สระแก้วประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วม

ข่าวทั่วไป  :  7 ก.ย. 2555

ผู้ว่าฯสระแก้ว ประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วม 2 อำเภอ หลังน้ำป่าเข้าท่วมหลายอำเภอ ถนนหลายสายถูกตัดขาด

                           7 ก.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดฝนตกหนักมากว่า 2 วัน ได้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาสอยดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้ไหลลงสู่ลำคลองพระสะทึง ซึ่งเป็นคลองที่ไหลผ่าน จ.สระแก้ว ทำให้ปริมาณน้ำในคลองพระสะทึงเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรตามหมู่บ้านต่างๆริมคลองและพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสระแก้ว ได้แก่อำเภอวังสมบูรณ์,อำเภอวังน้ำเย็น,อำเภอเขาฉกรรจ์และอำเภอเมืองสระแก้ว ทำให้นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผวจ.สระแก้ว สั่งระดม จนท.ออกช่วยเหลือ และสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองพระสะทึง ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ลงลำคลองพระสะทึง มีจำนวนมากและเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ

                           โดยนายศานิตย์ นาคสุขศรี ผวจ.สระแก้ว ได้ประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วมใน 2 อำเภอ คืออำเภอเขาฉกรรจ์ และอำเภอวังน้ำเย็น โดยอำเภอวังน้ำเย็นมีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วม จำนวน 872 หลังคาเรือนใน 4 ตำบล ประกอบด้วยตำบลวังน้ำเย็น,ตำบลคลองหินปูน,ตำบลตาหลังในและตำบลทุ่งมหาเจริญ ส่วนอำเภอเขาฉกรรจ์มีพื้นที่น้ำท่วมจำนวน 4 ตำบล บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมกว่า 500 หลังคาเรือน และมีพื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 1 หมื่นไร่ โดยมี กองกำกับการตำรวจตะเวณชายแดนที่ 12 อรัญประเทศ และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหาพรานที่ 13 อำเภอคลองหาด จ.สระแก้ว ส่ง จนท.พร้อมเรือท้องแบนออกชาวเหลือชาวบ้าน ที่ถูกน้ำท่วม ออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย

                           อีกทั้งยังได้มีการประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยใกล้แนวคลองพระสะทึง ให้ระมัดระวังและเก็บของไว้ในที่สูง หากมีน้ำป่าไหลหลากมามากให้อพยพออกจากหมู่บ้านมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่ทางจังหวัดสระแก้ว ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว นอกจากนี้ผลจากสภาพน้ำป่าที่ไหลหลากเข้าพื้นที่ทำให้ถนนหลายสายตามหมู่บ้านต่างๆเกิดน้ำท่วม การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความลำบาก บางหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จนท.หลายหน่วยงานเร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่น้ำท่วมกันอย่างโกลาหล

                           นอกจากนี้ นายชัช กิตตินภดล รอง ผวจ.สระแก้ว และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง สส.เขต 2 จว.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย ได้นำถุงยังชีพมาแจกจ่ายราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.วังน้ำเย็น และ อ.เขาฉกรรจ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

 

จันทบุรี -หวั่นระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นสร้างอันตรายกับนทท.

 

                           นายอภิสิทธิ์ ปิดทอง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว  อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ตรวจสอบปริมาณน้ำตกเขาสอยดาวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับให้เฝ้าระวังการไหลของน้ำและสีของน้ำตก  จะเห็นว่าระยะนี้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำของน้ำตกเขาสอยดาว มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โ ทั้งนี้หากปริมาณน้ำตกเขาสอยดาวเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลให้แม่น้ำต่าง ๆ ทั้งแม่น้ำจันทบุรี , แม่น้ำสระแก้ว , แม่น้ำปราจีนบุรี และแม่น้ำบางปะกง มีปริมาณเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากเทือกเขาสอยดาวและน้ำตกเขาสอยดาว เป็นต้นน้ำของแม่น้ำดังกล่าว การมีปริมาณเพิ่มหรือลดของน้ำตก จึงมีผลต่อการเพิ่มหรือลดของแม่น้ำ   ขณะเดียวกันยังได้ขอให้เฝ้าระวังต่อการเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามายังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวด้วย เพื่อป้องอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดแก่นักท่องเที่ยว และขณะนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยว ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสภาพแวดล้อมภายในเขต ฯ จะกลับมาปกติ

 

พิจิตร-ประกาศ 4 ตำบล อ.วังทรายพูน เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

 

                           หลังจากที่ฝนตกหนักติดต่อกันอย่างต่อเนื่องภาคเหนือตอนล่าง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลจาก เนินมะปราง เข้าท่วม เหนือจากด้านอำเภอวังทอง และอำเภอบางกระทุ่ม ของจังหวัดพิษณุโลก และน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลบ่าลงท่วม 2 ตำบลวังทรายพูน คือ ตำบลหนองปลาไหล และ ตำบลวังทรายพูน 6 หมู่บ้าน ไร่นาเสียหายกว่า 1,000 ไร่ และ ขณะนี้น้ำดังกล่าว ได้ แผ่ขยายวงกว้างเข้าท่วมเพิ่มอีก 2 ตำบล คือ ตำบลหนองพระ และตำบลหนองปล้อง ของอำเภอวังทรายพูน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำการเกษตรนาข้าว กว่า 2,000 ไร่ รวมขณะนี้อำเภอวังทรายพูนถูกน้ำท่วม 4 ตำบล 22 หมู่บ้านกว่า 3,000 ไร่

                           นอกจากนี้ น้ำป่าดังกล่าวยังไหลบ่าเข้า คลองห้วยหิน ตำบลสายคำโห้ และคลองไดชุมแสง ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองพิจิตร ทำให้เกิดน้ำเอ่อท่วมเป็นบริเวณกว้าง และไหลท่วมนาข้าวของเกษตรกรชาวนาเป็นบริเวณกว้างกว่า 5 พันไร่ โดยชลประทานจังหวัดพิจิตรเร่งเปิดประตูระบายน้ำดังกล่าวลงสู่แม่น้ำน่านทุกจุดทุกบานประตูเพื่อเร่งลดระดับน้ำดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว

                           ทางด้าน นายอนันต์ กิตติรัฒนวศิน นาย อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า  ขณะนี้น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และ เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ไหลบ่าเข้าท่วมเขต อำเภอวังทรายพูน ขณะนี้ 4 ตำบลประกอบไปด้วย ต.วังทรายพูน ต.หนองพระ ต.หนองปลาไหล และต.หนองปล้อง จำนวน 22 หมู่บ้าน ไร่นาซึ่งเป็นนาข้าวเกษตรกรชาวนาเสียกว่า 3,000 ไร่ อยู่ระหว่าสงการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมอีก ซึ่งขณะนี้ ตนเองได้ประกาศให้ 4 ตำบลนี้ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติถูกน้ำท่วมแล้ว ลอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหายเพิ่ม

 

ปภ.เชียงใหม่เฝ้าระวังน้ำ หลังไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ 4 ตำบล

 

                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในตำบลทุ่งปี้ ตำบลแม่วิน ตำบลทุ่งรวงทอง และตำบลดอนเปา ได้รับความเสียหายเบื้องต้นทางอำเภอได้มีรายงานไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดให้รับทราบข้อมูลแล้ว โดยความเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการสำรวจ

                           นายมนัส สุริยสิงห์ ปลัดอาวุธโส อำเภอแม่วาง เปิดเผยว่า ในพื้นที่อำเภอแม่วางมีฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน จนทำให้ในช่วงบ่ายวันนี้ ( 7ก.ย.55) ระดับน้ำแม่วางเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 3.45 เมตร และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ติดลำน้ำได้รับผลกระทบ และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ทางอำเภอได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่แล้ว และให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนได้มีการแจ้งเตือนไปยังประชาชนให้ขนของขึ้นที่สูง เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

                           ด้านนายคมสัน  สุวรรณอัมพา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทางอำเภอแล้ว และได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากข้อมูลพบว่ากระแสน้ำวางเริ่มไหลแรง และมีสีแดงขุ่น ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่  4 ตำบล ของอำเภอแม่วางได้ พร้อมได้มีการสั่งการให้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุจะได้ให้การช่วยเหลือทันที

                           เบื้องต้นในส่วนของอำเภอและจังหวัดได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมประสานความช่วยเหลือหากในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่อย่างใด และอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย

 

กฟผ.แม่เมาะซ้อมแผนฉุกเฉิน-มอบถุงธารน้ำใจ

 

                           ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ได้ ทำการซ้อมแผนฉุกเฉินการดับเพลิง และหนีไฟ ขึ้น โดย งานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยของ อ.แม่เมาะ โรงพยาบาลแม่เมาะกว่า 100 คน ได้นำอุปกรณ์ดับเพลิง และอุปกรณ์กู้ภัย ร่วมซ้อมแผนฉุกเฉินการดับเพลิง และหนีไฟความรุนแรงระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับรุนแรงสูงสุด
 โดยสมมุติเหตุการณ์เกิดเพลิงไหม้ ที่อาคารควบคุมระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12และ 13 ก่อนทีทุกฝ่ายระดมเจ้าหน้าที่ พร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าดับเพลิง สำหรับการ ซักซ้อมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งภายใน และภายนอกโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และการใช้งานอุปกรณ์ดับเพลิง อย่างครบถ้วน ออกมาใช้ ซึ่งการซ้อมแผนก็ผ่านไปด้วยดี

                           การการซ้อมแผนของ ทาง กฟผ.แม่เมาะ จะได้มีการนำข้อมูล ปัญหา และอุปสรรค ในการซ้อมแผนครั้งนี้ ไปปรับปรุง เพื่อเตรียมพร้อม ในการพร้อมเผชิญเหตุ หากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งมีทั้ง 10 โรง ตั้งแต่เครื่องที่ 4-13 เกิดเหตุขึ้นจริง และจะได้ทำการระงับเหตุได้ทันที พร้อมในการประสานงานหน่วยงานภายนอก ให้เข้ามาช่วยระงับเหตุ การซ้อม ทาง กฟผ.แม่เมาะ ได้ให้จะมีการซักซ้อมแผนเป็นประจำทุกปี เพื่อความปลอดภัยและเตรียมความพร้อม ต่อโรงไฟฟ้า หากเกิดเหตุจริง

 

มอบถุงธารน้ำใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม

                           ที่บ้านห้วยเป็ด ม.1 ต.แม่เมาะ และบ้านสบป้าด ม.1 ต.ส้บป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปางนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเหล่ากาชาดลำปาง ได้นำถุงธารน้ำใจ จากสภากาชาดไทย จำนวน 200 ชุด แจกจ่ายให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัย จากน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2555ที่ผ่านมา ซึ่งหมู่บ้านดังกล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ประสบภัยอย่างหนัก

                           ทั้งนี้ ถึงแม้สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ ระดับน้ำป่า ที่ไหลลงมาตามลำห้วย ในพื้นที่ มีระดับเกือบเต็มตลิ่ง แต่ ต้องเฝ้าระวังภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในพื้นที่ ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ก็ยังเกิดฝนตกหนัก ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กำชับ ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวัง เพราะเกรงว่า อาจจะเกิดภัยซ้ำซากขึ้นได้

 

 

 


เปิดอ่าน