“เทพ โพธิ์งาม”โผล่ร่วมแจมม็อบหลากสีหน้าราบ11

กลุ่มเสื้อชมพู บุกราบ 11 ให้กำลังใจ นายกฯ - ทหาร ห้ามยุบสภา-ลาออก ยันพลังเงียบพร้อมหนุน"อภิสิทธิ์" ระบุการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง “เทพ โพธิ์งาม” โผล่แจมม็อบหลากสีหน้าราบ 11 อ้างรำคาญม็อบแดงเลยอยากแสดงพลัง

 (16เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 8.00 น. กลุ่มคนใส่เสื้อหลากสี ในนามเครือข่ายพลเมืองปกป้องแผ่นดิน หรือกลุ่มคนเสื้อสีชมพู และกลุ่มเฟซบุ๊กต้านยุบสภาราว 2,000 คน นำโดย น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ได้ทยอยเดินทางมาชุมนุมที่หน้ากองพลทหาร ราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่

 อีกทั้งคัดค้านผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ราชปราสงค์ โดยผู้ชุมนุมเสื้อชมพูได้โบกธงชาติไทย และธงตราสัญลักษณ์ พร้อมชูป้ายข้อความว่า “เรารักในหลวง คนไทยไม่มีสี” “ยุบสภาตามฉันหรือยัง?” รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อชมพูได้มอบดอกกุหลาบสีชมพู สีแดง พร้อมกับมอบขนม เครื่องชูกำลังให้กับทหารที่อยู่ที่ราบ 11 ด้วย  

 กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยึดแนวถนนพหลโยธินบริเวณขาเข้าหน้าร.11 รอ. ตั้งแต่แยกบางเข้นจนถึงเชิงสะพานบางบัว โดยเหลือเส้นทางให้รถสัญจรได้เพียงฝั่งขาออกเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวที่จอดเป็นแนวยาวข้างทางตั้งแต่แยกบางเขนถึงเชิงสะพานบางบัว

 ทั้งนี้ น.พ.ตุลย์ ได้ขึ้นรถปราศรัยที่มีป้ายข้อความติดอยู่ว่า “การเมืองแก้ด้วยการเมือง การก่อการร้ายแก้ด้วยใคร” นอกจากนี้ ยังนำผู้ชุมนุมเสื้อชมพูร้องเพลงเราสู้ และกล่าวเรียกร้องต่อนายอภิสิทธิ์ห้ามยุบสภา ห้ามลาออก โดยอ้างพลังเงียบของประชาชนที่ยังไม่ออกมาเรียกร้องยังคงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ และยังเชื่อมั่นในความดี ขอให้คนไทยไม่แบ่งแยก ทุกสีคือคนไทย

 เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ ประธานองค์กรอุนาโลม และนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาร่วมเวทีของกลุ่มดังกล่าวด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเครือข่ายพลเมืองปกป้องแผ่นดิน ได้มีการแจกจ่ายแถลงการณ์ โดยมีใจความว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในกรุงเทพ ได้ยุยงให้เกิดความแตกแยกของชนชั้น จาบจ้วงเบื้องสูง อีกทั้งยังก้อความรุนแรงทั้งใต้ดินบนดิน ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการชุมนุมที่ฝ่าฝืนและละเมิดรัฐธรรมนูญ มีเจตนาล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ขอใช้สิทธิความเป็นมนุษย์ ในการปกป้องชีวิต ทรัพย์สินชุมชนและสังคม โดยขอใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 70 ว่าด้วย บุคคลมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ และ มาตรา 71 ว่าด้วย บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ขอเรียกร้องให้ประชาชนแสดงเจตนารมย์ ปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และความสงบของประเทศอีกด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อชุมนุมประกาศบนรถปราศรัย จะปักหลักชุมนุมหน้าราบ 11 ขณะที่มีกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจของ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามฝูงชน 3 กองร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) 1 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางเขน บางส่วน รวมถึงกำลังทหารที่ประจำการหน้า ร.11 รอ. ดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบ

 ขณะที่ ทหารกองพันปฏิบัติจิตวิทยา (ปจว.) ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าประตูทางเข้า ร.11 รอ. ได้กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงชี้แจงต่อประชาชนชาวบางเขนให้ทราบว่า ได้มีกลุ่มคนดังกล่าวมาชุมนุม โดยไม่ต้องตกใจเพราะไม่มีเหตุร้ายอะไร อีกทั้งยังกล่าวขอบคุณที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาให้กำลังใจและเปิดช่องทางการจราจร รวมถึงขอร้องให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปบนสะพานลอย เพราะในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ได้มีประชาชนขึ้นไปรวมตัวและกระทืบเท้า ส่งผลให้สะพานลอยชำรุด จึงขอให้มีเพียงสื่อมวลชนและช่างภาพขึ้นไปได้เท่านั้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากตัวแทนกลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลและกองทัพ แนวร่วมกลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ที่อยู่บนเวทีปราศรัยบนรถสิบล้อ ได้นำประชาชนร้องเพลงบางระจัน และเพลงอยุธยา เพื่อแสดงถึงความรักชาติด้วย

