royal coronation
วันที่ 20 กรกฎาคม 2562
การเมือง

นักวิชาการชี้ ครม.ใหม่ ห่วงเสถียรภาพมากกกว่าประสิทธิภาพ

วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 - 03:02 น.
นักวิชาการ,มอง ครมใหม่,เสถียรภาพ
Shares :
เปิดอ่าน 5,448 ครั้ง

นักวิชาการ ชี้ การจัดตั้ง ครม.ประยุทธ์ 2 ห่วงเสถียรภาพตัวเองมากกว่า ประสิทธิภาพ  และการแก้ปัญหาประเทศชาติ ด้าน สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ มองทีมเศรษฐกิจคนหน้าเดิม

         ดร.  สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า  มอง ครม.ชุดใหม่หรือ “ครม.ประยุทธ์ 2 ”ว่า  โดยสภาพก็ได้เท่านี้  การจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้มองในเรื่องประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การตอบปัญหาประเทศชาติ และประชาชนเท่าไหร่   แต่ห่วงในเรื่องเสถียรภาพเป็นเรื่องใหญ่ จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีตามที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องการ ก็ต้องแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีให้ลงตัว ก็ต้องจัดตั้งรัฐบาลแบบนี้ คือแม้จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่ถ้าผนึกกันได้ลงตัว รัฐบาลก็อยู่กันได้  เพราะว่าถ้าจัดตั้งรัฐบาลแบบหักดิบก็อยู่ยาก จึงจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีแบบทุกคนในรัฐบาลสบายใจ

 

   "  การที่ไม่ได้มองในเรื่องความรู้ ความสามารถของคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าเหมาะสมกับกระทรวงนั้นเป็นสำคัญ เอานักการเมืองไปนั่งเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ก็ต้องดูว่านักการเมือง เขามีทีมงานหรือเปล่า ถ้าไม่มีทีมก็ต้องพึ่งข้าราชการประจำ การเมืองก็จะย้อนยุคไปที่เทคโนแครตนำ ซึ่งในยุครัฐบาลที่แล้ว รัฐบาล คสช. ก็ขับเคลื่อนโดยข้าราชการอยู่แล้ว  ซึ่งข้าราชการก็แฮปปี้ถ้านักการเมืองไม่เข้ามายุ่งเยอะ"

  อาจารย์สติธร ยังมองว่า เมื่อดูจากตัวรัฐมนตรี ซึ่งหลายคนก็เป็นคนเดิมจากรัฐบาลที่แล้ว ก็ชัดเจนว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ แต่ไม่ได้สยายปีกเอาหมด โดยเอาเฉพาะคนสำคัญๆจากรัฐบาลเก่ามาเป็นรัฐมนตรี และเลือกกระทรวงสำคัญๆ เช่น กลาโหม มหาดไทย ส่วนกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจ ก็ในนามพรรคพลังประชารัฐ  มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ อาจารย์วิษณุ เครืองาม ก็ดูกฎหมาย ที่เหลือก็ให้นักการเมืองไป  นอกนั้นก็เอาคนของรัฐบาลเก่าไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.)  คอยค้ำจุนรัฐบาล และมีการวางคนในองค์กรอิสระ  ก็บริหารจัดการสไตล์ทหาร

   “ ส่วนที่มีรัฐมนตรีบางคนเป็นเป้าสายล่อฟ้า มีคดีติดตัวหรือประวัติไม่ค่อยดี ก็มีผลดีในแง่ที่ว่า  เมื่อรัฐมนตรีคนนั้นไปไม่ไหว ก็ปรับออกเอาคนที่รอคิวอยู่มาเป็นแทน  หมุนเวียนไป ก็มีผลดีในแง่การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาลไปในตัว   พล.อ. ประยุทธ์ คงไม่ให้ราคากับนักการเมืองเท่าไหร่  จะซีเรียสก็เฉพาะเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับคนของ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น  นักการเมืองก็เป็นเพียงไม้ประดับ ก็ขึ้นอยู่กับว่า นักการเมืองอยากเป็นไม้หลักบ้างหรือเปล่า  เพราะบางทีนักการเมือง อาจมองว่าตนเองมาจากการเลือกตั้งเป็นคนพายเรือให้ พล.อ.ประยุทธ์ นั่ง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจมองกลับกันว่าที่่นักการเมืองเหล่านี้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาก็เพราะ พล.อ. ประยุทธ์  ดังนั้น พล.อ. ประยุทธ์ จึงเป็นคนพายเรือให้นักการเมืองนั่ง

    รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์  นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจและการเมือง  มอง ครม.ชุดใหม่ ว่า  ไม่ค่อยเปลี่ยนจากรัฐบาลชุดก่อนเลย หากมอง ครม.ทางด้านเศรษฐกิจหัวใจก็ยังเป็นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์และตัวหลักๆเดิม อาจจะมีมาแซมบ้างในส่วนของกระทรวงพาณิชย์  ดังนั้นแม้รัฐบาลนี้จะมาจากหลายพรรคแต่ทิศทางเศรษฐกิจก็ไม่ได้แตกต่างจากรัฐบาลชุดที่แล้วเลย คือ ตัวคนที่จะผลักดันในเรื่องอีอีซี แต่อาจมีความแตกต่างในเรื่องของกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับการแก้ปัญหาราคาพืชผล  เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลให้ความสำคัญมากในเรื่องการแก้ปัญหาราคาพืชผลหลักๆเช่น ข้าว ,ยางพารา ,ปาล์ม ,มันฝรั่ง ซึ่งคือการเพิ่มรายได้ให้กับชาวไร่ ชาวนา  แต่ก็ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันของชาวไร่ชาวนา  ที่สำคัญต้องดูว่ามีการปรับโครงสร้างของพืชผลเกษตรหรือไม่  ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนอยากเห็น

 “ ดังนั้นโดยภาพรวมผมเห็นว่าทิศทางในด้านเศรษฐกิจไม่ได้แตกต่างจากรัฐบาลชุดที่แล้ว คือเน้นในเรื่องพัฒนา สาธารณูปโภคพื้นฐาน ส่วนในด้านเกษตรแม้ว่าจะมีความตั้งใจ แต่ก็เป็นนโยบายที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือการแก้ปัญหาความเดือดร้อน แต่ไม่ได้แก้ศักยภาพในการแข่งขันของระบบและการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างความแตกต่างระหว่างรวยกับจน ซึ่งรัฐบาลต้องทำการบ้านในเรื่องนี้"

    นักวิชาการอิสระท่านนี้ ยังมองว่า   สิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่นี้จะต้องเจอ คือเศรษฐกิจโลกขาลงซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลชุดก่อนที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น  ดังนั้นรัฐบาลต้องโชว์ฝีมือมากกว่าเก่าคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะไม่มีตัวช่วยจากต่างประเทศคือเศรษฐกิจโลก และเมื่อเป็นเศรษฐกิจขาลง รัฐบาลต้องบริหารเสถียรภาพไม่ใช่กระตุ้นอย่างเดียว และจุดอ่อนของรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้แก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง  ไม่ได้มีการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน เอสเอ็มอี   หนี้ครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นทุกปี  และเมื่อเศรษฐกิจเป็นช่วงขาลงซึ่งก็จะส่งผลกระทบแรงกระเพื่อมต่อรัฐบาลสูงขึ้น รัฐบาลจึงต้องบริหารให้ดีในเรื่องโครงสร้าง ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายรัฐบาลชุดนี้ 

  "แต่มีข้อดีอย่างหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ คือ รัฐบาลชุดก่อน การบริหารเศรษฐกิจอยู่ในทีมของนายสมคิดหมดเลย ซึ่งการบริหารเศรษฐกิจไม่ควรจะเป็นหนึ่งเดียว ควรจะมีความคิดที่แตกต่าง แต่คราวนี้มีพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมดูแลด้วย คือกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เป็นเรื่องที่ดี  จะได้ไม่ไปด้านเดียว มองกว้างขึ้น มีเอกภาพแต่เป็นเอกภาพภายใต้ความแตกต่าง  และมีจุดเน้นในเรื่องชาวไร่ ชาวนา ซึ่งรัฐบาลชุดก่อนไม่มี "

Shares :
เปิดอ่าน 5,448 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