royal coronation
วันที่ 19 สิงหาคม 2562
การเมือง

"เต้" ลั่นไม่ร่วมรัฐบาล หลอกกันยิ่งกว่าผี (คลิป)

วันที่ 13 สิงหาคม 2562 - 13:40 น.
NationPhoto,พรรคไทยศรีวิไลย์,แถลงข่าวออกจากการร่วมรัฐบาล,มงคลกิตต์สุขสินธารานนท์,คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 2,952 ครั้ง

"มงคลกิตติ์" เปิดตัว ค้านอิสระ แฉผู้ใหญ่พปชร.ผิดคำพูด 2 ครั้ง ไม่ให้ตำแหน่งผู้ช่วยรมต. ขอเดินหน้าตรวจสอบ ตัดสินโหวตเป็นรายครั้ง ลั่นไม่ร่วมรัฐบาล"ลุงตู่"

คลิปที่ 1

 

             13 ส.ค.62-"มงคลกิตติ์" เปิดตัว ค้านอิสระ แฉผู้ใหญ่พปชร.ผิดคำพูด 2 ครั้ง ไม่ให้ตำแหน่งผู้ช่วยรมต. ขอเดินหน้าตรวจสอบ ตัดสินโหวตเป็นรายครั้ง ลั่นไม่ร่วมรัฐบาล"ลุงตู่ "ขู่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่ยังปลื้ม "ธรรมนัส" พึ่งได้-ให้กู้เงิน พร้อมงัดพระกริ่งปวเรศ 50 ล้านโชว์พุทธคุณปราบคนไม่รักษาสัจจะ เตือน 9 พรรคเล็กระวังโดนหลอกซ้ำ                          

              โรมแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ -13 ส.ค. 62 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์  หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค แถลงข่าวประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระอย่างเป็นทางการ ว่า พรรคได้ประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ ขอเปลี่ยนสถานะจากพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านอิสระยืนข้างประชาชน โดยไม่ได้เข้าร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน โดยมีแนวนโยบายสนับสนุนสิ่งที่รัฐบาลทำถูกต้อง และคัดค้านในเรื่องไม่ถูกต้อง การทำงานของพรรคจะเป็นเอกเทศ ถือว่าในสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ได้มีแค่รัฐบาลและฝ่ายค้านแต่จะมีฝ่ายค้านอิสระอีก 1 คน

 

 

คลิปที่ 2

              

           นายมงคลกิตติ์ กล่าวถึงเหตุผลที่เข้าร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ต้องการเปิดสวิตซ์ประเทศไทย ให้ประเทศก้าวสู่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างสมบูรณ์และประเทศชาติเดินหน้าได้  นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ไปขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ให้อำนาจ ม. 44 หายไป ส่งทหารกลับเข้ากรมกอง สร้างความมั่นใจกับนักลงทุนต่างชาติว่าประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตยแท้จริง  ส่วนเหตุผลที่ออกจากฝ่ายรัฐบาล เพราะการทำงานในสภาในฐานะฝ่ายรัฐบาลไม่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบ ต้องเกรงใจกันหลายขั้นตอน อีกทั้งมีการบล็อกกันไม่ให้ได้พูด ให้เวลาในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองน้อยมาก  พรรคพลังประชารัฐ ( พปชร.)ไม่ให้เกียรติกัน ไม่นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลไปดำเนินการ กลับสวนทางกันทางนโยบายกันอย่างชัดเจน อาทิ การเร่งจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้งและแอร์บัส 38 ลำ 1.56 แสนล้านบาท ทั้งที่การบินไทยขาดทุน  

 

         นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า แนวคิดหารายได้เพิ่มของ นายอุตมะ สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยการเพิ่มภาษีน้ำมันผลักภาระให้ประชาชน 67 ล้านคน ทำให้ซ้ำเติมความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่แย่อยู่แล้ว จะทำให้ค่าครองชีพทุกด้านสูงขึ้น  และการออกนโยบายประชานิยมแบบหายนะ คือ การแจกเงินประชาชน โดยการขาดวินัยทางการเงินการคลัง ซ้ำเติมปัญหาหนี้สาธารณะ จะแจกได้ก็ต่อเมื่อจัดงบประมาณเกินดุล  นอกจากนี้รัฐบาล มีแนวโน้มจะกู้เงิน IMF มาใช้หนี้เงินต้นเดิมจากธนาคารญี่ปุ่นฯ และชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยถูกบีบให้ต้องขายรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรออกไป

 