 ต่อมา นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงษ์ ผู้ประสานงานกลุ่มพิทักษ์ชาติ กล่าวบนเวทีกับประชาชนหลังการยื่นหนังสือว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ตอบผ่านมายังนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าขอขอบคุณกำลังใจจากประชาชนทุกคน

 ตนเชื่อว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีทราบว่าพวกเรามีกำลังใจให้ คงจะเดินหน้าทำงาน และทำให้ความสงบสุขกลับมาอย่างแน่นอน จากนั้น นพ.ตุลย์ นำผู้ชุมนุมตะโกน “นายกสู้ๆ” “ทหารสู้” และ“พ.อ.สรรเสริญ สู้ๆ ขอให้พ.อ.สรรเสริญได้เป็นนายพลไวๆ” ทั้งยังได้นัดหมายประชาชนให้ไปพบกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เวลา 16.00 น. จากนั้น โฆษกบนเวทีได้ประกาศบนเวทีว่าขอให้แกนนำพันธมิตรทุกจังหวัด ไปพบกันที่มหาวิทยาลัยรังสิต ในวันที่ 18 เม.ย.นี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างผ่อนคลาย โดยมีวงดนตรีแฮมเมอร์มาขับร้องเพล และในเวลา 12.30 น. “เทพ โพธิ์งาม” ศิลปินตลกชื่อดัง ที่มาร่วมชุมนุมด้วย ได้ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยอย่างติดตลก ว่า บังเอิญว่าตนออกมาซื้อข้าวมันไก่เลยแวะมาที่นี่ ประกอบกับเห็นข่าวแล้วรำคาญกลุ่มคนเสื้อแดง จึงออกมาแสดงพลังด้วย ซึ่งการปราศรัยของเทพ โพธิ์งาม ได้เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชุมนุมอย่างมาก

กลุ่ม40ส.ว.จี้รัฐ เร่งจัดการแกนนำแดง-สลายการชุมนุม

 เมื่อเวลา 11.30 น.ที่โรงแรมสวนดุสิต กลุ่ม40ส.ว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน นางพรพันธุ์ บุญรัตพันธ์ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา นายคำนูณ สิทธิสมาน น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ และน.ส.สุมนต์ สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี เปิดแถลงข่าวกำหนดท่าทีต่อสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน โดยนายไพบูลย์ กล่าวว่า กลุ่ม40ส.ว.ได้หารือถึงสถานการณ์บ้านเมืองโดยมีความเห็นว่าปัญหาปัจจุบันของบ้านเมืองเป็นปัญหาความมั่นคงของชาติและสถาบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการปกป้องพิทักษ์สถาบันหลักของชาติ ขอเรียกร้องให้ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและส่วนต่างๆ ออกมาแสดงพลังเพื่อปกป้องประเทศชาติและสถาบัน

 นางพรพันธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือความมั่นคงของประเทศ และการมีความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้น โดยรัฐบาลต้องรับผิดชอบร่วมกับทหารและตำรวจเพื่อให้มีความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้นโดยเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ข้อมูลที่ปรากฎจากฝ่ายต่างๆ ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกับความพยายามล้มล้างสถาบัน รัฐบาลจึงต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ดังนั้นการยุบสภาหรือการดำเนินการทางการเมืองจึงไม่ใช่สิ่งที่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งนี้รัฐบาลต้องชี้แจงด้วยว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาวของประเทศจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ประชาชนมั่นใจและเชื่อใจว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้

 ด้านน.ส.รสนา กล่าวว่า ขอเรียนผ่านสื่อไปยังประชาชนกรุงเทพฯ ขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นปัญหาสำคัญของชาติไม่ใช่ปัญหาเรื่องการเรียกร้องให้ยุบสภาแล้วจะแก้ไขปัญหาได้ การแก้ไขปัญหาไม่ได้สามารถเกิดขึ้นได้จากการยุบสภาเพียงอย่างเดียว การตื่นตัวของคนกรุงเทพฯที่ออกมาแสดงพลังต้องแยกระหว่างส่วนที่เป็นผู้ชุมนุมกับแกนนำ เนื่องจากสิ่งที่แกนนำดำเนินอยู่เป็นการดำเนินการเกินกว่าจะเรียกว่าการชุมนุมโดยสงบไปแล้ว

 “รัฐบาลจึงต้องจัดการกับกลุ่มหัวหน้าโดยเร็วโดยต้องระมัดระวังไม่ให้ผู้ชุมนุมซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปได้รับอันตราย ขอให้พลังเงียบออกมาเรียกร้องให้บ้านเมืองกลับคือสู่ปกติ หากปล่อยให้เหตุการณ์ล่วงเลยไปจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ เราไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาหรือลาออกของรัฐบาล รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาให้ได้ก่อนจึงจะยุบสภานอกจากนี้วุฒิสภาจะเสนอให้มีการจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายนเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย” น.ส.รสนา กล่าว

