royal coronation
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
การเมือง

"บิ๊กตู่" อยากให้ "บิ๊กป้อม" อยู่ต่อ

วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 - 16:16 น.
บิ๊กตู่,บิ๊กป้อม
Shares :
เปิดอ่าน 2,697 ครั้ง

"บิ๊กตู่" เผย "กห.-มท." ต้องอยู่กับพรรคหลัก ชี้ถ้าเป็นนายกฯต่อไว้ดูโควต้า "คลัง-คมนาคม" อีกที รับอยากให้ "บิ๊กป้อม" อยู่ต่อ ไม่หวั่น "รัฐบาลใหม่" อยู่ไม่ยืด

 

               วันที่ 17 พ.ค.62 เวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดใจกับสื่อมวลชนระหว่างร่วมรับประมานอาหารกลางวันว่า เราได้เดินหน้ามา 5 ปี มีหลายอย่างดีขึ้น เราอยากให้ทุกคนช่วยกันแก้ไขปฏิรูป ซึ่งต้องอาศัยคนไทยทั้งหมด เพราะถ้าไม่ร่วมมือกันก็จะลำบาก ส่วนที่ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี จะอยู่เป็นเลขาธิการนายกฯต่อไปหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ พล.อ.วิลาศ เพราะตนไปบังคับใครไม่ได้ ใครทำงานเหนื่อย อยากพักผ่อนก็ไม่ว่ากัน สำหรับ พล.อ.วิลาศ นั้น ถือเป็นรักแรก เราผูกพันกันมาก อยู่กันมาหลายปี ถึงอย่างไรก็ไม่ลืม ส่วนจะใช่รักสุดท้ายหรือไม่ ก็แล้วแต่การเดินหน้าตามวิถีทาง ส่วนเลขาธิการนายกฯคนต่อไปหลังจากมีรัฐบาลใหม่ ยังไม่ได้คิด แต่ต้องได้คนที่ได้รับความเชื่อมั่นทั้งจากเราและคนภายนอกด้วย ไม่ใช่เราเชื่อมั่นแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะคนที่เป็นเลขานายกฯจะต้องเป็นหลักให้กับนายกฯ ไม่ใช่นายกฯ คนที่ 2 ส่วนจะเป็นนักการเมืองหรือไม่นั้น ก็ต้องดูก่อน เพราะมีคนดีอีกมาก ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน นักการเมือง ซึ่งทุกคนเรียนรู้แล้วว่าบ้านเมืองมีปัญหาอย่างไรมาบ้าง และต้องเดินหน้ากันอย่างไร มิเช่นนั้นคงอยู่ไม่ได้มา 5 ปี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนคาดหวังการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง และนักการเมืองหลายคนก็แสดงให้เห็นว่า จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น โดยทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ วันนี้เราต้องมีความสงบ สามัคคี ความเสียสละและมีจิตสำนึก แต่การจะทำอะไรนั้น ไม่ง่ายมากนัก หลายคนอยากทำนี่ทำนั่น แต่เมื่อสู่การเมืองระบอบประชาธิปไตย ทุกอย่างต้องเดินหน้าด้วยกฎหมาย จึงอยากขอร้องให้ทุกคนช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน

 

 

 

               เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ มีส่วนในการจัดสรรตำแหน่งด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่เสนอขึ้นมา ตนต้องเคารพเสียงประชาชนที่เลือกพรรคการเมืองมา แต่ละพรรคล้วนมีนโยบายดีๆ ก็ต้องยอมรับให้เข้ามาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่าคิดว่าเป็นการให้เก้าอี้ อยากให้คิดว่า เราจะทำอย่างไรให้ทุกคนมีส่วนร่วมใน ครม. และ ครม.หลังเลือกตั้งก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ง่ายอย่างเดิมแล้ว ก็ได้เตือนกับพรรคการเมืองหลายอย่างแล้ว ว่าทำแบบเดิมไม่ง่าย เพราะติดกฎหมาย มีคณะกรรมการตรวจสอบ อยู่ในสายตาประชาชน ส่วนการบริหารจัดการรัฐบาลใหม่ที่เป็นพรรคร่วมไม่ยุ่งยาก ถ้าอยู่ภายใต้กฎระเบียบ

