มาร์คเยือนพม่าจับมือพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย

"อภิสิทธิ์"เยือนพม่าจับมือแก้ปัญหาชายแดนร่วม ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ อำนวยความสะดวกนักลงทุนไทย เร่งเปิดด่านถาวร รวมถึงจะร่วมมือพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย

(11ต.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนครเนปิดอว์ สหภาพพม่า เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. โดยมีคณะทางการฝ่ายพม่าและฝ่ายไทยรอให้การต้อนรับ จากนั้น เวลา 09.50 น. นายกรัฐมนตรีได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานเนปิดอว์ไปยังเรือนรับรอง Zeyarthiri Beikman เพื่อเข้าร่วมในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ โดย พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า รอให้การต้อนรับ ซึ่งมีพิธีการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และ การแนะนำคณะทางการระหว่างสองฝ่าย โดยหลังเสร็จพิธีดังกล่าว เวลา 11.10 น. มีการหารือทวิภาคระหว่าง นายกรัฐมนตรี กับ พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า ณ ห้องหารือทวิภาคี เรือนรับรอง Zeyarthiri Beikman

 จากนั้น เวลา 12.15 น. นายกรัฐมนตรีเข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ ( State Peace and Development of the Union of Myanmar – SPDC) ณ ห้องรับรองใหญ่ เรือนรับรอง Zeyarthiri Beikman และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวัน โดยมี พลเอก เต็ง เส่ง เป็นเจ้าภาพ ณ ห้องจัดเลี้ยง เรือนรับรอง Zeyarthiri Beikman โดยมีการบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาติพม่า และการดื่มอวยพรของนายกรัฐมนตรีแก่นายกรัฐมนตรีไทย

 สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่าย เวลา 14.35 น. นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปถึงที่สักการะเจดีย์อุปปตะสันติ โดยจะมีการลงนามในสมุดเยี่ยม และ มอบเงินบริจาคให้แก่คณะกรรมการของเจดีย์ จากนั้น จะเดินทางไปเยี่ยมชมสวนช้างเผือก เวลา 15.05 น. ซึ่งอยู่ภายในบริเวณเจดีย์ฯ และจะเดินทางโดยรถยนต์เพื่อแวะเยี่ยมชมต้นศรีมหาโพธิ์ในบริเวณสวนช้างเผือก ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้

 จากนั้นเวลา 15.35 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากเจดีย์อุปปตะสันติไปยังท่าอากาศยานนครเนปิดอว์ เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงย่างกุ้ง โดยจะออกเดินทางเวลา 16.00 น. ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ( C-130) เที่ยวบินพิเศษที่ RTAF 111 และเดินทางถึงกรุงย่างกุ้งเวลา 16.50 น. (ใช้เวลา 50 นาที)

 ส่วนในช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงย่างกุ้งไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง โดยจะเดินทางถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ เวลา 17.20 น. และมีกำหนดการพบปะและมอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทยในสหภาพพม่า เวลา 17.30 น. ทั้งนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี

 เวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ไปสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เวลา 19.10 น. ก่อนจะออกเดินทางจากพระเจดีย์ชเวดากอง เวลา 19.50 น. และเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงย่างกุ้ง เวลา 20.30 น. โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ( C-130) เที่ยวบินพิเศษที่ RTAF 111 ถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานทหาร (กองบิน ๖) เวลา 22.45 น.

อภิสิทธิ์เยือนพม่าจับมือสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย

 การเยือนประเทศพม่าของนายกอภิสิทธิ์ครั้งนี้  ทั้งสองประเทศเห็นพ้องผนึกกำลังแก้ปัญหาชายแดนร่วม ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันและการลาดตระเวนร่วม นอกจากนี้ ผู้นำสองประเทศ ต่างเห็นพ้องตรงกัน โดยเฉพาะทางการพม่าพร้อมอำนวยความสะดวกนักลงทุนไทย ขณะไทยจะดูแลความเป็นอยู่แรงงานพม่า และมีการพิจารณาการเปิดด่านถาวร

