"สุรเดช"แจง"สปส."ควรมี"รพ."เป็นของตัวเองจริงหรือ!

ข่าวทั่วไป  :  14 มี.ค. 2560

"สุรเดช"แจง"สปส."ควรมี"รพ."เป็นของตัวเองจริงหรือ! ผลวิจัยสวรส.ชี้"สปส."มีรพ.ประกันสังคมได้ แต่ต้องแก้ไขกฏหมาย ระบุปี60มีสถานพยาบาลเครือข่าย 3,823 แห่ง

          ​นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ชี้แจงกรณีมีข้อเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมจัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคม ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้ให้ทุนแก่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวสร.) ทำการวิจัยเรื่องรูปแบบการบริหารจัดการจัดตั้งโรงพยาบาลเพื่อผู้ประกันตน ผลการวิจัยสรุปได้ว่าสำนักงานประกันสังคมสามารถดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคมได้โดยต้องมีการแก้ไขกฎหมายและมีข้อเสนอแนะว่าการที่สำนักงานประกันสังคมบริหารโรงพยาบาลเองโดยตรงเป็นการเบี่ยงเบนในหลักการถ่วงดุลของผู้ซื้อบริการและให้บริการทางการแพทย์

"สุรเดช"แจง"สปส."ควรมี"รพ."เป็นของตัวเองจริงหรือ!

​          “นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยตอบข้อหารือประเด็นดังกล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดตั้งโรงพยาบาล เนื่องจากการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปใช้จ่ายเพื่อก่อสร้างอาคาร ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ไม่ถือว่าเป็นการจ่ายประโยชน์ทดแทนและไม่ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม แต่ทั้งนี้ หากรัฐบาลเห็นว่าการจัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นนโยบายสำคัญและมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา สำนักงานประกันสังคมอาจเสนอเรื่องต่อกระทรวงแรงงานให้พิจารณาเสนอรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการในเรื่องดังกล่าวและแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายต่อไป”เลขาธิการ สปส. กล่าว

 ​          เลขาธิการ สปส.  กล่าวอีกว่า ในปี 2560 สำนักงานประกันสังคมมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมให้บริการในระบบประกันสังคมกระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเป็นโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 159 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน 80 แห่ง รวมถึงสถานพยาบาลเครือข่ายที่เข้าร่วมให้บริการอีกจำนวน 3,823 แห่ง ให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ และจัดหายาเวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมมีการตรวจสอบโรงพยาบาลที่อยู่ในโครงการประกันสังคมทุก 6 เดือน เพื่อดูความพร้อมของโรงพยาบาลในด้านการบริการทางการแพทย์เป็นสำคัญ

  “สำนักงานประกันสังคมพร้อมปรับปรุงการให้บริการทางการแพทย์ ตามความต้องการของผู้ประกันตน โดยอาจจะเป็นหุ้นส่วนของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการเพื่อที่จะควบคุมมาตรฐานการให้บริการทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ตัวแทนนายจ้าง และตัวแทนลูกจ้าง สามารถตรวจสอบมาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ และให้คำแนะนำแก่สำนักงานประกันสังคมปรับปรุงการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนมีความพึงพอใจมากขึ้น” เลขาธิการสปส. กล่าว


เปิดอ่าน