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องตนจะมีปัญหาในการถูกอภิปรายในสภานั้น ตนยังไม่ได้ทำอะไรเลย การรับมือก็แค่ชี้แจงไป เชื่อว่าชี้แจงได้ ขออย่าใช้คำว่ากลัวหรือไม่ เมื่อยังไม่ได้ ส่วนบุคคลที่เหมาะจะเป็นประธานสภานั้น จะต้องเป็นคนที่รู้เรื่องงานในสภา ไม่ว่าในสภาอะไรก็แล้วแต่ ส่วนที่มีชื่อนายบัญญัติ บรรทัดฐาน จากพรรคประชาธิปัตย์ ถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภานั้น ส่วนตัวไม่ทราบ ก็คงมีการคุยกันอยู่ ตำแหน่งประธานสภา ต้องทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ถูกต้องตามครรลอง ไม่ใช่ทำตามใจ และขอแสดงความยินดี กับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ด้วย

               เมื่อถามว่า รัฐบาลผสมจากหลายพรรค อาจเกิดความไม่พอใจในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อต้องช่วยกันทำให้สังคมเรียนรู้ว่า นี่เป็นการจัดตั้งของรัฐบาล เมื่อมาอย่างนี้ก็ต้องไปอย่างนี้ ไม่ใช่ตนทำให้เป็นอย่างนี้ ทุกคนให้ความสำคัญต่อการเลือกตั้ง และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เข้ามาหารือกับตน ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของพรรคไปก่อน แต่ท้ายที่สุดคนที่ตัดสินใจ คือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งนายกฯคนใหม่จะได้ใครก็ยังไม่รู้เลย เพราะยังมีเต็ง 2,3 อยู่ด้วย

               เมื่อถามว่า มี 4 กระทรวงคือ กระทรวงกลาโหม มหาดไทย คลัง และคมนาคม ไม่สามารถให้พรรคร่วมได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ควรจะอยู่กับฝ่ายความมั่นคงอยู่กับพรรคหลักไม่ใช่หรือ เพื่อดูแลให้เดินหน้าไปได้ ขอย้ำว่าผมไม่หวงผลประโยชน์ ผมไม่เคยมีผลประโยชน์ ส่วนกระทรวงการคลังและคมนาคม เขาคุยกันอยู่ ให้เขาคุยกันก่อน ถ้าผมเป็นนายกฯ ก็ค่อยมาดูกันอีกที ซึ่งไม่น่าเปลี่ยนแปลง ถ้าคุยกันได้อย่างที่ผมว่า แต่ละพรรคขออย่ากังวลเพราะผมให้เกียรติทุกพรรค เพราะตนมีหลักการที่จะต้องดูสัดส่วนความเหมาะสมของพรรคร่วมทั้งคะแนนการเลือกตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาพิจารณาด้วย ส่วนใครจะเหมาะสมตรงไหน ค่อยว่ากันอีกที เราจะเดินหน้าไปแบบนี้ แม้คะแนนใกล้เคียงกัน ก็ขอให้บ้านเมืองไปได้ก่อนจะได้ไหม”

 

 

 

               เมื่อถามว่า อยากให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ช่วยงานต่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ถ้าพูดถึงอยากก็โอเค อยาก เพราะไว้ใจกันมา แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวท่านเองด้วย ว่าจะรับแค่ไหนอย่างไร รวมถึงเรื่องสุขภาพด้วยผมเป็นห่วงกังวลตรงนี้”

               เมื่อถามว่า ได้ชวน พล.อ.ประวิตร มาร่วมงานแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องชวน ถึงเวลาก็คุยกัน” ส่วนจะมีแนวโน้มว่า พล.อ.ประวิตร จะมาช่วยงานหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ พล.อ.ประวิตร ก็ตอบสื่อแล้วว่าไม่รู้เหมือนกัน และส่วนตัว ยังไม่ได้ถามท่าน รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมาช่วยงานหรือไม่ ก็แล้วแต่ท่าน เพราะวันนี้ไม่ใช่แค่ตนเพียงคนเดียว

