"หมดทางเลือก"

ในที่สุดหลังจากเงื้อง่ามานาน "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็ได้ฤกษ์ยื่นถอดถอนและยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสักที

 โดยถือฤกษ์สัปดาห์หน้ายื่นถอดถอนรัฐมนตรีต่อ "ประสพสุข บุญเดช" ประธานวุฒิสภา และจะเดินทางไปยื่นอภิปรายต่อ "ชัย ชิดชอบ" ประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกัน

 รายละเอียดของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งหมด "มิ่งขวัญ" จะแถลงช่วงบ่ายวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้

 การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือว่าเป็น "ความลับสุดยอด" กว่าทุกครั้งที่เคยมีมา เพราะว่า "มิ่งขวัญ" สั่งห้ามข้อมูลทุกเรื่องเล็ดลอดออกจากห้องประชุมจนกว่า "มิ่งขวัญ" จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด

 ที่สำคัญ "ผู้อภิปราย" ในครั้งนี้ก็แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะใครจะอภิปรายต้องแสดงความจำนง และนำข้อมูลมาเสนอต่อ "มิ่งขวัญ" เพื่อให้ดูเบื้องต้นก่อนว่าข้อมูล "เข้าตา" กรรมการหรือไม่

 นอกจากนี้ข้อมูลสนับสนุนส่วนหนึ่งนำมาจาก "ประธานคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ" ที่ "สมาชิกพรรคเพื่อไทย" นั่งเป็นประธาน

 การอภิปรายในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งจะมีการตั้งทีมขึ้นมาแล้วให้ทีมหรือกลุ่มดังกล่าวคัดเลือกตัวแทนเป็นผู้อภิปรายในสภา โดยต้องมีการนัดซุ่มซ้อมอภิปรายกันแทบทุกวันโดยมี "ผู้ใหญ่" ในพรรคคอยให้คำชี้แนะ

 เบื้องต้นทีมอภิปรายในขณะนี้มีประมาณ 20 คน ส่วนใหญ่ผ่านการตรวจและติวเข้มจาก "มิ่งขวัญ" ในฐานะหัวหน้าทีม

 กระทรวงที่ถูกหมายตาว่าจะถูกอภิปรายครั้งนี้มีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ

 การอภิปรายในครั้งนี้เดิมทีคิดว่า "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกาศไม่เข้าร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังจาก "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอต่อที่ประชุมพรรคยกให้ "มิ่งขวัญ" เป็น "ผู้นำ" การอภิปราย

 เรื่องนี้เมื่อรู้ถึงหู "สารวัตรเหลิม" จึงประกาศไม่ร่วมอภิปราย โดยอ้างว่าลีลาการอภิปรายไปด้วยกันไม่ได้จึงอยากให้ "มิ่งขวัญ" ได้แสดงบท "ผู้นำ" เต็มที่
 แต่ในใจลึกๆ แล้ว "สารวัตรเหลิม" ไม่พอใจ "ทักษิณ" ที่ไม่ไว้หน้าและไม่ไว้ใจไม่อยากให้ใครมีบทบาทในพรรคเหนือกว่าตนเอง จึงคิดหา "ผู้นำ" ในพรรคขึ้นมาใหม่ เพื่อสกัด "สารวัตรเหลิม"

 หวยจึงไปออกที่ "มิ่งขวัญ" เพราะภาพลักษณ์ในขณะนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และเป็นการให้โอกาส "มิ่งขวัญ" พิสูจน์ฝีมือก่อนขึ้นแท่น "ผู้นำ"

 หลังจาก "ทักษิณ" ได้ตัดสินใจเลือก "มิ่งขวัญ" เป็นผู้นำอภิปรายทำให้เกิดกลุ่มก๊วนต่างๆ ในพรรค เพราะมีส.ส.หลายคนไม่เห็นด้วยกลัวว่า "มิ่งขวัญ" จะไปไม่รอด "ทักษิณ" ก็ไม่คิดจะประสานรอยร้าวเรื่องนี้ยึดหลักบริหารพรรคแบ่งแยกแล้วปกครอง

 ซึ่ง "สารวัตรเหลิม" ก็ดูเกมออก จึงประกาศไม่ร่วมอภิปราย พร้อมอาจย้ายพรรค จน "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวทักษิณต้องเดินทางไปพบ "สารวัตรเหลิม" ถึงบ้านพัก พร้อมยื่นเงื่อนไขให้ "สารวัตรเหลิม" คุมเขตเลือกตั้งย่านฝั่งธนฯ และยินดีให้ส่งลูกชายลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทยได้ด้วย

 แต่ "สารวัตรเหลิม" ก็ยังยืนยันไม่ร่วมอภิปรายในครั้งนี้ เพราะเริ่มรู้ว่าตัวเองเป็น "ต่อ"

 และยิ่ง "มิ่งขวัญ" โชว์บทบาทการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 แม้ว่าข้อมูลดี แต่การนำเสนอต้องปรับปรุงก็ทำให้ "ทักษิณ" รู้ว่าขืนเดินหน้าต่อคงไปไม่ได้รอดต้องกลับมาใช้บริการ "สารวัตรเหลิม"

 แต่เมื่อประกาศเลือก "มิ่งขวัญ" กลางที่ประชุมพรรค การจะดึง "สารวัตรเหลิม" กลับมาร่วมอภิปรายจึงต้องใช้สถานการณ์เดียวกัน โดยการประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา "ทักษิณ" ได้วิดีโอลิงก์เข้ามาในที่ประชุมขอร้องแกมบังคับ “สารวัตรเฉลิม” ให้ช่วย “มิ่งขวัญ”
 
 “ดีเลย ผมไม่ต้องเอาปืนไปจี้หลังแล้ว ให้มาช่วยนำทีมอภิปรายอีกคนหนึ่ง ท่านเฉลิมอภิปรายเถอะ ถือว่าเป็นตัวแทนของผม มิ่งขวัญไม่ชอบทะเลาะ เน้นเนื้อหาวิชาการ ประชาชนบางส่วนชอบ ส่วนท่านเฉลิมดุเด็ดเผ็ดมัน มีข้อมูลเชิงลึก เรียกว่าเป็น 2 สไตล์ ประชาชนจะได้ประโยชน์ เพราะทราบว่าฝ่ายค้านรวบรวมข้อมูลหลักฐานเอกสารพร้อม ต้องขอร้องแกมบังคับอีกครั้งให้ช่วยทำหน้าที่แทนผมด้วย ท่านเฉลิมไม่ขัดข้องนะที่จะอภิปราย ”

 ผลทำให้ได้รับเสียงปรบมือดังเกรียวกราว ขณะที่ "สารวัตรเหลิม" ถึงกับอมยิ้ม

 บทสรุปในครั้งนี้คงไม่พ้นต่างคนต่างไม่มีทางไป "ทักษิณ" ไม่มีทางเลือก ขณะที่ "สารวัตรเหลิม" ก็ไม่มีทางไปสุดท้ายจึงต้องหันหน้ามาจับมือร่วมกันอีกครั้ง


 สมถวิล เทพสวัสดิ์


เปิดอ่าน