ได้เล็งถึงประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่ายที่จะร่วมมือพัฒนาท่าเรือทวายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษรองรับการเปิดด่านสิงห์ขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้เป็นด่านชายแดนถาวรเพื่อเป็นการสร้างโอกาสรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและช่วยให้เกิดการจ้างงานบริเวณชายแดน ซึ่งกรณีดังกล่าวนั้นทางพม่ากำลังทำการศึกษารายละเอียด ซึ่งมั่นใจว่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มประเทศอาเซียน

สื่อเทศเผยอภิสิทธิ์ไปพม่าหารือปิดด่านแรงงาน

สำนักข่าวต่างประเทศได้เสนอรายงานเรื่องที่นายอภิสิทธิ์เดินทางไปเยือนพม่าเป็นเวลา 1 วันว่า เพื่อหารือระดับทวิภาคีเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ เช่น แรงงานอพยพและการปิดชายแดนแม่สอด-เมียวดี ที่ยืดเยื้อมานานแล้ว พม่าตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารมาตั้งแต่ปี 2505 มีสถานะด้อยกว่าไทยทั้งในด้านความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและการเมือง และถูกสหประชาชาติจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีการพัฒนาน้อยที่สุด ทั้งในเรื่องความมั่นคง สาธารณสุขและการแข่งขันทางสังคมในภูมิภาค โดยเฉพาะยิ่งเมื่อเทียบกับไทย และปัจจุบัน มีแรงงานพม่าราว2 ล้านคน อาศัยอยู่ในไทย และมากกว่าครึ่งเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย

ภาคเอกชนเชื่อนายกฯไปพม่าความสัมพันธ์ดีขึ้น

 นายชัยยุทธ เสณีตันติกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปประเทศพม่าว่า หลังจากทราบข่าวทางรัฐบาลจะเดินทางไปพม่านั้น ภาคเอกชนในพื้นที่ต่างคาดหวังว่าหลายๆด้าน โดยเฉพาะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในสมัยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีความสัมพันธ์ระหว่างไทย กับ พม่าไม่ค่อยดีนัก ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเวลานั้น อยู่บนพื้นที่ฐานที่เคลือบแคลงใจต่อกัน

 โดยเฉพาะปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้น ปัญหาการค้า และเรื่องของแรงงาน ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมพม่าและนำเอาปัญหาการปิดด่านไปคุยกับพม่า ซึ่งในวันที่ 7 พ.ย.2553 นี้ ทางพม่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เท่ากับทางไทยให้การยอมรับจัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของพม่า เพราะการเลือกตั้งเป็นเรื่องภายในพม่า

 ด้านร้านค้าที่อยู่บริเวณบ้านห้วยม่วง ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด ซึ่งเคยจำหน่ายสินค้าของชำให้ชาวพม่าจำนวนมากและขณะนี้มียอดขายลดลงไปมาก ซึ่งติดตามข่าวการเดินทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีบอกว่าอยากให้นายกรัฐมนตรีไปคุยพม่าเพื่อให้เปิดด่านพรมแดนแม่สอดโดยเร็วที่สุด เพราะขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนมาก

 อย่างไรก็ดีบริเวณตลาดริมเมย ด่านพรมแดนไทย - พม่า หรือ เชิงสะพานมิตรภาพไทย - พม่า เงียบสงบมาก เช่นเดียวกับร้านค้า รถยนต์โดยสารต่างว่างเปล่า บางร้านปิดร้านค้า ขณะที่ท่าขนส่งสินค้าบางแห่ง ยังคงมีชาวพม่าลักลอบเจ้ามาเขตไทยเพื่อซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค

 สำหรับการปิดด่านพรมแดนไทย - พม่า ด้านอำเภอแม่สอด ทำให้การค้าชายแดนต้องสูญไปเดือนละกว่า 3,000 ล้านบาท แต่ 3 เดือนที่ผ่านมาลดลงไปร้อยละ 70 ซึ่งมียอดส่งออกเดือนละไม่ถึง 1,000 ล้านบาท


เปิดอ่าน