ข่าว

ลุยเชือดส่วยร้านนวด ถูกรีดแจ้งสบส.ทันที

ลุยเชือดส่วยร้านนวด ถูกรีดแจ้งสบส.ทันที

08 ก.ย. 2559

สบส.ยันสปา นวด 1,700 แห่งทั่วไทย ที่ได้รับใบรับรอง บริการต่อได้ แนะผู้ประกอบการหากถูก จนท.เรียกรับผลประโยชน์ ให้แจ้ง สบส.ทันที

     ความคืบหน้ากรณีเจ้าของกิจการร้านนวดแผนไทยหลายรายในจังหวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว “คม ชัด ลึก” ว่า หลังจากมีการประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2559 ลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายนนี้

     ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปขอตรวจสอบใบอนุญาตประกอบการพร้อมกับขอค่าดูแลเดือนละ 1,000-2,000 บาท หากยอมจ่ายก็สามารถเปิดร้านได้ เนื่องจากร้านนวดส่วนใหญ่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ส่วนงานท้องถิ่นออกให้นั้น

      ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 กันยายน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ระหว่างที่ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายน นี้ กรม สบส.ได้มอบหมายให้กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ สปา นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมความงาม ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2551 ที่ออกตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 จำนวนกว่า 1,700 แห่งทั่วประเทศ ร้อยละ 70 เป็นสถานบริการนวดเพื่อสุขภาพ ร้อยละ 28 เป็นสปา ที่เหลือเป็นนวดเพื่อเสริมความงาม

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า โดยสถานประกอบการร้อยละ 30 อยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนในต่างจังหวัดได้ประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ให้ดำเนินการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ กำหนด ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านสถานที่ ผู้ประกอบกิจการ/ผู้ดำเนินการ ผู้ให้บริการ การบริการ และความปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการขออนุญาตเปิดกิจการสถานประกอบการ ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน นี้ เป็นต้นไป โดยในช่วงนี้สถานประกอบการทุกแห่งที่ได้รับใบรับรองจากกรม สบส.มาก่อนหน้าแล้ว สามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติ ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน กรม สบส.ก็ได้มีการจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ พ.ร.บ.ใหม่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

“ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการยุติใช้กฎหมายฉบับเก่า และการเริ่มใช้กฎหมายใหม่ อาจมีผู้ฉวยโอกาสเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการได้ หากพบมีเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้ผู้ประกอบการแจ้งไปที่สายด่วน กรม สบส. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7999 หรือที่เฟซบุ๊ก กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ทางกรม สบส.จะเร่งดำเนินการทางกฎหมายทันที” น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว

ส่วนที่ จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ภูเก็ต เปิดเผยว่า ในส่วนของตนยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกรณีร้านนวดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเก็บเงินแต่อย่างใด หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดมีพฤติการณ์ในการเรียกเก็บเงินก็ขอให้ผู้ประกอบการนำหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นชื่อตำแหน่ง หน่วยงาน และภาพวงจรปิด ไปแจ้งความดำเนินคดีได้เลย เพราะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะเดียวกันก็อยากฝากไปยังผู้ประกอบการด้วยว่า ควรดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนดเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจจะมีการหาช่องในการเรียกรับผลประโยชน์

พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ (รอง ผบช.ภ.5) เปิดเผยว่า ตอนนี้ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ยังไม่พบปัญหา หรือมีการร้องทุกข์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสปาหรือร้านนวด เพราะทุกกระบวนการมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอย่างละเอียด อีกทั้งมีกฎหมายรองรับออกมาแล้ว ร้านใดที่ไม่มีใบอนุญาตก็ต้องถูกดำเนินคดี

“หากมีร้องเรียนจากเจ้าของร้าน ว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปข่มขู่ขอเรียกรับผลประโยชน์ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่นิ่งนอนใจ จะรีบเข้าตรวจสอบโดยทันที และหากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนใดหรือกลุ่มใดเข้าไปเกี่ยวข้องต่อการกระทำผิด ก็จะเข้าสู่กระบวนการลงโทษตามระเบียบ เพราะเรื่องของผลประโยชน์ ส่วยทั้งหลาย ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง อีกทั้ง จ.เชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สถานบริการสุขภาพที่มีจำนวนมากอาจได้รับการตรวจสอบเป็นพิเศษอยู่บ้าง เพื่อให้ได้มาตรฐานและคุณภาพ หากทำถูกต้องตามกฎหมายผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องกลัว” พล.ต.ต.ปชา กล่าวว่า

นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการดูแลเรื่องของใบออกอนุญาตสถานประกอบการด้านสุขภาพ ซึ่งใน จ.เชียงใหม่ มีสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อเสริมความงาม และสปา รวม 188 แห่ง ที่ต้องมาจดทะเบียนเพื่อขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ขณะนี้ได้ผู้ประกอบการทยอยกันเข้ามาขอใบอนุญาตแล้ว

นายสุทน วิชัยรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ธุรกิจร้านนวด เป็นธุรกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะการนวดแบบล้านนา ในอนาคตจะมีการร่วมมือกันระหว่างตำรวจท่องเที่ยว สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ภายใต้การดูแลของกีฬาและการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จะเข้าไปตรวจเยี่ยมสถานประกอบการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องในด้านต่างๆ เกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานการบริการ

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 จะครอบคลุมสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั้งสปา นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมความงาม ที่มีอาคาร สถานที่ตั้ง ชัดเจน จะต้องขออนุญาตประกอบกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มิได้ครอบคลุมถึงการนวดที่ไม่ได้อยู่ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เช่น บริการนวดเท้าริมทาง การนวดริมชายหาด และรับนวดตามบ้าน อย่างไรก็ตามขอแนะนำให้ผู้ให้บริการในสถานที่ที่ กล่าวมา เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่ กรม สบส.ให้การรับรอง ซึ่งมี 645 หลักสูตร เพื่อให้มีคุณวุฒิ ประกอบอาชีพนวดได้อย่างมีมาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับบริการ และหากต้องการทำงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพก็สามารถนำวุฒิบัตรไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตามกฎหมายกำหนดได้