royal coronation
วันที่ 25 สิงหาคม 2562
การเมือง

ในหลวงรับสั่งครม.แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด-เข้มแข็งอดทน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 - 07:35 น.
นายกฯ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา
Shares :
เปิดอ่าน 2,112 ครั้ง

ที่มา : หน้า 1 หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2562


 

          ในหลวงรับสั่งให้ ครม.ทำงานให้ดีดังที่ตั้งใจไว้ นายกฯ รับใส่เกล้าฯ ทำหน้าที่เพื่อชาติประชาชน  ถก ครม.นัดแรกทันควันรับทราบแนวทางนโยบายรัฐบาล ด้าน กอ.รมน.ปัด คสช.โอนอำนาจเรียกปรับทัศนคติ   เด้ง “ณัฏฐ์” พ้นรองเลขาฯ กกต. “ศรีสุวรรณ” เผย ป.ป.ช.เรียกสอบ “ช่อ” โพสต์มิบังควร

 

 

          วันที่ 16 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทั้ง 36 คน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อเวลา 17.45 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต


          ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำรัสต่อคณะรัฐมนตรี ความว่า “ขอให้มีกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้เพื่อความสุขและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน งานใดๆก็ต้องมีอุปสรรค งานใดๆ ก็ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหา และเข้าหางานเพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไขให้ตรงเป้าตรงจุดและมีความเข้มแข็งอดทน ก็ขอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลมีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีด้วยความถูกต้องต่อไป”


          หลังจากเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับทำเนียบรัฐบาลเพื่อถ่ายรูปหมู่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ขึ้นไปสักการะท้าวมหาพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า และพระพุทธรูปภายในห้องทำงานก่อน ขณะที่บรรยากาศการถ่ายภาพ ครม.ใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มายืนรอเป็นคนแรก ก่อนที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ จะตามมา ส่วนนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเซลฟี่ตัวเอง พร้อมถ่ายภาพสื่อมวลชนเพื่อเป็นที่ระลึกด้วย



          เมื่อลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ ทักทาย ครม.ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนนั่งประจำที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเก้าอี้ไว้ทั้งหมด 17 ตัว สำหรับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการบางกระทรวง โดยเก้าอี้แต่ละตัวมีชื่อติดไว้ว่าใครนั่งเก้าอี้ตัวใด ส่วนรัฐมนตรีที่เหลือยืนอยู่ด้านหลัง เมื่อการถ่ายรูปเสร็จสิ้นนายกรัฐมนตรีปฏิเสธตอบคำถามใดๆ ต่อสื่อมวลชน โดยใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปาก เป็นสัญลักษณ์บอกว่ายังไม่ขอพูด


          ในหลวงขอให้ทำงานเพื่อบ้านเมือง
          จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์​ ได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่​ และศาลตา​ยาย​ จากนั้นให้สัมภาษณ์​ถึงพระราชกระแสรับสั่งหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดไม่ได้ซึ่งทุกคนปลื้มปีติ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าถวายสัตย์ในวันนี้ โดยทุกคนได้ถวายสัตย์ว่า จะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป พระองค์ท่านได้พระราชทานกำลังใจให้คณะรัฐมนตรีทั้งหมดให้ทำงานได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ ทำให้ทุกคนปลาบปลื้ม ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประชุมเพื่อทำความเข้าใจ คงไม่มีอะไรมากนัก​ เพราะทุกคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มีประสบการณ์มากกว่าตนด้วยซ้ำ แต่จะคุยกันว่าต่อจากนี้จะทำงานร่วมกันได้อย่างไร


          “ผมยินดีที่ทุกคนมาช่วยงานแบบนี้ ผมยินดีจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหากันต่อไปในอนาคต ที่ผ่านมามีปัญหากันอยู่บ้าง จะด้วยความเข้าใจหรือด้วยเจตนาดีก็ตาม แต่เราได้พิสูจน์แล้วว่าเราได้เดินหน้าประเทศมาถึงวันนี้ได้รัฐบาลใหม่อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งที่เราต้องเตรียมการกันต่อไปคือการแถลงนโยบายและการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งจะมีการหารือกันในวันนี้เพื่อให้เดินหน้าไปสู่ความเรียบร้อย ประเทศชาติหยุดไม่ได้จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม แต่เราต้องยุติปัญหาบางปัญหาที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้บ้าง และสร้างความรักความสามัคคี ประเทศชาติให้มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งหลักชัยของเราคือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมถึงประชาชนด้วย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว


          เมื่อถามถึงการตั้งโฆษกประจำสำนักนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ใช่วันนี้
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างให้สัมภาษณ์ นายกฯ มีสีหน้ายิ้มแย้ม ปลาบปลื้มและตื้นตัน ระหว่างที่นายกฯ เดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 เป็นประธานการประชุม ครม.นัดแรกในเวลาประมาณ 18.20 น. ได้ยกมือขวาตบไปที่อกข้างซ้ายเบาๆ พร้อมกล่าวว่า มีความสุข


          ครม.ปลื้มปีติรับฟังพระบรมราโชวาท 
          ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ทรงให้กำลังใจให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และทำงานให้เกิดผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้เพื่อประเทศชาติ และประชาชน ซึ่งพวกเราทุกคนก็ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณและน้อมรับกระแสพระราชดำรัส


          นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ในหลวงมีกระแสพระราชดำรัสดีมากครบถ้วนกระบวนความ ซึ่ง ครม.พร้อมรับสนองพระบรมราชโองการ


          นายประภัตร โพธสุทน รมช.เกษตรและสหกณ์ กล่าวว่า ในหลวงมีรับสั่งว่าขอให้ทุกๆ คนมีสุขภาพแข็งแรง ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง ทุกอย่างมีอุปสรรค ทุกอย่างก็มีปัญหา ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขและขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง


          นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงพระราชกระแสรับสั่งว่า ขอให้ตั้งใจทำงาน การทำงานย่อมมีอุปสรรค

 

          ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เมื่อได้รับฟังพระบรมราโชวาทแล้ว ทุกคนต้องน้อมใส่เกล้าฯ ทำงานเต็มที่เพื่อถวายพระองค์ท่าน รับสั่งว่าให้ช่วยทำงานเพื่อบ้านเมือง แค่นี้ก็ถือว่าอธิบายทุกอย่าง


          ทรงให้ทำงานราบรื่น-ก้าวข้ามอุปสรรค
          ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสแสดงความยินดีต่อ ครม. ขอให้ทำงานมีความสำเร็จ ราบรื่น ก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคต่างๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นพิธีที่ราบรื่น


          นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ในหลวงรับสั่งว่าการทำงานต้องแก้ไขให้ตรงเป้า ตรงจุด ช่วยให้บ้านเมือง มีพลังในการบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จ


          ส่วนนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับร่างนโยบายรัฐบาลและยังไม่ทราบว่าในการประชุม ครม.วันนี้จะหารือถึงร่างนโยบายรัฐบาลด้วยหรือไม่ ส่วนการเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงนั้น จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้


          นอกจากนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จะเข้าทำงานที่กระทรวงในวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคมนี้ เวลา 07.49 น. ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรมว.ศึกษาธิการ และดูโครงสร้างของกระทรวงแล้ว รวมถึงอะไรหลายอย่างพอสมควร ซึ่งยังต้องได้รับฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กระทรวงเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้หารือเรื่องการแบ่งงานกับรัฐมนตรีช่วยคนอื่น คงจะได้หารือกันหลังจากนี้


          “วิษณุ”เผยถกครม.ใหม่นัดแรก
          ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า หลังจากเข้าเฝ้าฯ แล้วจะมีการประชุม ครม.ชุดใหม่ เพื่อรับทราบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างที่ยังไม่มีการแถลงนโยบาย โดยจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้บางส่วน แต่ยังไม่สามารถอนุมัติงบประมาณหรือแต่งตั้งโยกย้ายใครได้ อย่างไรก็ตามประชุมวันนี้จะมีการขอมติเห็นชอบร่างนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ถ้าหากไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถส่งพิมพ์และแจกจ่ายให้แก่ ส.ส.ได้ภายใน 24 ชม.


          ขณะเดียวกันที่ประชุม ครม.จะต้องให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง นายดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ส่วนตำแหน่งโฆษกรัฐบาลก็สามารถแต่งตั้งได้ทันที แต่ยังไม่จำเป็นต้องให้ความเห็นชอบในวันนี้ก็ได้หากยังไม่เห็นใครที่มีความเหมาะสม


          อนุทินนำทีมภท.พร้อมทำงาน
          ส่วนบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้นำคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ประกอบด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เข้าถวายสัตย์ปภิญญาณตนเข้ารับตำแหน่ง และถ่ายรูปติดบัตรคณะรัฐมนตรีโดยพร้อมเพรียงกันโดยทั้งหมดมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส


          นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งว่า ยอมรับว่าวันนี้รู้สึกตื่นเต้น เพราะไม่ได้มาทำงานที่ทำเนียบ 13-14 ปีแล้ว ซึ่งตนก็พร้อมที่จะทำงาน ส่วนการแบ่งเวลาทำงานในตำแหน่งรองนายกฯ ก็คงกำกับดูแลตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มอบหมายให้ แต่งานในหน้าที่หลักของตนคือตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ซึ่งคงใช้เวลาอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขมากกว่า แต่จะเดินทางมาทำเนียบเมื่อมีประชุมหรือมีเอกสารที่ต้องเซ็นและพบแขกบ้านแขกเมือง ทั้งนี้ได้ย้ำกับรัฐมนตรีทุกคนของพรรคว่าต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทำเพื่อประชาชนและบ้านเมืองโดยไม่มีวันหยุดพัก ทำงาน 7 วัน และตลอด 24 ชั่วโมง


          ด้านนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้น ซึ่งเพิ่งได้เป็น ส.ส. ยืนยันพร้อมทำงานโดยเฉพาะเรื่องการเกษตร ซึ่งตนอยู่กับการเกษตรมาตั้งแต่อายุยังน้อย มีความชำนาญเรื่องเกษตร และเรื่องปากท้องของประชาชน จึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการทำงาน และจะสามารถช่วยให้เกษตรมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการทำงานร่วมกันในหลายกระทรวง ถ้าทำเพียงกระทรวงพาณิชย์อาจจะลำบากจึงต้องพึ่งพากระทรวงพลังงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ซึ่งหากทั้ง 3 กระทรวงมีแนวทางไปทิศทางเดียวกันก็จะสามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรและทำให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้นได้


          “พิพัฒน์”กู้รายได้ท่องเที่ยววูบ
          นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เข้ามาทำเนียบรัฐบาลครั้งแรกก็ต้องรู้สึกตื่นเต้นอยู่แล้ว แต่ก็พร้อมที่จะทำงานในฐานะที่รับผิดชอบกระทรวงท่องเที่ยวฯ และเป็นรัฐมนตรีมือใหม่ ต้องยอมรับว่ากระทรวงท่องเที่ยวฯ ถือเป็นกระทรวงหลักที่ทำรายได้เข้าประเทศ ซึ่งตนจะต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ ส่วนเรื่องนโยบายการทำงานนั้นต้องรอนายกรัฐมนตรีเป็นคนแถลง อย่างไรก็ตามก็มีเรื่องจะเสนอนายกฯ ในที่ประชุมครม.เย็นนี้ภายหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว


          ต่อข้อถามสถานการณ์ปัจจุบันรายได้การท่องเที่ยวของประเทศลดลง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ต้องไปดูในรายละเอียด แต่ที่สำคัญจะต้องดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจว่ามาเที่ยวประเทศไทยแล้วจะเกิดความปลอดภัย ซึ่งถือว่าตนเป็นตัวแทนของนางนาที รัชกิจประการ และพร้อมที่จะทำงานตลอดเวลา ซึ่งนางนาทีก็ให้กำลังใจตนในการทำงาน และจะเป็นแนวร่วมในการช่วยเหลือเพื่อนำนโยบายลงสู่พื้นที่


          ขณะที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับเข้ามา ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยทำงานในตำแหน่ง รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี 


          ส่วน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวสั้นๆ ว่า รู้สึกตื่นเต้นเป็นปกติ เช่นเดียวกับ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จะขอทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เพราะเป็นตำแหน่งที่ภาคภูมิใจโดยเฉพาะการที่ได้มารับใช้พี่น้องประชาชน


          รมต.ตื่นเต้นไม่ได้เข้าทำเนียบนาน
          ขณะเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำทีมคณะรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์นั่งรถตู้คันเดียวกันเข้ามาทำเนียบรัฐบาล ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนรับตำแหน่ง โดยทั้งหมดมีสีหน้ายิ้มแย้ม นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้เอ่ยชมทำเนียบรัฐบาลสวยงามหลังปรับปรุงในยุครัฐบาลลุงตู่ 1 ซึ่งตนไม่ได้เข้ามานาน ขณะที่นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ระบุว่าไม่ได้เข้าทำเนียบ 8 ปีแล้ว


          ส่วนนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม จากพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เราเป็นรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีคนเดียวกันจะไม่มีสุญญากาศในการทำงาน การดำเนินนโยบายต่างๆ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำจะก้าวไปทั้งในนโยบายเร่งด่วนที่จะแถลงในรัฐสภาและทุกนโยบายจะลงสู่ประชาชนซึ่งจะถูกผลักดันเป็นนโยบายเร่งด่วนและนโยบายที่มีความยั่งยืนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศและพร้อมเดินหน้าเพื่อทำหน้าทันทีหลังแถลงนโยบายในสภา


          ด้านนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม จากพรรคเดียวกัน กล่าวว่า ตนมีคุณพ่อเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำมาโดยตลอด จึงไม่รู้สึกกดดันและขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ในการทำงาน


          “รมว.ท็อป”ขอทำลายสถิติ68วัน
          นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าทำงานในกระทรวงว่า ในวันที่ 18-19 กรกฎาคม จะเดินทางลงพื้นที่ร่วมกับกระทรวงไปดูงานที่จ.สุพรรณบุรี และ จ.กาญจนบุรี และจะเข้ากระทรวงวันแรกในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ เพื่อไปทำความรู้จักกับข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทุกคน แต่ยังไม่สามารถเรียกประชุมใดๆ ได้ ต้องรอให้ พล.อ.ประยุทธ์แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25-27 กรกฎาคมนี้ก่อน


          “มีปัญหาหลายเรื่อง อาทิ พะยูนเกยตื้นจำนวนมาก เรือประมงจับโลมาปากขวดหลายตัว รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากที่เอกชนนำมาทิ้งไว้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่ต้องเร่งแก้ไข และผมตั้งใจทำงานในรัฐบาลนี้ให้ดีที่สุดโดยหวังจะทำลายสถิติตัวเองให้ได้เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง รมช.คมนาคม ในสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดำรงตำแหน่ง 68 วัน” นายวราวุธกล่าว


          “สุริยะ”เชื่อ“บิ๊กตู่”แจงนโยบายได้
          ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์และกรรมการบริหารพรรค โดยมีแกนนำเข้าร่วม อาทิ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรรค นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค โดยคาดว่าที่ประชุมจะพิจารณาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการพิจารณาผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น


          นายสุริยะ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมถึงการทำหน้าที่ รมว.อุตสาหกรรมว่า ไม่รู้สึกหนักใจที่มีข้อครหาว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนในเครือภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เพราะเชื่อว่าจะสามารถชี้แจงได้หากมีการยื่นตรวจสอบ ส่วนวาระการประชุมพรรคครั้งนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเป็นการประชุมทั่วไปเหมือนทุกครั้ง สำหรับการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25-27 กรกฎาคม เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายของพรรคได้และเชื่อว่าทางพรรคได้เตรียมพร้อมในเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ไว้ชี้แจงกับฝ่ายค้านได้อย่างเเน่นอน และไม่กังวลว่าการแถลงนโยบายต่อสภา ฝ่ายค้านจะนำมาเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 


          ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น รวมถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะพิจารณาผู้ที่จะลงสมัครในแต่ละพื้นที่มา ดังนั้นขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการคัดสรรยังไม่มีความชัดเจนถึงตัวบุคคลแต่อย่างใด


          กมธ.แก้ราคาสินค้าเกษตรฟิตจัด
          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำในคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ได้นัดประชุมในวันที่ 18 กรกฎาคมเพื่อพิจารณาเรื่องการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร เช่น อ้อย ยางพารา รวมถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้ประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมีรายได้สูง โดยเชิญ นายพิพัฒน์ สุทธิวิเศษศักดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเคทิส ไบโอเอทานอล จำกัด และ นายกฤษฎา สุชีวะ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมประชุมด้วย


          ทั้งนี้ กมธ.ศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ยังกำหนดการทำงานแยกเป็น 6 คณะอนุกมธ. เพื่อศึกษาต่อแนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนาพืชผล ได้แก่ คณะอนุกมธ.ศึกษาปัญหาเรื่องข้าว, คณะอนุกมธ.ศึกษาปัญหาเรื่องข้าวโพดและมันสำปะหลัง, คณะอนุกมธ.ศึกษาปัญหาเรื่องปาล์มและยางพารา, คณะอนุกมธ.ศึกษาปัญหาเรื่องผักและผลไม้, คณะอนุกมธ.ศึกษาปัญหาเรื่องอ้อย และคณะอนุกมธ.ศึกษาปัญหาเรื่องมะพร้าวและสับปะรด โดยคณะอนุกมธ.ส่วนใหญ่ได้นัดประชุมนัดแรกเพื่อวางกรอบการศึกษาแนวทางแก้ปัญหา โดยคณะอนุกมธ.ปาล์มและยางพารา ได้นัดประชุมวันที่ 18 กรกฎาคม เพื่อหาแนวทางการใช้ยางพาราในประเทศด้วยถนนยางพารา พร้อมเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือและชี้แจง อาทิ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, อธิบดีกรมทางหลวง, อธิบดีกรมทางหลวงชนบท, อธิบดีกรมชลประทาน เป็นต้น เช่นเดียวกับ คณะอนุกมธ.ข้าว ได้นัดประชุมในวันเดียวกัน และเชิญตัวแทนของหน่วยงาน อาทิ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร, อธิบดีกรมชลประทาน, อธิบดีกรมวิชาการเกษตร, อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อหารือแนวทางการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ​


          เพื่อไทยยันเดินหน้าซักฟอก14รมต.
          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับเดิมๆ เช่น มีการระบุคุณสมบัติไว้ว่า รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หากตีความตามนี้จะมีรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติจำนวนเท่าไร จากการรวบรวมข้อมูลในขั้นต้นจะมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเรื่องคุณสมบัติจำนวนมาก ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นายอุตตม สาวนายน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล นายนิพนธ์ บุญญามณี นายสาธิต ปิตุเตชะ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นต้น


          “5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้รับทั้งเวลาและโอกาสจากการมีเครื่องมือพิเศษเป็นตัวช่วย ถึงเวลาที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับโลกแห่งความเป็นจริงของการทำงานที่ฝ่ายตรวจสอบจะทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง หากเคารพและเชื่อมั่นประชาชน ต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลาง” นายอนุสรณ์กล่าว


          เหน็บบิ๊กตู่ทำใจสบายอย่าวิตก
          นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์  ขอฝ่ายค้านอย่าฉวยโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจในการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้นว่า เท่าที่สังเกตการแสดงความเห็นของ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงหลังๆ เห็นชัดเจนว่านอกจากไม่เข้าใจปรัชญาประชาธิปไตยแล้วยังไม่รู้เรื่องกลไกของสภาอีกด้วย


