ระทึก! เรือล่มอยุธยากลืน15 ศพ ชี้ขับแซง-บรรทุกเกิน

ข่าวทั่วไป  :  18 ก.ย. 2559

เรือโดยสารบรรทุกชาวไทยมุสลิมไปร่วมงานบุญที่ จ.อยุธยา ล่มหน้าวัดสนามไชย ดับ 15 ศพ-เจ็บอื้อ "อธิบดีกรมเจ้าท่า" ชี้บรรทุกเกิน

            เหตุเรือโดยสารนักท่องเที่ยวขนาด 2 ชั้่น ล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณหน้าวัดสนามไชย หลังบรรทุกพี่น้องชาวไทยมุสลิม ที่เดินทางไปร่วมงานบุญประเพณีของชาวไทยมุสลิม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกำลังเดินทางกลับ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
            เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 กันยายน พ.ต.ต ธนัท แสงอรุณ สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุมีเรือบรรทุกนักท่องเที่ยวล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดสนามไชย หมู่ 7 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้บาดเจ็บและผู้สูญหายหลายราย จึงพร้อมด้วยนายเรวัต ประสงค์ รองผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพุทไธศวรรย์ หน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ และกรมเจ้าท่า ไปยังที่เกิดเหตุ
           ในที่เกิดเหตุห่างออกไปจากแนวตลิ่งซึ่งเป็นสันเขื่อนใกล้วัดสนามไชย ประมาณ 3 เมตร มีเรือท่องเที่ยวสองชั้นขนาดใหญ่ ชื่อเรือ "สมบัติมงคลชัยทับทิม" ความยาว 30 เมตร กว้าง 8 เมตร จมในลักษณะเอียงอยู่ภายในแม่น้ำ โดยส่วนชั้นล่างทั้งหมดจมลงในน้ำ เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือผู้โดยสารที่รอดชีวิตขึ้นจากเรือจนหมด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.พระนครศรีอยุธยา 
          เบื้องต้น ปภ.อยุธยา รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 46 คน สูญหาย 16 คน 
          เจ้าหน้าที่ได้ใช้เชือกและทุ่น วางเป็นแนวป้องกันเรือจมและไหลลงไป และได้ส่งชุดประดาน้ำลงค้นหาภายในเรืออย่างละเอียด ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรง โดยมีข้อมูลว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ระหว่างเกิดเหตุ ได้ไปรวมด้านท้ายเรือเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งชั้นล่างลักษณะเป็นห้องโถงโดยสาร 
          จากการสอบถามนายอรรณพ กุฎีพันธ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 ซอยประชาอุทิศ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้มาร่วมงานบุญประเพณีของชาวไทยอิสลาม เรียกว่า "งานโฮ้ล" เป็นงานประเพณีทำบุญครูของชาวอิสลาม ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่มัสยิดตะเกี่ยโยคิน ตำบลคลองตะเคียน ขณะเกิดเหตุตนอยู่บนเรือพร้อมชาวไทยมุสลิมเกือบ 150 คน ส่วนใหญ่เป็นสตรี โดยช่วงเช้าได้ขึ้นเรือที่ท่าน้ำมัสยิดภูเขาทอง ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมุ่งหน้าไปยังมัสยิดตะเกี่ยโยคิน เพื่อร่วมพิธี จากนั้นในช่วงบ่าย หลังจากประกอบพิธีเสร็จ ก็เดินทางกลับโดยนำพี่น้องชาวมุสลิมส่งตามจุดต่างๆ ตามริมแม่น้ำตลอดเส้นทาง ซึ่งจุดหมายปลายทางนั้น จะต้องเดินทางไปยังท่าน้ำมัสยิดภูเขาทอง และท่าน้ำโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา 
          ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่เรือกำลังแล่นอยู่นั้น ได้มีเรือบรรทุกทรายแล่นอยู่ด้านหน้า ในเส้นทางเดียวกับเรือโดยสารที่ตนนั่งมา นายท้ายเรือพยายามที่จะหลบเรือบรรทุกทราย จนทำให้บังคับเรือไม่ได้ เนื่องจากกระแสน้ำแรง ประกอบกับคนบนเรือมีอาการตกใจ วิ่งไปรวมกันที่ท้ายเรือ เรือจึงพุ่งชนตลิ่งและเสาเข็มที่ตอกเป็นแนวเขื่อน บริเวณหน้าวัดสนามไชย จนทำให้เรือพลิกตะแคง คนบนเรือพยายามกระโดดออกจากเรือกันอลหม่าน ไม่กี่นาทีถัดมา เรือก็ค่อยๆ จมลง ผู้โดยสารทั้งผู้หญิงและคนแก่ พากันกระโดดลงน้ำหนีตาย คนที่ว่ายน้ำเป็นก็พยายามตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง เนื่องจากจุดที่เรือล่มนั้น ห่างจากฝั่งประมาณ 3-5 เมตรเท่านั้น 
          สำหรับเรือ"สมบัติมงคลชัยทับทิม"ลำดังกล่าว ทะเบียน 106600841 จำนวนคนโดยสาร 50 คน แต่คาดว่าจะบรรทุกผู้โดยสารเกิน มีนายท้ายคือนายวิรัตน์ ไชยศิริกุล อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 7 ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 
          นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวถึงเหตุเรือโดยสารบรรทุกนักท่องเที่ยวล่ม บริเวณหน้าวัดสนามไชย ว่า เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากกระแสน้ำที่เชี่ยวแรงและคนขับเรือ บังคับเรือไม่ได้ จึงกระแทกเข้ากับตลิ่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งนี้ สันนิษฐานว่าเรือบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวน จนทำให้เกิดเหตุโศกนาฎกรรมดังกล่าวขึ้น  ซึ่งจะลงโทษขั้นสูงสุด คือ ยึดใบอนุญาต และปรับ 1 หมื่นบาท ส่วนคดีอาญาเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของปฏิบัติการค้นหานั้น จะต้องเร่งยกเรือขึ้นเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ติดอยู่ภายในหรือไม่ 
 สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น 19 ราย 

