ช้างชนช้าง-พท.ลุ้นเจาะไข่แดงปชป.เขต7สงขลา

การเลือกตั้ง จ.สงขลา ครั้งนี้มีพื้นที่การเลือกตั้ง 8 เขต และพื้นที่นี้เองได้ชื่อว่าเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพรรคการเมืองเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์

 เพราะผลการเลือกตั้งแทบทุกครั้งผู้สมัครจากค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมมักจะกวาดที่นั่งแบบยกจังหวัดมาโดยตลอด รวมถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ก็สามารถคว้าชัยชนะคว้า 8 เก้าอี้ชนิดผู้สมัครพรรคคู่แข่งไม่มีโอกาสสอดแทรกมาได้แม้แต่รายเดียว

 แต่การเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ สนามเลือกตั้งใน จ.สงขลา โดยเฉพาะเขตเลือกที่ 7 (อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย อ.สะเดา เฉพาะ ต.สำนักแต้ว และเทศบาลตำบลสำนักขาม) ได้กลายเป็นพื้นที่ถูกจับตาจากคอการเมืองในสภากาแฟแดนสมิหลามากที่สุด เพราะม้าแข่งที่ลงสนามชิงชัยในสนามเลือกตั้งเขต 7 สงขลา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของ “ศิริโชค โสภา” เจ้าของฉายา “วอลล์เปเปอร์นายกฯ” คือ “อัศวิน สุวิทย์” น้องชาย “นาราชา สุวิทย์” อดีต ส.ส.ปชป.2 สมัย บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ “พ.ต.ท.วิจิตร สุวิทย์" อดีตลูกหม้อที่มีความผูกพันทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์มากว่า 2 ทศวรรษ และที่สำคัญยังเป็นส.ส.อีกหลายสมัย

 การตัดสินใจสะบั้นสัมพันธ์ทางการเมืองที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ของ “ตระกูลสุวิทย์” ด้วยการหันไปสวมสีเสื้อลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม “พรรคเพื่อไทย” ครั้งนี้ น่าจะเป็นผลพวงมาจากการไม่ปรากฏรายชื่อ “นาราชา” ผู้สมัคร ส.ส.ลงชิงชัยในนามพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้กระทั่ง ชื่อของ “อัศวิน” ก็ไม่อยู่ในโผ ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นที่มาของการวางความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์ของครอบครัว “สุวิทย์” อีกหนึ่งตระกูลการเมืองที่สำคัญ และตัดสินใจท้าชนการเลือกตั้งครั้งนี้กับอดีต ส.ส.ชื่อดังอย่าง "ศิริโชค โสภา" ด้วยมุ่งหวังจะพิสูจน์ศรัทธาประชาชนว่าจะเทคะแนนเสียงให้แก่ใครมากกว่ากัน

 แม้จะเป็นที่รับรู้กันดีว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมานั้น “ศิริโชค” ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน 93,390 คะแนน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 206,343 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 172,004 คิดเป็นร้อยละ 83.36 ส่วนผู้สมัครจากพรรคคู่แข่งได้คะแนนตามมาห่างๆ เท่านั้น ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าการเอาชนะเจ้าของตำแหน่งเดิมที่ครองเก้าอี้ในสนามเขต 7 สงขลานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

 แต่สิ่งที่ทำให้ “อัศวิน” พกความมั่นใจตัดสินใจลงชิงชัยและท้าชนกับเจ้าของฉายาวอลล์เปเปอร์นายกรัฐมนตรีในครั้งคือการมีประสบการณ์ในฐานะอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 2 สมัย ตั้งแต่ปี 2547-2552 และมีโอกาสคลุกคลีกับประชาชนมาต่อเนื่องยาวนาน บวกกับมีฐานเสียงของผู้เป็นพ่ออย่าง “พ.ต.ท.วิจิตร” และยิ่งผนวกกับกลุ่มผู้สนับสนุน “นาราชา” ผู้เป็นพี่ชายรวมถึงคะแนนเสียงจากกลุ่มพี่น้องชาวไทยมุสลิมด้วยแล้ว ยิ่งทำให้นักการเมืองหนุ่มหน้าใหม่ มีความมั่นใจอย่างล้นเหลือในการกอบกู้ศักดิ์ศรีของตระกูลสุวิทย์ ให้กลับมาผงาดบนถนนสายการเมืองอีกครั้ง