          “เรื่องนี้น่าห่วง จึงฝากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ศึกษาประเพณีปฏิบัติที่สภาแต่ละยุคทำกันมา การอภิปรายนโยบายของรัฐบาลก็คือการแสดงความเห็นว่านโยบายของรัฐบาลจะตอบโจทย์ของประเทศและประชาชนหรือไม่ จัดได้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฏหมายที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งแผนยุทธศาสตร์หรือไม่ ได้คำนึงถึงสถานะการเงินการคลังของประเทศเพียงใด การบอกชี้ว่าตอบโจทย์ของประเทศหรือไม่จึงจำเป็นต้องอธิบายโจทย์ อธิบายถึงความสำเร็จและความล้มเหลวในอดีตเป็นฐานพิจารณาและเพื่อให้การนำนโยบายไปใช้ให้บรรลุผลก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะชี้ให้เห็นถึงความเหมาะของตัวบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบาย ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องเข้าใจตามนี้ก่อนแล้วอย่าวิตกเกินไป ทำใจให้สบาย รักษาสุขภาพให้ดีและถ้าบอกว่าให้เกียรติสมาชิกควรอยู่ร่วมประชุมให้นานที่สุดด้วย” นายสุทินกล่าว


          กอ.รมน.ไร้อำนาจเรียกปรับทัศนคติ
          ด้าน พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ชี้แจงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โอนอำนาจให้ กอ.รมน.สามารถเชิญบุคคลเข้ามาพูดคุยเพื่อปรับทัศนคติได้ว่า ยืนยันว่า คสช.ไม่ได้โอนอำนาจดังกล่าวให้ กอ.รมน.สามารถเรียกบุคคลมาพูดคุย เพราะในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ แต่กฎหมายที่ คสช.ใช้อยู่คือ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ในการดูแลความเรียบร้อย เมื่อมีสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงเกิดขึ้นก็จะประกาศเป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 15 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เมื่อมีการประกาศแล้วก็จะต้องมีการใช้กำลังตามมาตรา 16 กอ.รมน.เลือกว่าจะใช้อำนาจหน้าที่อย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงสอดคล้องกับหน่วยงานที่จะต้องเข้ามารับผิดชอบคือทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ที่จะตัดสินใจเลือกใช้กำลังจะต้องเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ถูกแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี


          "กอ.รมน.ไม่สามารถเรียกตัวบุคคลมากักขังหรือพูดคุยได้ เพราะปัจจุบัน กอ.รมน. ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และเมื่อมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความไม่มั่นคงในพื้นที่จึงจะสามารถเข้าไปดูแลได้ เพื่อแก้ไขปัญหาโดยการทำหน้าที่บูรณาการและประสานงานร่วมกันขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา เมื่อ คสช.ยุติบทบาท กอ.รมน.ก็เข้ามาโดยไม่ได้มีการโอนอำนาจแม้แต่อย่างใด ส่วนที่มีการเชิญตัวก็อยู่ในมาตราที่ 13/1 ในข้อที่ 7 ใน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ก็มีอยู่ก่อนแล้ว โดยคณะกรรมการระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผอ.รมน.จังหวัด และจะมีเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเป็นคณะกรรมการด้วย เช่นกรณีมีโครงการจัดทำฝายระบายน้ำที่เสนอผ่านจังหวัดเข้ามาทางคณะกรรมการชุดนี้ก็จะมาช่วยพิจารณา หากมีจุดไหนที่ไม่เรียบร้อยหรือต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมก็จะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล แต่ไม่ใช่การเรียกตัว ต้องใช้คำให้ถูกต้อง” พล.ต.ธนาธิปกล่าว


          พล.ต.ธนาธิป กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้เชิญบุคคลมาสอบปากคำหรือกักขัง ซึ่งมันเป็นกฎหมายคนละอย่างกับ คสช. และ กอ.รมน.ก็เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่กองทัพ กฎหมายตัวนี้ กอ.รมน.จะพยายามใช้กฎหมายที่ไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเน้นใช้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มากที่สุด ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ยืนยันพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้มีอำนาจเรียกบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองเข้ามาพูดคุย รวมถึงการเคลื่อนไหวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ขณะนี้เดินสายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับต่างประเทศด้วย


