royal coronation
วันที่ 25 สิงหาคม 2562
การเมือง

ครป.ชูแก้ รธน.ให้เหมือนฉบับปี40

วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 - 17:38 น.
ครป,พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต,ชูแก้รธน,รธนปี2540,ประยุทธ์
Shares :
เปิดอ่าน 2,172 ครั้ง

ครป.เย้ย รบ.ลุงตู่ ต้นทุนต่ำ มี รมต.อื้อฉาว "สมชาย" ซัด 5 ปี คสช. ประชาธิปไตยถูกทุบ นิติธรรมถูกบิดเบือน ชูแก้ รธน. ให้เหมือนฉบับปี2540

 

           คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดเวทีอภิปราย “ข้อเสนอคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)กับ คณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ (2)” จัดขึ้นที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน

     

          โดย นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธาน ครป., นายศักดิ์ณรงค์ มงคล รองประธาน ครป. , นายกษิต ภิรมย์ ที่ปรึกษา ครป. ,นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ที่ปรึกษา ครป. ,นายสาวิทย์ แก้วหวาน กรรมการ ครป. และนายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป.

       

          นายพิชาย กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปการเมือง เพราะเห็นว่ารัฐบาลนี้มีต้นทุนการเมืองต่ำกว่ามาตรฐานสากล จำเป็นต้องยกระดับ เพื่อเพิ่มความชอบธรรมให้การบริหารบ้านเมือง โดยชี้ว่าต้นทุนที่ต่ำของรัฐบาลเกิดจากรัฐบาลที่มาจาก ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เสียงที่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว.และ ส.ส. ที่มีเสียงปริ่มน้ำ เกินครึ่งมาเพียง 4-5 เสียงเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าเสถียรภาพรัฐบาลอาจมีปัญหาได้จากการบริหารประเทศ ภาพลักษณ์ของ ครม.ก็ไม่ดี รัฐมนตรีมีเรื่องอื้อฉาวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เช่น ถูก ป.ป.ช.สอบ เคยจำคุก เป็นภาพลักษณ์ที่เริ่มจากการติดลบ ถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะติดลบไปเรื่อยๆ ดังนั้นต้องรีบปรับ 7-8 รัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อกู้ภาพลักษณ์ 

 

 

            นอกจากนี้ยังมีการแย่งชิงตำแหน่งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ในทุกขั้นตอน ของการตั้ง ครม. แม้กระทั่งตั้งเสร็จแล้ว รัฐมนตรีก็ยังแย่งงานกันอีก รัฐบาลจึงต้องเร่งเพิ่มต้นทุนให้ตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะประสบชะตากรรมในอนาคตที่ไม่ไกลนัก ในขณะเดียวกัน พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยังมีแนวโน้มไม่รักษาสัญญาประชาคมที่ให้ไว้ต่อประชาชน ทั้งพรรค พปชร. ปชป. ภท. เช่น เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะไม่ทำในนโยบายเร่งด่วน ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าภายใต้สถานการณ์อย่างนี้รัฐบาลจะอยู่ถึง 1 ปีหรือไม่ นอกจากนี้ ยังเสนอว่า เพื่อยกระดับมาตรฐานประชาธิปไตยให้เทียบเท่าสากลต้องแก้รัฐธรรมนูญอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การพัฒนาประชาธิปไตยไทยก้าวสู่ประชาธิปไตยสมานฉันท์

 

             ด้านนายกษิต กล่าวถึงการบริหารราชการแผ่นดินและธรรมาภิบาล ว่า รัฐบาลชุดนี้ต้องน้อมนำพระราชดำรัสของทั้ง ร.9 และ ร.10 มาปฏิบัติ และต้องทำงานตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้แล้ว นายกฯ และ ครม.ทั้ง 35 คน ทำงานเป็นอื่นไม่ได้นอกจากรับใช้แผ่นดิน รับใช้ราชบัลลังก์ คนที่จะเป็นรัฐมนตรีต้องเคารพกฎหมาย และมีธรรมะในใจ เพราะเรื่องศีลธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสิ่งสำคัญ

 

            นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ควรมีองค์กรกลางในการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นมา คล้ายกับที่องค์การสหประชาชาติ (UN) มี โดยหากต้องการเช่ารถ ก็ให้องค์กรกลางฯ เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด แล้วแจกจ่ายรถไปให้กระทรวงต่างๆ โดยไม่ให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการจัดซื้อกันเอง เพื่อความโปร่งใส และที่สำคัญห้ามรัฐมนตรี เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเด็ดขาด และควรเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งรวมไปถึงการจัดซื้ออาวุธด้วย ทั้งนี้เมื่อประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ พรรคการเมือง ปลัดกระทรวง จึงเป็นผู้รับใช้ ไม่ใช่เจ้านายของประชาชน

          

                  ขณะที่ นายสมชาย กล่าวว่า สังคมไทยที่ผ่านมา มีประชาธิปไตยบิดเบือน โดย 5 ปี ภายใต้ คสช. ประชาธิปไตยถูกบั่นทอน เปรียบกับคนก็เหมือนถูกทุบตี ถูกกระทำให้เสียหาย โดยเฉพาะคำว่านิติรัฐ ที่ถูกบิดเบือนว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ว่ากฎหมายนั้นจะผิดศีลธรรมก็ตาม เช่น กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ ทั้งนี้ตนจะดูว่ารัฐบาลแก้ไขสิ่งที่ผิดของรัฐบาลที่ผ่านมาได้หรือไม่ เช่น การปลดปล่อยประชาธิปไตย เพราะไม่เช่นนั้นจุดจบของรัฐบาลชุดนี้คงไม่แตกต่างจากรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม หรือเป็นเผด็จการในอดีต

                   นายสมชาย ยังแสดงความเป็นห่วงนักสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมทางการเมือง นักต่อสู้เพื่อชนเผ่าพื้นเมือง ต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ถูกทำร้าย ข่มขู่ คุกคาม และดำเนินคดีด้วยความไม่ชอบธรรม รวมถึงการขึ้นศาลทหาร ทั้งที่เขาเหล่านั้นเป็นนักปกป้องสิทธิทางการเมือง ดังนั้นต้องมีกลไกในการคุ้มครอง ปกป้องคนเหล่านี้

 

                    นายสมชาย กล่าวอีกว่า โดยต้องยกเลิกกฎหมายที่คุกคามคนเหล่านี้ แต่จะไม่สามารถทำได้ หากไม่ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม พร้อมกันนี้ ฝากถึงพรรคการเมืองเก่าแก่พรรคหนึ่ง ที่เสนอเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เข้าไปเป็นนโยบายรัฐบาล ซึ่งดูแล้วก็ยังไม่มั่นใจว่านโยบายนั้นจะทำได้อย่างจริงหรือไม่ เพราะสงสัยที่บอกว่าจะเริ่มภายใน 1 ปี แต่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด และจะแก้อะไร ตรงนี้ก็ต้องชัดเจน เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เช่นเดียวกับที่จัดทำในปี 2540 ที่เป็นฉบับประชาชน โดยจะแก้มาตรา 256 คือกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

Shares :
เปิดอ่าน 2,172 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