ข่าว

สาวนั่งท้ายรถโทษแค่ปรับไม่เกิน500บาท

สาวนั่งท้ายรถโทษแค่ปรับไม่เกิน500บาท

15 พ.ย. 2559

โผล่อีกคลิป ! สาวผมยาวนั่งท้ายรถเก๋ง กินลมชิลๆ แถวพัฒนาการ ชาวเน็ตสงสัยไวรัลโฆษณา นักข่าวสาวช่อง 9 โพสต์คลิปแรกให้ปากคำ ตร.เร่งสืบหาคนขับ-นั่งท้ายมาแจ้งข้อหา


               15 พ.ย. 59  ยังคงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง กรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “Orrawan Phuakthaisong” เมื่อคืนวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เห็นสาวผมยาวนั่งท้ายรถเก๋งโตโยต้า รุ่นอัลติส สีแดง ทะเบียน 3ก2748 กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบเป็นการสวมทะเบียนรถที่แจ้งยกเลิกการใช้งานแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมหาตัวเพื่อมาสอบสวนถึงการกระทำที่หวาดเสียวและดำเนินคดีความผิดผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น  ปริศนา!!สาวนั่งกระโปรงท้ายรถวิ่งกลางถนน (อ่านต่อ...มีคลิป)

               ล่าสุด โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปที่มีพยานอีกรายเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวในช่วงเวลาประมาณ 17.40 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน เช่นกัน เป็นเส้นทางลัดที่ลัดจากเลียบมอเตอร์เวย์ไปถนนพัฒนาการ โดยคลิปความยาว 27 วินาที ถ่ายไว้ด้วยกล้องหน้ารถที่ขับสวนกับรถปริศนาคันดังกล่าว แสดงให้เห็นคนใส่เสื้อลายขวางนั่งอยู่บนกระโปรงรถเก๋งรุ่นเดียวกันสีแดง ที่ขับพ้นจากหน้าจอไป

               ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Cartoon MotivationView ซึ่งเป็นเจ้าของคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า ระหว่างที่ขับรถจากถนนเลียบมอเตอร์เวย์เข้ามายังซอยพัฒนาการ 53 ซึ่งเป็นเส้นทางลัดจากถนนเลียบมอเตอร์เวย์ไปยังถนนพัฒนาการ ระหว่างนั้นพบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส และหญิงสาวใส่เสื้อสีขาวสลับดำนั่งอยู่ท้ายกระโปรงรถ ซึ่งขับมาไม่เร็วนัก รู้สึกตกใจว่า ทำไมถึงมีผู้หญิงไปนั่งอยู่ท้ายรถ ไม่กลัวตกลงจากรถหรืออย่างไร และเป็นห่วงหากเกิดร่วงหล่นลงมา ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะเจ็บตัว รถคันที่ตามมาด้านหลังก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย

               ทั้งนี้ หลังจากมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการกระทำของคนขับรถและสาวนั่งท้ายรถเก๋งว่าเป็นการทำไวรัลเพื่อการโฆษณาหรือไม่

               ส่วนที่ สน.หัวหมาก วันเดียวกัน น.ส.อรวรรณ เผือกไธสง อายุ 30 ปี ผู้สื่อข่าวสังคม สำนักข่าวไทย ช่อง 9 อสมท ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และโพตส์คลิปดังกล่าว ได้เข้าพบ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงช่วงเวลาและลักษณะการนั่งบนท้ายรถของหญิงคนดังกล่าวว่ามีปฏิกิริยาอย่างไร

 

 

               น.ส.อรวรรณ บอกว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น. หลังจากเดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีรถยนต์ของสำนักข่าวไปรอรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อมาถึงถนนพระราม 9 ฝั่งขาเข้า นายทรงกฤต ไพศาลธรรม อายุ 45 ปี ผู้ช่วยช่างภาพ พร้อมด้วย นายปวริศ กาศกุล อายุ 30 ปี ช่างภาพ และตน ที่นั่งมาในรถคันเดียวกัน สังเกตเห็นรถแท็กซี่ทางขวามือ โดยมีหญิงสาวผมยาวสวมเสื้อลายขาว-ดำ กางเกงขาสั้น นั่งอยู่บริเวณท้ายรถ ซึ่งคาดว่ารถคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

               ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยกล่าวอีกว่า จากนั้นนายปวริศได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกคลิปวิดีโอ แล้วคุยกันว่าเป็นคนหรือผี ซึ่งตนก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก เพราะคลิปในโทรศัพท์ของนายปวริศไม่มีภาพหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ท้ายรถ จึงหันไปมองที่หญิงสาวกลับพบว่าหญิงสาวที่นั่งหลังรถกำลังจ้องตาตนอยู่ด้วยอาการนิ่ง จึงตัดสินใจบอกให้นายทรงกฤตขับรถแซงขึ้นไปเพื่อตีคู่กับรถคันดังกล่าว เพื่อจะดูให้ชัดเจน แต่รถคันก่อเหตุขับเร็วมาก

               “หนูมั่นใจว่า ถ้าได้เจอหญิงสาวที่นั่งท้ายรถอีกครั้ง และหากได้สบตากันหนูจำได้แน่ๆ ว่าเป็นหญิงที่นั่งบนท้ายรถแท็กซี่คันเกิดเหตุที่ปรากฏในคลิปหรือไม่” น.ส.อรวรรณ กล่าว

               ด้าน พ.ต.ท.นพพรกล่าวว่า จากการตรวจสอบสี ยี่ห้อ รุ่นและทะเบียนของรถคันดังกล่าวพบว่ามีรถในลักษณะนี้ประมาณ 20 คัน แต่มีรถที่ตรงตามลักษณะคันเกิดเหตุเพียง 1 คัน ซึ่งขณะนี้ตำรวจทราบชื่อเจ้าของรถแล้วว่าเป็นใคร หลังจากนี้จะเชิญตัวมาสอบปากคำ และแจ้งข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (8) ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

               “ในส่วนของหญิงนิรนามที่นั่งบนท้ายรถนั้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นใครก็จะเชิญตัวมาสอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร มาตรา 124 วรรคสอง ห้ามเกาะห้อยโหนหรือนั่งบนรถยนต์ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ในทางเดินรถ มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท” รองผกก.สน.หัวหมาก กล่าวทิ้งท้าย