          เด้งรองเลขาฯกกต.เซ่นพิษเลือกตั้ง
          มีรายงานแจ้งว่า เมื่อเย็นวานนี้ (15ก.ค.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามในคำสั่งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานประเภทบริหารระดับสูง และคำสั่งเรื่องมอบอำนาจของเลขาธิการ กกต. ให้รองเลขาธิการกกต. และ ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่แทน พร้อมมีหนังสือแจ้งคำสั่งทั้ง 2 ฉบับ ไปยังสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานครแล้ว โดยให้คำสั่งดังกล่าวมีผลนับตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม เป็นต้นไป


          สำหรับประเด็นที่น่าสนใจของคำสั่งทั้ง 2 ฉบับ คือ การปรับย้าย นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการกกต. ที่รับผิดชอบงานการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ให้ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง แล้วเลื่อนตำแหน่ง นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต. รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วม สลับให้ นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต. ที่รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วมไปรับผิดชอบงานด้านบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติแทน


          รายงานระบุว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมาทาง กกต.ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ามีข้อผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่การแบ่งเขตเลือกตั้ง การกำหนดวันเลือกตั้งว่าเอื้อประโยชน์ต่อบางพรรคการเมือง รวมทั้งปัญหาการจัดส่งบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์มาไม่ทันจนไม่สามารถนับเป็นคะแนนได้ ความผิดพลาดในระบบการรายงานผลการนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลคะแนน หรือสูตรการคิดคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ค้านสายตาประชาชน รวมถึงการไม่สามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้งได้ ซึ่งภารกิจเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของนายณัฏฐ์ โดยที่ผ่านมามีการคาดการณ์ว่าหลังการเลือกตั้งอาจมีการย้ายนายณัฏฐ์พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวและการโยกย้ายก็เกิดขึ้นจริง

 

          “ณัฏฐ์”โพสต์หนังเศร้าแต่ยังโอเค
          อย่างไรก็ตาม การปรับย้ายครั้งนี้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่พนักงานและเจ้าหน้าที่กกต. ว่าดำเนินการไม่ถูกต้อง แม้ตำแหน่ง ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง จะมีชื่ออยู่ในระนาบเดียวกับตำแหน่งรองเลขาธิการกกต. คือบริหารระดับสูงแต่ก็เป็นตำแหน่งเทียบเท่าที่รู้กันว่ามีศักดิ์ต่ำกว่ารองเลขาธิการกกต. โดยในอดีตที่เคยปฏิบัติหากมีการปรับย้ายรองเลขาธิการกกต. จะเป็นการเลื่อนขึ้นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ปัจจุบันตำแหน่งดังกล่าวตามระเบียบบริหารงานบุคคลของสำนักงาน กกต. ปี 2561 ถูกกำหนดเป็นตำแหน่งวิชาการที่ยังไม่มีการออกหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่ง


          ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า กกต.มีแนวความคิดที่จะให้เปิดตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักงานขึ้นมารองรับ แต่สำนักงานฯยังเห็นว่าอาจจะมีปัญหาข้อกฎหมายไม่รองรับและงบประมาณไม่เพียงพอจึงยังไม่มีการดำเนินการ อย่างไรก็ตามใน กกต.ชุดที่แล้วเมื่อปี 2561 ที่มีการเลื่อนตำแหน่ง นายกฤช เอื้อวงศ์ จาก ผอ. สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขณะนั้น ขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการกกต.โดยไม่ผ่านกระบวนการสมัครสอบคัดเลือกก็เกิดการร้องเรียนว่าตำแหน่ง ผอ.สถาบันฯ เป็นแค่ตำแหน่งเทียบเท่า ไม่ใช่ตำแหน่งบริหารที่มีศักดิ์เท่ารองเลขาธิการกกต. ซึ่งพนักงานส่วนมากก็เห็นด้วยกับข้อร้องเรียนดังกล่าว ทำให้การปรับย้ายนายณัฏฐ

Shares :
เปิดอ่าน 2,112 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