"สนนท."ตั้งเวทีย่อยหน้ารามฯหวิดปะทะนศ.

เสื้อแดงเล็งเปิดเวทีย่อยหน้าม.รามคำแหง อศ.มร.ออกแถลงการณ์คัดค้านแดงตั้งเวทีรามระบุทำให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นพื้นที่อันตราย ตอกลิ่มความขัดแย้งทางการเมือง

 เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 17 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง นายศรีโรจน์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ พร้อม ตัวแทนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้ตั้งเวทีขนาดเล็กหน้าม.รามคำแหง ย่านหัวหมาก โดยใช้ชื่อ"กลุ่มรำลึกพฤษภา 35-53 กับการข่มขู่คุกคามประชาชน"  โดยมีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยประมาณ 200 คน ส่วนใหญ่เป็นการปราศรัยต่อต้านการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ วิงวอนไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับประชาชน

 ขณะเดียวกันการปราศรัยผ่านไปสักพักทางกลุ่มผู้ปราศรัยจะมีการตั้งเวทีถาวรบริเวณดังกล่าว แต่ทำให้นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง จำนวนหนึ่งเกิดความไม่พอใจได้เข้ามาขอร้องว่าไม่ให้ใช้มหาวิทยาลัย เป็นเครื่องมือทางการเมือง จากนั้นมีการโต้เถียงปะทะคารมกันไปมาและขว้างขวดน้ำใส่กัน จนทำให้พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน ผกก.สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามจราจล (ปจ.) ประมาณ 100 นาย เข้ามาห้ามปรามทำให้ทั้งสองฝ่ายหยุดตอบโต้กันโดยไม่มีเหตุรุนแรงมากนัก นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงกลับเข้าไปในมหาวิทยาลัย ขณะที่กลุ่มสนนท.ยังตั้งเวทีย่อยปราศรัยต่อไป

เสื้อแดงเล็งเปิดเวทีย่อยหน้าม.รามคำแหง

 ทั้งนี้เมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.ที่ผ่านมา กลุ่ม นปช.ได้นำรถบรรทุกที่ดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยย่อย ไปจอดที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเตรียมเปิดเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล และจัดชุมนุมคนเสื้อแดงขึ้นที่บริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงรวมทั้งนักศึกษาที่ทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ขอร้องไม่ให้มาเปิดเวทีในบริเวณดังกล่าว ซึ่ง กลุ่ม นปช.ยอมที่จะย้ายรถออกไป แต่ยังจอดสแตนด์บายอยู่ในบริเวณใกล้เคียง รอจังหวะที่จะกลับมาเปิดเวทีหน้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง

องค์การนักศึกษา สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และประชาคมรามคำแหงหรือ อศ.มร.ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นจุดชุมนุมเกรงว่าจะเป็นพื้นที่อันตราย ตอกลิ่มความขัดแย้งทางการเมืองความว่า
 
ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนมากมาย อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย ประชาคมรามคำแหงทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่มีหน้าที่อยู่ในภาคส่วนต่างๆ มีความพยายามอย่างเต็มที่ในการเข้าไปมีส่วนร่วมคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้ โดยความร่วมมือและการประสานข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า จะมีความพยายามเข้ามาใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในการจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมต่อการชุมนุมที่เวทีราชประสงค์ ซึ่งมีแนวโน้มทำให้เกิดพื้นที่อันตรายขยายวงกว้างมากขึ้น ประกอบกับพื้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยรอบ รายล้อมไปด้วยสถานศึกษา เป็นย่านที่พักอาศัยของนักศึกษา และบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนที่ค้าขายและอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น ไม่เหมาะต่อการใช้เป็นพื้นที่ชุมนุมที่สุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรงในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือรามคำแหงเป็นพื้นที่รวมของคนหลายกลุ่ม หลากหลายความคิด ที่ยังสามารถดำรงความคิดต่างไว้ได้ โดยไม่เกิดความขัดแย้งหรือความรุนแรงใดๆเลย เป็นเวลาร่วมเกือบสี่สิบปีมาแล้ว
องค์การนักศึกษา สภานักศึกษา และ ประชาคมรามคำแหงจึงแสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1. ประชาคมรามคำแหง ขอคัดค้านการเข้ามาใช้พื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อจัดกิจกรรมทางการเมือง ที่สุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรง ของกลุ่ม องค์กรทุกกลุ่ม ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองทวีความขัดแย้งอย่างในปัจจุบัน ซึ่งความกังวลดังกล่าวส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องเลื่อนการรับสมัครนักศึกษาใหม่ในวันนี้ออกไป ตลอดจนได้เลื่อนการสอบที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม 2553 ออกไปด้วยเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาเป็นจำนวนมาก

2. ประชาคมรามคำแหงจะไม่สนับสนุนทุกความพยายาม ที่เป็นการตอกลิ่มความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นในสังคม และขอ เรี ย กร้องกับ ชาวรามคำแหง อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ให้ร่วมกันแสดงจุดยืนปกป้องมหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่เป็นกลาง มิให้เป็นฐานทางการเมืองของใคร หรือกลายเป็นพื้นที่อันตราย เพิ่มไฟขัดแย้งในสังคม

3. ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุด เพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเริ่มต้นการเจรจารอบใหม่ คืนความสงบแก่ประเทศชาติและประชาชน

ชาวบ้านราชปรารภ16"วอนพาคนแก่ออกจากบ้านหวั่นอันตราย

 เมื่อเวลา 22.30 น. ชาวบ้านภายในซอยราชปรารภ 16 โทรศัพท์เข้าที่สำนักข่าวเนชั่น เพื่อขอความช่วยเหลือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พาออกนอกพื้นที่โดยด่วนเนื่องจากบริเวณบ้านพักอยู่ใกล้จุดการปะทะระหว่างทหารกับผู้ชุมนุมเสื้อแดง เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายเพราะจุดดังล่าวมีเสียงปืน เสียงระเบิด ควันไฟจากการจุดยางรถยนต์เหม็นฟุ้งกระจายเข้าในตัวบ้านทำให้หายใจติดขัด เนื่องจากภายในบ้านมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่

 


เปิดอ่าน