ถก3ฝ่ายไร้สรุป‘ธัมมชโย’มอบตัว

ข่าวทั่วไป  :  6 มิ.ย. 2559

ถก3ฝ่ายไร้สรุป‘ธัมมชโย’มอบตัว ทนายวัดปากน้ำฯระบุร่วมหารือฐานะที่ปรึกษาเจ้าคณะไม่ใช่ทนายธรรมกาย ดีเอสไอยันยึดกรอบกฎหมายดำเนินการคู่ขนานพร้อมกำหนดพิกัดเจ้าอาวาส

             เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 มิ.ย.59 ที่วัดเขียนเขต พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เป็นคนกลาง ประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ ) และสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) เจรจาหาข้อยุติให้พระธัมมชโย เข้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ามอบตัวรับทราบข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร
                              
             นายสมศักดิ์ โตรักษา ทนายความวัดปากน้ำภาษีเจริญคดีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วงครอบครองรถเบนซ์คลาสสิคจดประกอบ กล่าวว่า ตนร่วมในการหารือ  ในฐานะ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ไม่ใช่ตัวแทนพระธัมมชโย ซึ่งวันนี้ตนได้ติดต่อขอให้วัดพระธรรมกาย ส่งตัวแทนหรือทีมกฎหมายเข้าหารือ แต่ ทางวัดพระธรรมกาย ระบุมีศิษย์วัดหลายฝ่ายจึงไม่อาจส่งใครเป็นตัวแทนเข้าประชุม ดังนั้นหากวันนี้ได้ข้อยุติอย่างไร ตนก็ต้องนำไปหารือกับวัดพระธรรมกายอีกครั้ง  สำหรับเงื่อนไขหลัก ๆ เรื่องการให้ประกันตัวทันทีและเรื่องขอแพทย์รพ. พระมงกุฏฯเป็นเงื่อนไขที่วัดพระธรรมกายขอมา.
             
             ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอวางหลักการตามกรอบกฏหมายที่จะหารือร่วมกัน ซึ่งต้องรอผลหลังการเจรจาจะออกมาอย่างไร จะได้แถลงข่าวให้รับทราบต่อไป

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการประชุมได้ยุติลงแล้ว หลังจากนั้นพระเทพรัตนสุธี  พร้อมด้วย นายสมศักดิ์  พ.ต.ท.สมบูรณ์ พร้อมคณะ และนายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน  โดยพระเทพรัตนสุธี กล่าวว่า คดีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากคำสั่งทางสงฆ์ แต่เป็นคำสั่งทางกฎหมายจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อาตมาเป็นเพียงผู้ประสานงานเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย จึงได้ตั้งนายสมศักดิ์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเพื่อไปเจรจากับวัดพระธรรมกาย ในฐานะเจ้าคณะปกครอง อาตมาได้ข้อมูลจากรองเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะอำเภอคลองหลวง ที่ได้ไปเยี่ยมพระธัมมชโย ก่อนวันที่ 26 พ.ค. ก็พบว่าขาซ้ายบวม ไม่ได้โกหก แต่ก็ไม่รู้ว่าเดินได้หรือไม่

            นายสมศักดิ์  กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีความคืบหน้า 95 % เหลืออีก 5 % ที่เป็นข้อเสนอที่ยังตกลงกันไม่ได้จึงยังไม่ขอเปิดเผย แต่การพูดคุยลดความตึงเครียดได้มากและมีทิศทางที่ดี สำหรับวันนี้ (6 มิ.ย.) ตนได้เชิญวัดพระธรรมกายเข้าร่วม แต่เนื่องจากมีศิษย์หลายกลุ่ม จึงขอให้ทำบันทึกแล้วจะไปให้พระธัมมชโยตัดสินใจครั้งสุดท้าย โดยให้ดีเอสไอไปทำการบ้าน ซึ่งรองอธิบดีรับไปประสานพนักงานสอบสวน หากได้บันทึกข้อตกลงพร้อมแล้วจะเปิดเผยเงื่อนไขให้ทราบ ข้อตกลงนี้จะมี 2 ฝ่ายคือ ดีเอสไอกับพระธัมมชโยต้องอนุมัติ

            ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์  กล่าวยืนยันว่า การเชิญเจ้าคณะจังหวัดปทุมฯมา เป็นที่ปรึกษา เป็นเพียง 1 แนวทาง จาก 3-4 แนวทาง เพื่อให้พระธัมมชโยรับทราบข้อหาตามหมายจับ ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ ยืนยันว่า ไม่มีสองมาตรฐานจากคดีอื่นๆ ขณะนี้ข้อตกลงยังไม่ยุติ จึงนัดหารืออีกครั้งในวันที่ 14 มิ.ย. เวลา 14.00 น. สำหรับสำนวนสอบสวนสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรมีผู้ต้องหารวม 5 คน แจ้งข้อหาแล้ว 3 คน เหลือพระธัมมชโย 1 รูปและผู้ต้องหา 1 รายตามหมายจับของศาลอาญา หากไม่ได้ตัวมาดีเอสไอก็สามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องได้
            

