
เดือดร้อน!ชาวบ้านร้องถูกตุ๋นกู้แบงก์ลงทุน
ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์สั่งสอบสถาบันการเงินชุมชนอำเภอท่าคันโทชวนเชื่อชาวบ้านลงทุน ชี้หากเข้าข่ายฉ้อโกงให้แจ้งความดำเนินคดี ขณะที่ว่าการอำเภอตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องทุกข์
ความคืบหน้าจากกรณีที่ชาวบ้านอำเภอท่าคันโท ร้อง คสช. และจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ถูกสถาบันการเงินในหมู่บ้านหลอกให้กู้เงินผ่านโครงการธนาคารออมสิน รายละ 200,000 บาท แต่ให้มอบอำนาจการถอนเงินเพื่อลงทุนรายละ 190,000 บาท เพื่อสร้างกำไรปันผลสารพัดโครงการชวนเชื่อ ผ่านไปไม่ถึงปีมีหนังสือทวงเงิน คาดเสียหายเบื้องต้นกว่า 60 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ศูนย์ดำรงธรรมกาฬสินธุ์ พร้อมทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ
โดยวันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมอำเภอท่าคันโท นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้นายพลานุภาพ ธนพรดำแพทย์ นายอำเภอท่าคันโท ร.ท.จักรภัทร ตระการไทย หน.ชุดปฏิบัติการกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย กองพันทหารม้าที่ 14 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ นายจารึก ตันเจริญ พัฒนาการอำเภอท่าคันโท และ น.ส.เนาวรัตน์ สวัสดี ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาท่าคันโท และตัวแทนชาวบ้านจำนวน 50 คน ได้ประชุมชี้แจงปัญหาเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา โดยมีนายไกรสวัสดิ์ แก้วคำหาญ ผอ.โรงเรียนโนนสำราญวิทย์ อำเภอท่าคันโท ในฐานะประธานสถาบันการเงิน หมู่ที่ 9 ตำบลท่าคันโท ซึ่งเป็นคู่กรณีเข้าร่วม
นางวิไลวรรณ มณีจันทร์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 บ้านท่าคันโท ม.2 ต.ท่าคันโท อ.ท่าคันโท กล่าวว่า ถูกชักชวนโดยสถาบันการเงินชุมชนในช่วงปลายปี 2558 โดยได้เข้าร่วมกู้เงินในครอบครัว 3 คน ประกอบด้วย ตนเอง สามี และลูก รวมเป็นเงิน 600,000 บาท แต่จะแตกต่าง โดยอ้างว่าจะเป็นการให้ไปเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน สาขาท่าคันโท แล้วจะให้เงินคนละ 10,000 บาทต่อสมุดบัญชีหนึ่งเล่ม ซึ่งเมื่อไปเปิดบัญชี ทางสถาบันการเงินฯ ก็ได้นำเงินสดจำนวน 30,000 บาทมาให้จริง แต่ก็ได้เก็บสมุดบัญชีไป จนมีหนังสือทวงเงินจากธนาคารออมสินฯ รายละ 200,000 บาท และมีการส่งหนังสือจากทนายความของธนาคาร จึงได้เข้าไปสอบถามเพื่อนบ้าน ก็ปรากฏว่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จึงได้รวมตัวกันไปแจ้งความไว้ในช่วงต้นปี 2560 และมีการร้องทุกข์เรื่อยมา ซึ่งตนและครอบครัวไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงได้มาขอความเป็นธรรม เพราะไม่เคยได้ใช้เงินจำนวน 570,000 บาท อีกทั้งมีฐานะยากจนจึงอยากขอความเป็นธรรมด้วย
ด้าน น.ส.เนาวรัตน์ สวัสดี ผู้ช่วย ผจก.ธนาคารออมสิน สาขา อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับสินเชื่อที่ทางธนาคารปล่อยกู้ในครั้งนี้ เป็นสินเชื่อองค์กรชุมชนรายย่อยอเนกประสงค์ ทั้งนี้องค์กรชุมชนนั้นหมายถึงกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนกรณีที่มีปัญหาครั้งนี้นั้นทางสถาบันการเงินชุมชนบ้านท่าคันโท ม.9 เป็นผู้รวบรวมสมาชิกที่ประสงค์จะกู้เงิน เพื่อไปใช้ในการอุปโภค บริโภค หรือทำกิจกรรมกรรมอะไรก็ได้ในชีวิตประจำวัน โดยทางองค์กรสถาบันจะทำการตรวจสอบและดูแลข้อมูลคุณสมบัติเบื้องต้น ซึ่งผู้ที่จะกู้เงินได้ต้องเป็นสมาชิกขององค์กร และทางคณะกรรมการจะเป็นผู้เซ็นรับรอง และรวบรวมส่งมายังธนาคาร จากนั้นทางธนาคารจะตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งหากไม่มีปัญหาก็จะนัดทำสัญญา
“ส่วนขั้นตอนการชำระนั้นหากค้างภายใน 1-3 เดือน ซึ่งทางธนาคารออมสินสาขา อ.ท่าคันโท จะเป็นผู้ออกหนังสือติดตามทวงถาม และหากยังไม่มีการชำระล่วงเลยไปถึง 4 เดือน ทางธนาคารออมสินเขตก็จะเป็นผู้ติดตามเอง สำหรับกลุ่มผู้กู้เงินที่เกิดปัญหาครั้งนี้ ทางธนาคารออมสินได้สอบถามไปยังประธานสถาบันการเงินชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นทางสถาบันจะให้สมาชิกทำการปรับปรุงโครงการหนี้ ซึ่งจะทำให้ยอดเงินในการผ่อนชำระน้อยลด และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระออกเท่านั้น แต่ยอดเงินกู้และสัญญากู้ยังคงเป็นชื่อผู้กู้เดิมตั้งแต่แรก” น.ส.เนาวรัตน์ กล่าว
นายไกรสวัสดิ์ แก้วคำหาญ ผอ.โรงเรียนโนนสำราญวิทย์ อำเภอท่าคันโท ประธานสถานบันการเงินชุมชนบ้านท่าคันโท ม.9 ยอมรับว่า ได้ให้ชาวบ้าน ซึ่งเป็นสมาชิกร่วมกันกู้เงินจริง โดยมีทั้งหมด 265 ราย ซึ่งแต่ละรายจะสามารถกู้ได้ 200,000 บาท โดยหลังจากทำสัญญากู้เงินและทางธนาคารอนุมัติแล้ว ทางสถาบันจะให้เงินสมาชิกรายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าเซ็นสัญญาและถือว่าเป็นค่าปันผล ส่วนที่เหลือรายละ 190,000 บาท ทางสถาบันได้นำเงินทั้งหมดไปปล่อยเงินกู้ร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งมีผู้กู้เงินไปแล้วประมาณ 1,000 ราย แต่ขณะนี้กลับเกิดปัญหาเนื่องจากทางสถาบันไม่สามารถตามเก็บดอกเบี้ยและเงินต้นจากผู้กู้ได้ จึงทำให้ไม่มีเงินไปจ่ายคืนให้กับทางธนาคาร จึงเกิดปัญหาขึ้น