 “อัศวิน สุวิทย์” ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่เขต 7 สงขลา เปิดเผยว่า การตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งในพื้นที่เขต 7 ครั้งนี้ นอกจากมีความพร้อมและมั่นใจอยู่อย่างเต็มเปี่ยมแล้วว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างแน่นอน ที่สำคัญเชื่อมั่นว่าประชาชนที่ได้รับข้อมูล และข้อเท็จจริงผ่านสื่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ “ตระกูลสุวิทย์” จะยิ่งเทคะแนนเสียงให้การสนับสนุนอย่างแน่นอน

 "อัศวิน" ย้ำว่า นอกจากนี้ได้เตรียมแนวทางตอบคำถามพี่น้องประชาชนใน จ.สงขลา ถึงเหตุผลของการลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย หลังจากที่บิดาคือ "พ.ต.ท.วิจิตร สุวิทย์" อดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ หลายสมัย รวมถึง "นาราชา สุวิทย์" ผู้เป็นพี่ชาย ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ได้รับการเสนอชื่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

 ด้าน “ศิริโชค โสภา” ผู้สมัครส.ส.สงขลา เขต 7 พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของเก้าอี้เดิม บอกด้วยความมั่นใจว่า การเลือกตั้งในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 7 จ.สงขลา ซึ่งจะเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะผู้สมัครจากพรรคคู่เเข่ง เป็นทายาทของอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย นั้นถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากที่ผ่านมาการลงแข่งขันเลือกตั้งแทบทุกครั้ง ผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วล้วนเคยเป็นสมาชิกเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น
 "ศิริโชค" ยังกล่าวว่า การเลือกตั้งคำตอบคือประชาชนเป็นผู้ตัดสิน แต่ส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่า ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะสงขลา ชาวบ้านจะยังให้ความสำคัญกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน โดยเฉพาะผลงานอันเป็นที่ประจักษ์หลายเรื่องในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ส่วนตัวจึงมีความมั่นใจมาก และมั่นใจอยู่ตลอดเวลาว่าจะได้รับการเลือกตั้ง สำหรับแนวทางในการเดินหาเสียงในพื้นที่ จะใช้นโยบายพรรค และสานต่อภารกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่าประชาชนใน จ.สงขลา จะยังศรัทธาและยึดมั่นในพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นจึงมั่นใจอย่างมากไม่ว่าคู่แข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นใครก็ตาม

 "การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีความหนักใจแต่อย่างใด ส่วนคู่แข่งขันที่ลงสนามในนามพรรคเพื่อไทย ซึ่งตัดสินใจมาลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 7จังหวัดสงขลานั้น เป็นเรื่องดีที่จะได้พิสูจน์ว่าประชาชนจะเลือกลงคะเเนนเสียงให้แก่ใคร เพราะยังเชื่อว่าประชาชนคนสงขลายังเชื่อมั่นและไว้วางใจในพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน" ศิริโชค กล่าว

 การเลือกตั้งครั้งนี้ ปชป.จะกวาดที่นั่ง 8 เก้าอี้คว้าชัยชนะแบบยกจังหวัดเหมือนที่ผ่านมา คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคู่แข่งในสนามเขต 7 คือ ตระกูล "สุวิทย์" ตระกูลการเมืองที่เดินอยู่บนเส้นทางการเมืองในพื้นที่มายาวนานกว่า 20 ปี ดังนั้นการชิงชัยระหว่าง “อัศวิน” กับ “ศิริโชค” ในวันที่ 3 กรกฎาคม โดยมีประชาชนเป็นผู้ตัดสิน นับเป็นอีกหนึ่งไฟท์สำคัญที่คอการเมืองจะต้องตามชนิดอย่าได้กะพริบสายตา

สุพิชฌาย์ รัตนะ


เปิดอ่าน