 ด้านนายประสาร กล่าวว่า ตนห่วงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้บริเวณแยกราชประสงค์จะกลายเป็นดงสังหาร ตนเชื่อว่าขณะนี้เหตุการณ์ไม่ปลอดภัยที่พร้อมจะมีเหตุการณ์อะไรก็ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมนุม ตนยังขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้สื่อของรัฐในการนำความจริงของเหตุการณ์ออกมาตีแผ่ ส่วนพลังประชาชนที่ไปชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 11 เป็นเครื่องสะท้อนว่าหากคนทั่วประเทศสามารถแสดงพลังได้เช่นนี้จะทำให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนในการแก้ไขสถานการณ์ได้

 นายคำนูณ กล่าวว่า ขอวิงวอนแกนนำที่มีเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ควรเร่งสลายการชุมนุมโดยเร็วที่สุด การมีผู้ก่อการร้ายที่ถืออาวุธเข้ามาในที่ชุมนุมเป็นเรื่องที่อันตราย ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงถือว่าดำเนินการได้ผลอย่งมหาศาลแล้วเพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะยุบสภาไปเองไม่จำเป็นต้องมาประกาศให้รัฐบาลยุบสภา ดังนั้นแกนนำที่มีเหตุผลจึงควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไปด้วยตัวเอง การดำเนินการเคลื่อนไหวทางสังคมเป็นการสั่งสมชัยชนะไม่ใช่ใช้กำลังเอาชนะคะคานกัน การเสี่ยงที่จะสู้ต่อแล้วจะทำให้เกิดชัยชนะโดยเด็ดขาดเป็นการต่อสู้ที่เกินความจำเป็น เมื่อสั่งสมชัยชนะเหนือรัฐบาลได้แล้วจึงไม่จำเป็นต้องต่อสู้อะไรต่อไปอีก

พลังเงียบ300คนร่วมทำบุญให้เหยื่อปะทะ10เม.ย.

 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดมหาพุทธธาราม (วัดพระโต) อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ   กลุ่มพลังมวลชน จำนวนประมาณ 300 คน ซึ่งประกอบด้วย ชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ  ชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ศรีสะเกษ เครือข่ายชุมชนคนศรีสะเกษ  กลุ่มสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน เขตงานพนมดงรัก  คณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ 
ซึ่งนำโดย นาย  สิริพงษ์ ไพศาลสุวรรณ     นายทิวา  รุ้งแก้ว และนายรณชิต  ทุ่มโม่ง  ได้นัดรวมตัวกันภายในอุโบสถ วัดมหาพุทธธาราม  เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา  พร้อมอ่านแถลงการณ์  แนวทางการเคลื่อนไหว เรื่อง จำนวน 4 ข้อ 

            จากนั้นนายสิริพงษ์   ไพศาลสุวรรณ  ประธานชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ   ได้อ่านแถลงการณ์  แสดงเจตนารมณ์ต่อสถานการณ์บ้านเมือง และขอให้คืนสันติสุขแห่งปวงชนชาวไทยโดยพลัน   ดังนี้  1.ขอให้ยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ และให้บังคับใช้กฎหมาย กับผู้กระทำผิดทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด  ทั้งอภิสิทธิชน กลุ่มอาศัยพลังมวลชน และผู้ก่อการร้าย ที่ใช้อาวุธสงครามทำร้ายทหารและประชาชน อย่างเด็ดขาด

 2.ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาในทันที แต่ให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เกิดสารัตถประโยชน์ต่อประชาชน ให้มากที่สุด เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย และเร่งปรับปรุงกระบวนการเลือกตั้ง ให้เกิดความมั่นใจ ในความบริสุทธิยุติธรรมก่อน จึงยุบสภาในระยะเวลาอันสมควร 
 3.คัดค้านการปฏิวัติรัฐประหารทุกรูปแบบ แต่สนับสนุน ให้ใช้กำลังฟื้นฟู ความบอบช้ำของประชาชาติ ให้คืนสู่สภาวะปกติโดยทันที  4. ขอให้มี สภาสมานฉันท์แห่งชาติ หาวิธีหยุดการเผชิญหน้า  โดยจัดให้มีการเจรจา หาข้อยุติ เพื่อคืนสภาพ ประเทศไทยให้พ้นจากบ่วง พันธนาการ ทางการเมืองโดยเร็วพลัน

 จากนั้น กลุ่มพลังมวลชนทั้งหมด ได้เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อ ยื่นแถลงการณ์  ถึง นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่าน นาย ระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  แต่ปรากฏว่า  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ   ติดราชการ จึงได้มอบหมายให้ นายปิติธรรม ฐิติมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  มารับหนังสือจากกลุ่มพลังมวลชน แทน   จากนั้น กลุ่มพลังมวลชนทั้งหมด ได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ


เปิดอ่าน