               เมื่อถามว่าจะบริหารจัดการอย่างไรกับพรรคร่วมที่มีกว่า 20 พรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพูดคุยร่วมมือกัน ไม่ว่าจะ 30 หรือ 50 พรรค ก็ช่างมันเถอะ เราต้องดูว่าทุกคนทำจริงอย่างที่กล่าวว่าทำเพื่อประเทศชาติเป็นหลักหรือไม่ แล้วจะทำได้จริงหรือไม่นั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แล้ววันหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกก็ได้ วันหน้าจะเป็นอะไรก็ยังไม่รู้ ส่วนตัวถ้าไม่เป็นก็กลับบ้านนอน แล้วทุกคนจะคิดถึงตน

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่อยากให้คำว่าต่อรองตำแหน่งกัน เพราะเป็นหารือกันถึงความเหมาะสมกับตำแหน่ง ทั้งนี้ ตนไม่ได้พูดคุยกับพรรคอื่นๆ เพราะเป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้ การเมืองในวันข้างหน้า คิดว่าไม่จำเป็นต้องปรับตัว เมื่อทำงานกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ต้องพูดคุยกันให้มากขึ้น ให้เกียรติคนที่เคยทำงานมาก่อน

               ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่ารัฐบาลผสมจะอยู่ไม่ยืดนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ยืดก็ไม่ยืด ก็แล้วแต่ว่าเราจะทำให้ยืดหรือไม่ แต่ต้องให้เวลาในช่วงเปลี่ยนผ่านบ้าง ต้องยอมรับกติกาประชาธิปไตย ที่ผ่านมาเราปฏิรูปมากมาย ไม่ใช่ว่าไม่ทำอะไร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนต้องปรับคือพูดให้ช้าลง ทำหน้างอให้น้อยลง

               เมื่อถามว่า ถ้าได้กลับมาเป็นนายกฯครั้งหลังการเลือกตั้ง จะเดินแอ่นอกได้มากกว่าเดิม พร้อมลบปมที่มาจากรัฐประหารได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมถือว่าไม่มีปม ใครจะคิดอย่างไรก็คิดไป เพราะผมไม่มีปม ที่เข้ามาก็เพราะด้วยความจำเป็นทางการเมือง แต่วันนี้ไม่ว่าจะเข้ามาอย่างไร ก็มีความเป็นตัวของตัวเอง วันหน้าการตรวจสอบมีอีกมากยิ่งขึ้นด้วย ยืนยันว่าไม่ต้องการผลประโยชน์และชื่อเสียงใดๆ”

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ไม่ทราบว่าจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเดินหน้าเรื่องกัญชาเสรีหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน อย่างไรก็ตาม วันนี้เรื่องกัญชาได้เดินหน้าไปมาก แต่ทุกอย่างไม่สามารถเดินหน้าไปอย่างง่ายดายนัก จึงอย่าคิดว่าได้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปแล้ว จะทำได้ทุกอย่างเพราะต้องมาหารือกันใน ครม.

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนของไทยในระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร แม้มีรัฐบาลใหม่แล้ว การประชุมครั้งนี้เป็นการเตรียมการเพื่อนำไปสู่การประชุมในเดือนพฤศจิกายน ที่จะมีคู่เจรจาประเทศมหาอำนาจจำนวนมากเข้าร่วม ขออย่ากังวล เพราะการทำงานไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ส่วน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังอยู่ แม้จะมีการตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว ก็ยังสามารถช่วยงานได้ด้วยวิธีการอื่น และอาจมีการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนพิเศษรัฐบาล สถานะเทียบเท่ารัฐมนตรี เนื่องจากรู้งานในภาพรวมทั้งหมด ส่วนใครจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องหารือร่วมกัน

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 2,697 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