           "ผู้ใหญ่ใน พปชร.ไม่รักษาสัจจะในข้อตกลงในการร่วมรัฐบาล ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาแบบให้เกียรติกัน ไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้น จน 10 พรรคต้องออกมาเรียกร้อง จนมาถึงขณะนี้มันสายเกินไปแล้ว และกรณีนายกรัฐมนตรี กล่าวถวายสัตย์ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ 2560 และไม่แสดงสปิริตความรับผิดชอบทางการเมือง หรือ แก้ไขให้ถูกต้อง โดยจุดยืนของพรรคจากนี้ไป ผมและผู้บริหารพรรคไทยศรีวิไลย์ ไม่ขอรับตำแหน่งทางการเมืองฝ่ายบริหารใดๆ นอกจาก ตำแหน่งส.ส. ส่วนตัวยังเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ แต่ต้องแก้ไขสิ่งที่ผิด ให้ถูกต้อง  ถึงจะบริหารประเทศต่อไปได้"นายมงคลกิตติ์กล่าว       

         นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า ตนกับ 9 พรรคเล็กยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเวลาทำงานในสภาฯ ก็ยังนั่งทำงานในที่เดียวกัน ตนยังรักพี่ ๆ ทุกคนโดยเฉพาะนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ทั้งนี้ยอมรับว่าพรรคพปชร. พยายามส่งแกนนำมาประสานปรับความเข้าใจเรื่องตำแหน่งหน้าที่ฝ่ายบริหาร ซึ่งมีทั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ส.ว.  โดยเฉพาะร.อ.ธรรมนัส ที่ยังไว้ใจได้ เวลาพรรคไทยศรีวิไลย์ ขัดสนยังไปขอยืมเงินได้

          เมื่อถามว่าได้รับการประสานแล้วทำไมจึงไม่ยอมกลับไปร่วมรัฐบาลเหมือนกับ 5 พรรคเล็ก นายมงคลกิตติ์ กล่าวา มันไม่เหมือนกัน เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นหากผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐรักษาคำพูด ซึ่งไม่ใช่ครั้งเดียวที่ผิดคำพูดแต่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว คำพูดเปลี่ยนไปมาไม่ได้ ตนเป็นหัวหน้าพรรคมีสมาชิกพรรคเป็นหมื่นคนก็จะทำกลับไปกลับมาไม่ได้เหมือนกัน จากนี้การนำเสนอนโยบายของพรรคก็จะเสนอต่อสภา ได้พูดคุยกับประธานสภาฯแล้วว่าจะขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ และขอตั้งตัวเองเป็นประธานวิปฝ่ายค้านอิสระ และต่อไปในอนาคตหากส.ส.คนใดอึดอัดต่อการทำงานก็มาร่วมกันได้ และจะผลัดกันเป็นประธานวิปฯ เราจะไม่มีการบีบบังคับให้พูดหรือไม่พูด

          "ผมอึดอัดมาตั้งแต่วันแรกที่ตั้งกระทู้เรื่องซื้อเครื่องบินการบินไทย ถูกบล็อกทั้งจากกลุ่ม 10 พรรคเล็ก วิปรัฐบาล ผู้ใหญ่ในรัฐบาล ถ้าต้องทำงานแบบนี้อีก 3 ปี 10 เดือนคงอกแตกตาย  จริง ๆ ผมเริ่มคิดที่จะเป็นฝ่ายค้านอิสระตั้งแต่หลังนายกฯแถลงนโยบายต่อสภา ตอนนั้นหมด ม.44 แล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะ ครั้งนี้เป็นเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งถือเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย ยืนยันถ้ารัฐบาลยังมีชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯผมก็จะไม่เข้าร่วม"นายมงคลกิตติ์กล่าว

          เมื่อถามถึงการออกจากพรรคร่วมจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า รัฐบาลมี 254 เสียง เมื่อต้องมีการโหวตจะตัดเสียงประธานสภา และเสียงของตนออกไปก็จะเหลือ 252 และในอนาคตอาจมีการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จากกรณีทุจริตสนามฟุตซอล 3 คน ฝ่ายรัฐบาลก็จะเหลือ 249 ขณะที่ฝ่ายค้านมี 246 เสียง หยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 คน เหลือ 245 ก็ยังถือว่ารัฐบาลสามารถทำงานได้แต่เสียงจะปริ่มน้ำ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคลเสียงของรัฐบาลก็จะเหลือ 248 เพราะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะไม่สามารถโหวตให้ตนเองได้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลทำถูกต้องก็ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีส.ส.ถูกชี้มูลเพิ่มเพราะกรณีฟุตซอลยังมีอีกหลายจังหวัด และยังไม่นับรวมคดีทุจริตจำนำข้าวที่ยังเหลืออีกกว่าร้อยสำนวนซึ่งถ้าป.ป.ช.ไม่เร่งดำเนินการก็จะถูกฟ้องฐานประวิงเวลา

        เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าเพราะต่อรองผลประโยชน์ไม่ได้จึงออกมาเป็นฝ่ายค้านอิสระ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า เดิมทีตนไม่จำเป็นต้องต่อรองเลย เพราะพปชร.รับปากว่าพรรคเราจะได้ตำแหน่งฝ่ายบริหาร 1 ที่แล้วพรรคอื่นไม่ได้ตำแหน่ง จริงๆ แล้วเหตุผลไม่ใช่เรื่องต่อรองประโยชน์ ถ้าได้ผลประโยชน์แล้วจะออกทำไม เรื่องผลประโยชน์แค่ 15 % แต่อีก 85%เป็นเรื่องนโยบายที่ขัดแย้งกัน เช่นนายอุตตม ต้องการหารายได้เพิ่มจากการขึ้นภาษีน้ำมัน แต่พรรคเราไม่เห็นด้วย ต้องการผลักดันเปิดเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ คาสิโนถูกกฎหมาย เพื่อนำรายได้มาแก้ปัญหาหนี้สาธารณะดังนั้นตนจึงควรได้รับตำแหน่งผู้ช่วยรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการคลังที่จะหาเงินเข้าประเทศ โดยเฉพาะดูปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรของบริษัทนำเข้ารถยนต์ขนาดใหญ่

 

         เมื่อถามต่อว่ามีโอกาสกลับเข้าร่วมรัฐบาลอีกหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ย้ำว่าเป็นเรื่องอนาคตอีกไกล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวี่แวว ต้องดูว่ารัฐบาลเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร แต่ตอนนี้ต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระและขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า 10 ปีที่ผ่านมาทำงานมาหลายอย่าง ทั้งนี้นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงกรณีนายกฯ กล่าวถวายสัตย์ไม่ครบว่า ถ้าเป็นตนก็ลาออกไปแล้ว เหมือนสมัยพระเจ้าเสือที่พันท้ายนรสิงห์ยอมตายเพื่อรักษากฎมณเทียรบาลทั้งที่ไม่ผิด นายกฯซึ่งเป็นชายชาติทหารยิ่งต้องมีสามัญสำนึกมากกว่าคนทั่วไป แต่ถ้านายกฯไม่ลาออก ก็เป็นเรื่องของประชาชนจะพิจารณาอย่างไร จะชุมนุมกันก็ได้

           เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า 9 พรรคเล็กที่ยังร่วมรัฐบาลจะถูกหลอกในเรื่องตำแหน่งทางการเมืองอีกหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า "ถ้าเราคุยกับผีก็จะถูกผีหลอก นี่เราตกลงกับคนยังโดนหลอก ความจริงมนุษย์ไม่น่าจะหลอกกัน นี่ขนาดยังไม่ตายยังหลอกกันขนาดนี้ ถ้าตายจะหลอกกันขนาดไหน เมื่อถามว่าแขวนพระอะไรจึงไม่กลัวผีกลอก นายมงคลกิตติ์จึงได้โชว์พระกริ่งปวเรศทองคำ ที่พกติดตัว และระบุว่า พระองค์นี้มีพุทธคุณเอาชนะคนชั่ว ชนะคนไม่รักษาสัจจะ ซึ่งผมจะชี้แจงพระองค์นี้ในบัญชีทรัพย์สินที่ต้องยื่นต่อป.ป.ช. โดยผมประเมินราคาไว้ที่ 50 ล้านเพราะเป็นมรดกตกทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่นและเชื่อว่านายกคงจะไม่มี"

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเปิดตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระก็ได้มีกลุ่มประธานสภาลูกหนี้กู้วิกฤตชาตินำดอกไม้มามอบให้เป็นกำลังใจ พร้อมระบุว่าให้รักษาจุดยืนจะเปลี่ยนไปมาเหมือน 9 พรรคเล็ก คราวหน้าเลือกตั้งเชื่อว่าจะได้มาเป็นแสนคะแนน ขณะที่องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ก็ได้ยื่นข้อร้องเรียนในเรื่องการปกป้องพระพุทธศาสนา

 

 

คลิปที่ 3

Shares :
เปิดอ่าน 2,952 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