ดีเอสไอยันยึดกรอบกฎหมายดำเนินการคู่ขนาน

             พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมคณะพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการดำเนินการตามหมายจับกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้เข้ามอบตัวรับทราบข้อหาสมคบกันฟอกเงินร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรจากการรับเช็คบริจาคสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า ที่ประชุมมีการหารือเพื่อทบทวนหลักการในการดำเนินตามหมายจับกับพระธัมมชโย ซึ่งยอมรับว่าดีเอสไอมีข้อกังวลใจถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดพนักงานสอบสวนจึงยังไม่ดำเนินการตามหมายจับ เพราะหากมีการหยิบยกกรณีดังกล่าวเป็นประเด็นร้องเรียนอาจเป็นปัญหากับพนักงานสอบสวนเอง
 
             ทั้งนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการคู่ขนานทั้งประเด็นวินัยสงฆ์ผ่านทางเจ้าคณะปกครอง และการส่งชุดสืบสวนสะกดรอยเข้าไประบุพิกัดที่ตั้งของพระธัมมชโย ภายในวัดพระธรรมกาย เพื่อนำไปประกอบการยื่นขออนุมัติหมายค้น เนื่องจากวัดพระธรรมกายที่มีเนื้อที่จำนวนมาก เบื้องต้นยังเชื่อว่าพระธัมมชโยยังคงอยู่ภายในวัด อย่างไรก็ตามต้องรอการหารือร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวนดีเอสไอ พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)และผู้แทนวัดพระธรรมกาย ในช่วงบ่ายวันนี้( 6มิ.ย.)

ศิษย์ธรรมกายยืนหนังสือให้ตรวจสอบดร.นพ.มโน

             เมื่อเวลา10.00น. นายอัยย์ เพชรทอง ตัวแทนคณะศิษย์ยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และนายองอาจ องอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ยืนหนังสือต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พิจารณาตรวจสอบ ดร.นพ.มโน เลาหวณิช ที่ไปว่ากล่าวใส่ร้าย พระเทพญาณมหามุนีและวัดธรรมกายว่ามีความไม่ดี ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับความเป็นพระ และมีการปฏิบัติไม่ต้องด้วยหลักพระพุทธศาสนา โดยมีความผิดตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยกันอย่าบังคับของบุคลากรและอาจารย์ โดยมี อ.สมศักดิ์ หงส์ทรัพย์ภิญโญ ผอ.กองงานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตัวแทนอธิการบดีรับหนังสือแทนที่อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

             ได้ยื่นหนังสือต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ดร.นพ.มโน เลาหวณิช อาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยแพทย์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหวิทลัยธรรมศาสตร์ได้ปฏิบัติตนหรือพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวว่าเป็นความผิดตามกฎหมายข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือไม่ ในเรื่องการขาดจริยธรรมหรือมีความผิดตามกฎหมายหรือข้อบังคับข้อใดในสถาบันมหาวิทยาลัย ซึ่งพฤติกรรมของบุคคลนี้ประชาชนโดยทั่วไปย่อมเข้าใจว่า ดร.นพ.มโน เลาหวณิช เป็นบุคคลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเหตุที่บุคคลดังกล่าวสวมใส่เสื้อที่มีตาสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่ามาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่หน้าอกเสื้อออกมาให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องโดยไปว่ากล่าวใส่ร้ายบุคคลอื่นดูเหมือนเสมือนหนึ่งว่าบุคคลดังกล่าวที่มานั่งให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนหรือหน่วยงานโดยรัฐหรือองค์กรใด เป็นบุคคลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ผ่านมาได้ใส่ร้ายพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนีและวัดธรรมกายว่ามีความไม่ดี ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับความเป็นพระ และมีการปฏิบัติไม่ต้องด้วยหลักพระพุทธศาสนา

             ดังนั้นตนเองและศิษยานุศิษย์จึงขอความเป็นธรรมจากท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ ดร.นพ.มโน เลาหวณิช ซึ่งเป็นอาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์และเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าได้ปฏิบัติตนถูกต้องหรือไม่ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยกันอย่าบังคับของบุคลากรและอาจารย์ พ.ศ.2551ในข้อ7ข้อ8ข้อ11ข้อ17ข้อ29หรือระเบียบใดๆของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทำความกระจ่างชัดให้แก่ประชาชนที่เป็นชาวพุทธและประชาชนทั่วไป


กลุ่มพิทักษ์พุทธสระแก้วแจ้งจับ“สมเกียรติ อ่อนวิมล”

             เมื่อเวลา 14.20 น.วันที่ 6 มิ.ย. ที่ ศภ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ได้มีนายปานจิตร วรรณเจริญ ประธานกลุ่มพิทักษ์พระพุทธศาสนา จ.สระแก้ว พร้อมสมาชิกรวม 15 คน ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.สมชาย อยู่ระ สว.(สอบสวน) สภ.วัฒนานคร เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายสมเกียรติ อ่อนวิมล ข้อหาหมิ่นประมาทวัดธรรมกาย และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนายปานจิตร วรรณเจริญ ปธ.กลุ่มพิทักษ์พระพุทธศาสนา จ.สระแก้ว พร้อมสมาชิกได้นำเอกสารเป็นสำเนาข้อความที่นายสมเกียรติ อ่อนวิมล เขียนลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยกล่าวหาว่า นายสมเกียรติ หมิ่นประมาทวัดธรรมกาย และเขียนข้อมูลอันเป็นเท็จลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว

             ทั้งนี้ พ.ต.ท.สมชาย อยู่ระ สว.(สอบสวน) สภ.วัฒนานคร ได้ลงบันทึกประจำวันและรับแจ้งความไว้ พร้อมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ทราบก่อนจะทำการสอบสวนบันทึกปากคำนายปานจิตร วรรณเจริญ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 


เปิดอ่าน