1. นางสุวิมล บุญรักษ์ อายุ 52 ปี 

2.นางมาเรีย เส้นขาว อายุ 56 ปี 

3.นางพยอม กลั่นผล อายุ 78 ปี

4.นายแอ๊ด คงทอง อายุ 50 ปี

5.น.ส.หญิงไทยไม่ทราบชื่อ อายุ 50 ปี

6.นางสมจิตร เส้นขาวด อายุ 52 ปี

7.นางสำราญ ใจทรัพย์ อายุ 54 ปี

8.นางหญิงไทยไม่ทราบชื่อ อายุ 50 ปี

9.ชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุ 70 ปี

10.ชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุ 25 ปี

11.น.ส.อุรุยา ขันธรักษ์ อายุ 63 ปี

12.นางหญิงไทย ไม่ทราบชื่อ อายุ 60 ปี

13.น.ส.ชนาภา มหาครุฑ อายุ 28 ปี

14.นางวราภรณ์ คล้ายสุวรรณ์ อายุ 28 ปี

15. นางละมัย กระจ่างแสง อายุ 61 ปี

16.นายเสน่ห์ แจ่มคง อายุ 76 ปี

17.นางหญิงไทยไม่ทราบชื่อ อายุ 51 ปี

18. น.ส.สรินทิพย์ หนูเอี้ยง อายุ 35 ปี

19. ด.ช.อารีซา ขันธสอน อายุ 9 ปี

            ต่อมาเวลา 20.30 น.ทีมกู้ภัยประดาน้ำ ได้จัดแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด คือ 1.ชุดเข้าตรวจสอบภายในเรือที่เกิดเหตุ และชุดที่ 2.ใช้เรือตรวจการณ์ วนดูบริเวณรอบๆที่เกิดเหตุ  ขณะเดียวกันกระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปรากฏว่าน้ำขึ้นและไหลแรงมาก และยังมีฝนปรอยลงมา เป็นอุปสรรคต่อการค้นหา เพราะเรือกู้ภัยขนาดเล็กไม่สามารถออกดำเนินการได้ 
            นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุได้มีการตั้งเต้นท์ วางศพผู้เสียชีวิต พร้อมกับเขียนรายชื่อผู้เสียชีวิต โดยขณะนี้ได้มีบรรดาญาติผู้เสียหายได้เดินทางมาทยอยดูรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ  
            สำหรับบริเวณที่เกิดเหตุชุดประดาน้ำได้สลับกันค้นหาในจุดเกิดเหตุเพื่อค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ล่าสุดมีข้อมูลว่า ยังมีร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ในเรืออีก 1 ราย แต่ยังไม่สามารถนำศพขึ้นมาได้ เพราะมีสิ่งกีดขวางอยู่ และในเวลา 20.51 น.ที่บริเวณจุดตั้งเต้นท์ ใกล้จุดเกิดเหตุเรือล่ม ญาติได้เข้าแจ้งรายชื่อผู้สูญหายยังหาตัวไม่พบ จำนวน 9 ราย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ 1.น.ส.หทัยทิพย์ ครุฑอาชาติ อายุ 33 ปี 2.น.ส.วชิรา บุญญิตา อายุ 19 ปี 3.นางอนันดา บุญรัก อายุ 39 ปี 4.ด.ญ.นัสริน บุญรัก อายุ 13 ปี 5. นางทองใบ ขันธรักษ์ อายุ 70 ปี 6.ด.ช.อธินัน แสงขำ อายุ 2 ขวบ 7.ด.ช.อับดุลราวี กระจ่างแสง อายุ 4 ปี8.ด.ญ.อามีรา กระจ่างแสง อายุ 3 ขวบ และ 9 น.ส.มัชรีณ์ รักพงษ์ อายุ 48 ปี
 

 

 


เปิดอ่าน