ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝ่าวิกฤติ

ข่าวทั่วไป  :  13 ก.ค. 2559

“ประยุทธ์” ชื่นชมความสำเร็จจัดสรรที่ทำกินผู้ยากไร้ อ.ลานสัก จ.อุทัยฯ หลังลงพื้นที่ 4เดือนเห็นผล เกษตรกรปรับพฤติกรรมฝ่าวิกฤติภัยแล้ง ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพึ่งพาตนได

 
  
          วันที่ 13 ก.ค. 59 - พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐและจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ผู้ยากไร้ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานีว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝากชื่นชมความสำเร็จโครงการดังกล่าว เพราะหลังจากเมื่อวันที่ 26 ก.พ.59 ได้ลงพื้นที่มอบหนังสืออนุญาตให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน และต่อมามีการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้ผลดีเป็นอย่างมาก
            โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชมเชยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งในส่วนของรัฐมนตรีและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สปก. กรมหม่อนไหม กรมชลประทาน ฯลฯ ที่ได้ทำงานอย่างทุ่มเท ร่วมกับสถาบันเกษตรกรและพี่น้องเกษตรกร ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในที่ดิน และส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ทำให้พี่น้องเกษตรกรยอมรับและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืช โดยรวมกลุ่มกันปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแปลงใหญ่ 300 ไร่ ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง มีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 120 ราย

           ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝ่าวิกฤติ


            พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงไหมเพื่อขายรัง ปลูกหม่อนผลสด ปลูกหม่อนเพื่อขายใบ ทอผ้าไหม และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม โดยช่วยลดค่าปัจจัยการผลิต เช่น ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดราคาพันธุ์หม่อน ส่งเสริมให้ใช้พันธุ์หม่อนที่ให้ผลผลิตสูง รวมทั้งยังได้จัดสร้างแหล่งน้ำและระบบน้ำ  ให้เพียงพอต่อการเลี้ยงแปลงหม่อน ส่งเสริมการใช้เครื่องสูบน้ำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ จัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย จัดหาตลาด ฯลฯ ทำให้เกษตรกรแต่ละรายมีรายได้เดือนละ 9,000 – 18,000 บาท

        ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝ่าวิกฤติ

                                                        เกษตรกรผู้เลี้ยงหม่อนไหม

 

          โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังเน้นว่า เพียง 4 เดือน ที่ได้ลงพื้นที่ ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือแบบประชารัฐ โดยเฉพาะตัวเกษตรกรเองที่ต้องเป็นผู้คิดและลงมือทำ รู้จักปรับตัวปรับอาชีพ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และหน่วยงานของรัฐเป็นผู้สนับสนุน ช่วยให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ จึงอยากให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ และนำแนวทางของ อ.ลานสัก ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง.

 

 

 

 


เปิดอ่าน
คลิปเกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด >>