าวทั่วไป  :  19 เม.ย. 2560

คสช. เผยสถิติ "ดื่มไม่ขับจับยึดรถ" สงกรานต์60 ยึดรถได้ 8,124 คัน แจ้งเจ้าของรับรถคืนตามนัดหมายของเจ้าหน้าที่

 

          19 เม.ย.60 - พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า วันนี้ครบ 7 วันของระยะเวลาการดำเนินการตามมาตรการ "ดื่มไม่ขับจับยึดรถ"ในเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 คสช.ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ได้ร่วมกันทำงานดูแลประชาชนได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านการอำนวยการจราจร ดูแลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงการบริการประชาชน ซึ่งนับเป็นการทำงานที่ทุ่มเท เพื่อส่งผ่านความห่วงใยของภาครัฐไปยังประชาชนได้อย่างชัดเจน รวมทั้งขอขอบคุณประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้เส้นทางที่ตั้งใจปฏิบัติตามกฏจราจรด้วยตระหนักถึงความปลอดภัย จึงขอให้ได้ดำรงความต่อเนื่องในการปฏิบัติตัวดังกล่าวในทุกโอกาส

          พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับสถิติในวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินการวันสุดท้าย มีดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 42,710 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 500 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 29,203 คน ​สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 32,816 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 481ใบ ยึดรถยนต์ 116 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 18,298 คน
          พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ​โดยตลอด 7 วัน ของเทศกาลสงกรานต์ที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามมาตรการ "ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ" ระหว่าง 12-18 เม.ย.นั้น สรุปสถิติที่เกิดขึ้นในภาพรวมดังนี้ กระทำความผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 430,867 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 354,100 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 8,128 คัน (แยกเป็นจักรยานยนต์ 6,177คัน และรถยนต์ 1,951คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 279,351 คน รถโดยสารสาธารณะ/ รถยนต์ส่วนบุคล 198,927 คน  
          พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับรถที่ควบคุมไว้นั้น เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม โดยผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้ตามเวลาที่กำหนด  
          ทั้งนี้การดูแลประชาชนและสร้างความปลอดภัยในการสัญจรในช่วงวันหยุดต่อเนื่องและเทศกาลสำคัญตามมาตรการ "ดื่มไม่ขับจับยึดรถ" ที่ คสช.ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 58 โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนให้การตอบรับและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นถึงประโยชน์และผลสัมฤทธิ์ที่ได้รับในด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม คสช.จะยังคงสานต่อการดูแลประชาชนตามมาตรการดังกล่าว เพื่อสร้างความปลอดภัยสาธารณะให้เกิดขึ้นในสังคมไทยต่อไป.

 

 

 

 


เปิดอ่าน