คุก!!20ปี สนธิ ลิ้มทองกุล" ทำรายงานเท็จกู้กรุงไทยกว่าพัน ล.

ข่าวทั่วไป  :  6 ก.ย. 2559

ศาลฎีกาจำคุก"สนธิ ลิ้มทองกุล" จำคุก 20 ปี ทำรายงานเท็จกู้กรุงไทยกว่าพันล้าน

           6 ก.ย. 59 - ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุกจริง 20 ปี  “สนธิ ลิ้มทองกุล ” ไม่มีรอลงอาญา ฐานร่วมกับอดีต กก. บมจ.แมเนอเจอร์ ฯ ทำเอกสารรายงานการประชุมเท็จ ค้ำประกันกู้เงินธนาคารกรุงไทย กว่า 1,000 ล้านปี 40 ส่วนจำเลยร่วม 2 คน โดนด้วยจำคุก 20 ปี 
           ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 6 ก.ย.59 เวลา 10.25 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา  คดีหมายเลขดำ อ.1036/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการ และอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) , นายสุรเดช มุขยางกูร อดีตกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  ,น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ อดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟู บมจ. แมเนเจอร์ฯ และ น.ส.ยุพิน จันทนา อดีตกรรมการ บมจ. แมเนเจอร์ฯ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 307, 311, 312 (1) (2) (3) , 313 จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย.39 - 31 มี.ค.40 จำเลยทั้งสี่ เป็นกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ ฯ ได้ร่วมทำสำเนา รายงานการประชุมของกรรมการบริษัทเป็นเท็จว่า กรรมการมีมติให้บริษัท เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับบริษัท เดอะ เอ็ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งนายสนธิ จำเลยที่ 1 ถือหุ้นอยู่ รวม 6 ครั้ง จำนวน 1,078 ล้านบาท โดยไม่ได้ขออนุมัติจากมติที่ประชุมกรรมการบริษัท และยอมให้มีการเปลี่ยนแปลง บัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่ได้นำภาระการค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าวส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เพื่อลวงให้ผู้ถือหุ้นบริษัท แมเนเจอร์ฯ ขาดประโยชน์ที่ควรจะได้รับ รวมทั้งเป็นการลวงให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้รับรู้ถึงการค้ำประกันหนี้ดังกล่าว

           โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.พ.55 ลงโทษนายสนธิ จำเลยที่ 1 และ น.ส.เสาวลักษณ์ จำเลยที่ 3 ฐานร่วมกันกระทำผิดต่อหน้าที่โดยทุจริตเป็นเหตุให้บริษัทเสียหาย โดยร่วมกันกระทำการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ , ร่วมกันไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของบริษัท และร่วมกันทำบัญชีไม่ครบถ้วนไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ตรงต่อความเป็นจริงเพื่อลวงให้บริษัท และผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์ ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ฯ มาตรา 307,311,312,313 ให้จำคุกคนละ 17 กระทงๆ ละ 5 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 และ 3 ทั้งสิ้น 85 ปี ส่วน น.ส.ยุพิน จำเลยที่ 4 ให้ลงโทษตามความผิดเดียวกัน 13 กระทงๆ ละ 5 ปี รวมจำคุก 65 ปี

           ขณะที่นายสุรเดช จำเลยที่ 2 ให้จำคุก 5 ปี ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ฯ มาตรา 313 โดยจำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ  เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 1 และ 3 เป็นเวลา 42 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 4 จำคุก 32 ปี 6 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงผิดแล้ว ให้จำคุกจำเลยที่ 1,3,4 สูงสุดตามกฎหมายมาตรา 91(2) คนละ 20 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี 6 เดือน 

           โดยชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 7 ส.ค.57 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ส่วนนายสุรเดช จำเลยที่ 2 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงถือที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นรับโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน
           ต่อมาจำเลยที่ 1,3,4 ยื่นฎีกา ต่อสู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดกรรมเดียว โดยขอให้ศาลพิพากษาลงโทษสถานเบาและให้รอการลงโทษ

            ทั้งนี้ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมแล้วเห็นว่า ในการทำรายงานการประชุมเท็จหนึ่งครั้ง แต่พวกจำเลยนำสำเนาไปยื่นค้ำประกันการกู้ยืมเงินถึง 6 ครั้ง ในวัน-เวลาที่แตกต่างกัน รวมเวลา 1 ปี ขณะที่จำนวนเงินกู้ยืมเงินแต่ละครั้งก็ไม่เท่ากัน ที่ศาลล่างพิพากษาลงโทษจำเลยรายกระทงนั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

           ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลเห็นว่า การบริหารบริษัทต้องมีหลักธรรมมาภิบาล โดยบริษัทของจำเลยเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากหากกรรมการบริษัทกระทำผิดเสียเองย่อมสร้างต่อบริษัท และส่งผลกระทบจำนวนมาก การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดร้ายแรงที่จำเลยอ้างถึงคุณงามความดียังไม่เพียงพอที่จะให้รอการลงโทษได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน
           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคำฟังคำพิพากษา นายสนธิ ได้โอบกอดให้กำลังใจจำเลยร่วม ก่อนที่นายสนธิจะออกมาโทรศัพท์แจ้งข่าวผู้ใกล้ชิด จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัวทั้งสามมายังห้องควบคุมตัวใต้ถุนศาล โดยเมื่อเวลา 11.00 น. เศษ เจ้าหน้าราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัวนายสนธิ , น.ส.เสาวลักษณ์ อดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟู บมจ.แมเนเจอร์ฯ และ น.ส.ยุพิน อดีตกรรมการ บมจ. แมเนเจอร์ฯ เพื่อส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง โดย น.ส.เสาวลักษณ์ ได้ร้องไห้ ขณะขึ้นรถเรือนจำเดินทางไปเรือนจำด้วย

           โดยวันนี้นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายของนายสนธิ , นายพิภพ ธงไชย , นายปานเทพ พัวพงษ์พัน , นายปราโมทย์ นาครทรรพ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการ นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการ ได้เดินทางมาให้กำลังใจด้วย


เปิดอ่าน